สำหรับหลายคน "กาแฟ" คือเพื่อนคู่ใจที่ช่วยเติมพลังในตอนเช้าและพยุงร่างกายในช่วงบ่ายที่เริ่มอ่อนล้า แต่เคยสังเกตไหมว่า บางวันที่ดื่มกาแฟช่วงเย็นกลับนอนหลับยากกว่าปกติ หรือแม้จะหลับได้ก็รู้สึกว่าหลับไม่สนิท ตื่นมาไม่สดชื่นเหมือนเดิม

คำถามที่หลายคนสงสัยคือ "ราควรดื่มกาแฟไม่เกินกี่โมง?" คำตอบอาจไม่ได้มีตัวเลขตายตัวสำหรับทุกคน แต่มีข้อมูลของงานวิจัยที่ช่วยให้เราหาเวลาที่เหมาะสมในการดื่มกาแฟแก้วสุดท้ายของวันได้

ไขคำตอบ ดื่มกาแฟตอนไหนดีที่สุด ดื่มกาแฟตอนท้องว่างได้ไหม

การดื่มกาแฟในปริมาณที่พอดีและเลือกเวลาที่เหมาะสม ไม่เพียงช่วยให้ได้รับประโยชน์จากคาเฟอีนอย่างเต็มที่ แต่ยังช่วยให้หลับสบายและตื่นมาสดชื่นในวันถัดไปอีกด้วย โดยสรุปแต่ละช่วงเวลา ดังนี้

ดื่มกาแฟทันทีหลังตื่นนอน : ไม่ใช่เวลาที่ดีที่สุดในการดื่มกาแฟ เนื่องจากหลังตื่นนอน ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมน "คอร์ติซอล" (Cortisol) ตามธรรมชาติ ซึ่งช่วยให้เรารู้สึกตื่นตัวอยู่แล้ว การดื่มกาแฟทันที อาจไม่ได้เพิ่มความสดชื่นมากนัก และเมื่อดื่มเป็นประจำ ร่างกายอาจเริ่มชินกับคาเฟอีนจนต้องเพิ่มปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆ

ดื่มกาแฟตอนเช้า-เที่ยง : ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะที่สุด โดยเฉพาะประมาณ 60-90 นาทีหลังตื่นนอน หรือช่วง 09.00-11.00 น. เพราะระดับคอร์ติซอลเริ่มลดลง ทำให้คาเฟอีนช่วยเพิ่มความตื่นตัว สมาธิ และประสิทธิภาพในการทำงานได้ดียิ่งขึ้น

ดื่มกาแฟตอนบ่าย : สามารถช่วยลดอาการง่วงหลังมื้อกลางวันและเพิ่มความกระปรี้กระเปร่าได้ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องใช้สมาธิในการทำงานหรือเรียนหนังสือ แต่ควรดื่มในปริมาณที่พอเหมาะเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อการนอนหลับ

...

ดื่มกาแฟตอนเย็น : ไม่แนะนำสำหรับผู้ที่ไวต่อคาเฟอีน เพราะคาเฟอีนยังคงออกฤทธิ์ในร่างกายได้หลายชั่วโมง อาจทำให้รู้สึกตื่นตัวเกินไป ส่งผลให้นอนหลับยากหรือหลับไม่สนิทในช่วงกลางคืน

ดื่มกาแฟตอนเย็นก่อนนอน : เป็นช่วงเวลาที่ควรหลีกเลี่ยงมากที่สุด เนื่องจากคาเฟอีนอาจรบกวนวงจรการนอน ทำให้หลับยาก คุณภาพการนอนลดลง และส่งผลให้รู้สึกอ่อนเพลียในวันถัดไป ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่แนะนำให้ดื่มกาแฟแก้วสุดท้ายก่อนเวลาเข้านอนอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง

กาแฟแก้วสุดท้ายของวัน ไม่ควรดื่มกาแฟเกินเวลากี่โมง

แนะนำให้หลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟ ชา และคาเฟอีน อย่างน้อย 6-8 ชั่วโมงก่อนเข้านอน เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อคุณภาพการนอนหลับ ยกตัวอย่างเช่น

  • หากเข้านอนเวลา 22.00 น. ควรดื่มกาแฟแก้วสุดท้ายไม่เกิน 14.00-16.00 น.
  • หากเข้านอนเวลา 23.00 น. ควรดื่มกาแฟแก้วสุดท้ายไม่เกิน 15.00-17.00 น.

ทั้งนี้ งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Clinical Sleep Medicine พบว่า คาเฟอีนยังคงส่งผลต่อการนอนหลับได้ แม้จะดื่มก่อนเข้านอนนานถึง 6 ชั่วโมงก็ตาม โดยผู้ที่ได้รับคาเฟอีนมีแนวโน้มที่คุณภาพการนอนลดลง เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ได้รับคาเฟอีน จึงเป็นเหตุผลที่หลายคนรู้สึกว่าหลับไม่ค่อยเต็มอิ่ม หลังดื่มกาแฟในช่วงบ่ายหรือเย็นนั่นเอง

ทำไมบางคน "ดื่มกาแฟตอนเย็น" แล้วยังหลับได้

หลายคนอาจมีเพื่อนหรือคนใกล้ตัวที่สามารถดื่มกาแฟหลังอาหารเย็นแล้วเข้านอนได้ตามปกติ นั่นเป็นเพราะความไวต่อคาเฟอีนของแต่ละคนแตกต่างกัน ปัจจัยที่มีผล ได้แก่

  • พันธุกรรม
  • อายุ
  • การทำงานของตับ
  • ปริมาณคาเฟอีนที่บริโภค
  • ความเคยชินในการดื่มกาแฟเป็นประจำ

ดังนั้น แม้บางคนจะไม่รู้สึกว่าคาเฟอีนส่งผลต่อการนอน แต่คุณภาพการนอนอาจลดลงโดยไม่รู้ตัวได้เช่นกัน ความจริงแล้ว "หลับได้" ไม่ได้หมายความว่า "หลับมีคุณภาพ" เนื่องจากคาเฟอีนอาจรบกวนการเข้าสู่ช่วงหลับลึก (Deep Sleep) ซึ่งเป็นช่วงสำคัญที่ร่างกายใช้ฟื้นฟูตัวเอง ทำให้ตื่นเช้ามาแล้วยังรู้สึกไม่สดชื่น อ่อนเพลีย หรือเหมือนพักผ่อนไม่เต็มที่ แม้จะนอนครบหลายชั่วโมงก็ตาม