จากกรณี แมงกะพรุนไฟหมวกโปรตุเกส ถูกคลื่นซัดเกยหาดแหลมโตนด อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ จึงมีการประกาศสั่งปิดหาดชั่วคราว พร้อมเตือนนักท่องเที่ยวห้ามสัมผัสโดยเด็ดขาด

หากพูดถึงสัตว์ทะเลที่มีรูปร่างสวยงามแต่แฝงไปด้วยอันตราย "แมงกะพรุนไฟหมวกโปรตุเกส" ถือเป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่นักท่องเที่ยวควรระวังเป็นพิเศษ เพราะแม้จะมีลักษณะคล้ายแมงกะพรุนทั่วไป แต่จริงๆ แล้วเป็นสัตว์ทะเลที่มีพิษรุนแรง สามารถทำให้เกิดอาการปวดแสบอย่างรุนแรง ในบางกรณีอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

รู้จัก "แมงกะพรุนไฟหมวกโปรตุเกส" คืออะไร

แมงกะพรุนไฟหมวกโปรตุเกส (ภาษาอังกฤษ : Portuguese Man o' War) เป็นสัตว์ทะเลที่มีลักษณะเด่นคือส่วนลอยน้ำสีฟ้าหรือม่วงอมฟ้า คล้ายลูกโป่งหรือใบเรือขนาดเล็ก จึงได้รับชื่อว่า "หมวกโปรตุเกส" เนื่องจากรูปร่างคล้ายหมวกทหารเรือของโปรตุเกสในอดีต โดยมีหนวดยาวหลายเมตรห้อยอยู่ใต้น้ำเพื่อใช้จับเหยื่อ

แมงกะพรุนไฟหมวกโปรตุเกส สัตว์ทะเลสีสวย แต่สุดอันตราย พิษอาจทำให้ถึงแก่ชีวิตได้
แมงกะพรุนไฟหมวกโปรตุเกส สัตว์ทะเลสีสวย แต่สุดอันตราย พิษอาจทำให้ถึงแก่ชีวิตได้

...

วิธีสังเกต "แมงกะพรุนไฟหมวกโปรตุเกส" มีลักษณะอย่างไร

แมงกะพรุนไฟหมวกโปรตุเกส มีส่วนลอยน้ำคล้ายลูกโป่งหรือใบเรือ สีฟ้า ม่วง หรือชมพูอมฟ้า มองเห็นได้ชัดบนผิวน้ำทะเล หนวดด้านล่างอาจยาวได้หลายเมตรและเป็นส่วนที่มีพิษรุนแรง ใช้สำหรับจับเหยื่อและป้องกันตัวเองจากศัตรูตามธรรมชาติ

ในประเทศไทยสามารถพบได้ทั้งฝั่งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน โดยเฉพาะในช่วงฤดูมรสุมหรือช่วงที่มีกระแสน้ำและลมพัดแรง ซึ่งอาจพัดพาเข้ามาใกล้ชายหาดหรือเกยตื้นตามแนวชายฝั่งได้ ผู้ที่ลงเล่นน้ำทะเลจึงควรติดตามประกาศเตือนจากเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด

ทำไม "แมงกะพรุนไฟหมวกโปรตุเกส" จึงอันตรายถึงชีวิต

ความอันตรายของแมงกะพรุนไฟหมวกโปรตุเกส อยู่ที่หนวดซึ่งเต็มไปด้วยเซลล์พิษขนาดเล็ก เมื่อสัมผัสผิวหนัง เซลล์เหล่านี้จะปล่อยพิษออกมาทันที ทำให้เกิดอาการปวดรุนแรงคล้ายถูกไฟลวก โดยอาการที่พบได้บ่อย ได้แก่

  • ปวดแสบปวดร้อนบริเวณที่สัมผัส
  • มีรอยแดงหรือรอยไหม้เป็นเส้นยาวตามแนวหนวด
  • บวม คัน หรือเกิดผื่น
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ
  • หายใจลำบากในผู้ที่มีอาการแพ้รุนแรง

วิธีรักษาปฐมพยาบาล หากสัมผัสโดน "แมงกะพรุนไฟหมวกโปรตุเกส"

การปฐมพยาบาลที่ถูกต้องมีความสำคัญอย่างมาก เพราะการดูแลผิดวิธีอาจกระตุ้นให้พิษถูกปล่อยออกมาเพิ่มขึ้น หากโดนแมงกะพรุนต่อย ในเบื้องต้นควรปฏิบัติ ดังนี้

1. รีบขึ้นจากน้ำทันที หากถูกต่อยขณะว่ายน้ำ ควรขึ้นจากน้ำโดยเร็วที่สุด เพื่อลดความเสี่ยงจากการจมน้ำหรือสัมผัสหนวดเพิ่มเติม

2. หลีกเลี่ยงการขยี้หรือถูบริเวณแผล ไม่ควรใช้มือถู เกา หรือขัดบริเวณที่สัมผัส เพราะอาจทำให้เซลล์พิษแตกและปล่อยพิษเพิ่มขึ้น

3. ล้างด้วยน้ำทะเล ใช้น้ำทะเลล้างบริเวณที่ถูกต่อยเบาๆ เพื่อชะล้างหนวดที่ยังติดอยู่ หลีกเลี่ยงการใช้น้ำจืด เพราะอาจกระตุ้นให้เซลล์พิษปล่อยพิษมากขึ้น

4. ค่อยๆ เอาหนวดออก ใช้แหนบ ถุงมือ หรือวัสดุที่ป้องกันการสัมผัสโดยตรง ค่อยๆ ดึงหนวดที่ติดผิวหนังออกอย่างระมัดระวัง

5. ประคบร้อน หลังนำหนวดออกแล้ว สามารถแช่หรือประคบด้วยน้ำอุ่นอุณหภูมิประมาณ 40-45 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 20-45 นาที เพื่อช่วยลดอาการปวดและลดผลกระทบจากพิษ

6. รีบพบแพทย์หากมีอาการรุนแรง หากมีอาการแน่นหน้าอก หายใจลำบาก หน้ามืด หมดสติ หรืออาการปวดรุนแรงผิดปกติ ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที

วิธีป้องกันตัวเองจาก "แมงกะพรุน" เมื่อไปเที่ยวทะเล

  • ติดตามประกาศเตือนจากเจ้าหน้าที่ชายหาด
  • หลีกเลี่ยงการเล่นน้ำในช่วงที่มีการแจ้งพบแมงกะพรุน
  • สวมชุดว่ายน้ำแบบปกปิดหรือชุดดำน้ำ
  • ไม่สัมผัสแมงกะพรุนที่เกยตื้น แม้จะดูเหมือนตายแล้ว เพราะหนวดยังสามารถปล่อยพิษได้
  • หากพบวัตถุลอยน้ำสีฟ้าหรือม่วงลักษณะคล้ายลูกโป่ง ควรหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้

...

แมงกะพรุนไฟหมวกโปรตุเกส เป็นสัตว์ทะเลที่มีรูปลักษณ์สวยงามสะดุดตา แต่แฝงด้วยพิษรุนแรงจากหนวดยาวที่สามารถทำให้เกิดอาการบาดเจ็บได้ การเรียนรู้วิธีสังเกตและการปฐมพยาบาลที่ถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้การท่องเที่ยวทะเลเป็นไปอย่างปลอดภัยและลดความเสี่ยงจากอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง