เรื่องของความเชื่อในสนามฟุตบอลอาจไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของแท็คติค หากแต่มันเป็นที่พึ่งทางใจ ที่ทำให้นักฟุตบอลมั่นใจขึ้น นอกเหนือจากความสามารถด้านฝีเท้า

ในเกมฟุตบอลที่ผลแพ้ชนะอาจเปลี่ยนไปได้เพียงแค่เสี้ยววินาที ไม่ว่าจะเป็นลูกเตะมุม ลูกยิงไกล จังหวะชุลมุนหน้ากรอบประตู ความฟิตของร่างกาย และแท็คติกที่ยอดเยี่ยมอาจยังไม่พอ เพราะบางครั้งอาวุธลับ ที่แท้จริงกลับซ่อนอยู่ในรูปแบบของกิจวัตรเล็กๆ ที่อธิบายไม่ได้ด้วยวิทยาศาสตร์การกีฬา หากแต่เป็นเรื่องของโชคลางที่นักฟุตบอลทำทุกวันก่อนลงสนาม

ย้อนหลังกลับไปในศึกฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศกาตาร์ ปิดฉากด้วยการคว้าแชมป์โลกสมัยที่สามของทีมชาติอาร์เจนตินา แต่เบื้องหลังความสำเร็จ และแท็คติกของแต่ละทีม ยังมีอีกด้านหนึ่งที่แฟนฟุตบอลอาจไม่เคยรู้ก็คือ เรื่องของความเชื่อ จนเป็น “พิธีกรรมเล็กๆ” ที่ทำก่อนลงสนาม จะเรียกว่าเป็นเรื่องของโชค เรื่องของความสบายใจ แต่มันก็เป็นวิธีการสร้างสมาธิ การเพิ่มความรู้สึกบางอย่างที่ตัวเองควบคุมได้ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเกมฟุตบอล ที่มีความตึงเครียด และเดิมพันในเรื่องของความสำเร็จ

ไม่น่าเชื่อว่าทีมชาติอาร์เจนตินา ทีมแชมป์เก่าที่จะลงมาป้องกันแชมป์โลกในฟุตบอลโลกสามแผ่นดิน ที่สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก ผู้รักษาประตูชุดนั้นอย่างดิบู มาร์ติเนซ ก็มีความเชื่อเล็กๆ ที่นำพาให้เขาเป็นสุดยอดผู้รักษาประตูก็คือ รูปตุ๊กตาหมีที่เขาติดเอาไว้ที่สนับแข้ง ตุ๊กตาหมีนั้นเป็นของขวัญจากภรรยาก่อนฟุตบอลโลก พร้อมข้อความว่า "คุณจะพาถ้วยทองคำกลับบ้าน"

...

นอกจากนี้ ดิบูยังมีกิจวัตรประจำทั้งการเล่นพิลาทิส และโยคะสองวันก่อนเกม การสวดมนต์ก่อนลงสนาม และการพูดคุยกับนักจิตวิทยาประจำตัว

ที่น่าสนใจคือ แม้แต่ลิโอเนล เมสซี ซึ่งเป็นเรื่องจริงอยู่ว่า เขาไม่ได้เชื่อเรื่องโชคลาง หรือพิธีกรรมอะไรมากนัก พวกเสื้อผ้าส่วนใหญ่ก็หยิบจากอะไรก็ตามที่อยู่ใกล้มือ

อย่างไรก็ดี ในแคมป์ทีมชาติ เมสซีมักจะซื้อความมั่นใจให้กับตัวเองด้วยการนัดดื่ม ซึ่งน่าจะเป็นชามาเต กับเพื่อนร่วมทีม หรือที่ในโลกโซเชียลเขาแซวว่าเป็นบอดี้การ์ดอย่างโรดริโก เดอ ปอล ช่วงเวลาประมาณเก้าโมงกว่าๆ ที่ห้องของเมสซี 

เดอ ปอล เล่าว่า ครั้งหนึ่งเขาเคยตื่นสิบโมง ซึ่งไม่ทันนัดดื่มชากับเมสซี ส่งผลให้เขาต้องเจอเมสซีทำหน้าตึงใส่ อีกหนึ่งเรื่องก็คือ เป็นเรื่องความสบายใจของเมสซี ตามปกติแล้วกัปตันทีมชาติอาร์เจนตินา จะนอนในห้องพักของโรงแรมเพียงคนเดียว แต่คืนก่อนนัดชิงชนะเลิศกับทีมชาติฝรั่งเศสที่กาตาร์ เมสซีได้เอ่ยปากชวนให้เซร์คิโอ อเกวโร มานอนเป็นเพื่อน

ขณะที่เพื่อนกลุ่มทีมชาติอาร์เจนตินาชุดแชมป์โกปา อเมริกา ในปี 2021 อย่างตัวของเดอ ปอลเอง เลอันโดร ปาเรเดส ซึ่งติดทีมชาติชุดลุยฟุตบอลโลก 2026 ครั้งนี้ด้วย และอเลฮังโดร “ปาปู” โกเมซ ก็เคยมีธรรมเนียมกินลูกอมก่อนเกมมาตั้งแต่ช่วงคว้าแชมป์โกปา อเมริกา 2021

ไม่เว้นแม้แต่คริสเตียโน โรนัลโด กัปตันทีมชาติโปรตุเกส ก็มีพิธีกรรมที่หลายคนอาจไม่เคยสังเกต นั่นคือ CR7 จะก้าวเท้าเข้าสนามด้วยเท้าข้างขวาก่อนเสมอ แม้เจ้าตัวจะบอกว่ามันเป็นเรื่องของความเคยชินและระเบียบวินัยมากกว่าความเชื่อเรื่องโชคลาง แต่ความสม่ำเสมอก็ทำให้มันกลายเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวไปโดยปริยาย

ความเชื่อทำนองนี้ยังมีอีกเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็น จอห์น เทอร์รี ที่เคยบอกว่า เขาต้องนั่งที่เดิมบนรถบัสของทีมเชลซีทุกครั้ง และฟังอัลบั้มของ Usher อัลบั้มเดิมอยู่เสมอ นอกจากนี้ เทอร์รียังมีสนับแข้งคู่โปรดที่เชื่อว่านำโชคมาให้ ซึ่งเขาใช้ติดต่อกันนานถึง 10 ฤดูกาล หรือเดวิด เบ็คแคม ก็มีพิธีกรรมความเชื่อโชคลางอย่างหนึ่ง นั่นคือการจัดเรียงเครื่องปรุงและของต่างๆ ในตู้เย็นให้เป็นระเบียบสมบูรณ์แบบ ก่อนออกจากบ้านไปเตะฟุตบอล

แต่ที่เป็นภาพจำมากที่สุดก็คงต้องเป็นทีมชาติฝรั่งเศสชุดแชมป์โลกปี 1998 ซึ่งทุกเกมก่อนที่จะเขี่ยบอลเตะ โลร็องต์ บลองค์ กองหลังตัวเก่งของทีมจะต้องจุ๊บเหม่งของฟาเบียง บาร์กเตซ ผู้รักษาประตูของทีมทุกนัด และฝรั่งเศสก็ก้าวขึ้นมาคว้าแชมป์โลกสมัยแรกได้สำเร็จ

ถ้าหากย้อนไปไกลกว่านั้น แม้แต่ “นักเตะเทวดา” โยฮัน ครอยฟ์ ตำนานทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ก็เคยบ้วนหมากฝรั่งไปฝั่งแดนคู่แข่ง และตบท้องของเกิร์ต บัลส์ ผู้รักษาประตู ก่อนเริ่มเกมในสมัยอยู่กับอาหยักซ์ อัมสเตอร์ดัม ก็เป็นอีกหนึ่งความเชื่อเล็กๆ ในสนามฟุตบอล

สุดท้าย ไม่ว่าจะเป็นรูปตุ๊กตาหมีที่สนับแข้ง การนัดดื่มเวลาเดิมทุกเช้า หรือการก้าวเท้าขวาลงสนาม สิ่งเหล่านี้ล้วนมีคำอธิบายร่วมกันอยู่ข้อหนึ่ง ฟุตบอลคือเกมที่ควบคุมไม่ได้ทั้งหมด ความเชื่อเล็กๆ จึงเป็นเหมือนหลักให้นักเตะยึดไว้ เพื่อให้รู้สึกมั่นคงท่ามกลางแรงกดดันก่อนลงสนามนั่นเอง

อ้างอิง: Goal, Sportbible, GiveMeSport