"อยู่ไม่ไหวๆ เฮ้ย อยู่ไม่ไหว อ้าว บ้านนี้มันน่ากลัว กลั่ว กลัว อร๊ายยย กูไม่อยากอยู่ กูไม่อยากอยู่ กูไม่อยากอยู่ ที่นี่ ที่ไหน ที่นั่น ที่รักหรือเปล่าจ๊ะ จุ๊บๆๆ" เนื้อเพลง ยาย่ายะ - อูโน่ หลาวทอง ที่กำลังฮิตบน TikTok และสื่อโซเชียลออนไลน์ น่าจะเป็นเพลงที่กำลังหลอนหูหลายๆ คนอยู่ในขณะนี้ ได้ฟังครั้งหนึ่ง... วนอยู่ในหัวตลอดไป
อาการเพลงหลอนหู หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า "Earworm" (ชื่อทางการ Involuntary Musical Imagery) ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเราคิดไปเอง แต่มันคือปรากฏการณ์ทางจิตวิทยาและประสาทวิทยา ทำให้สมองของเราจดจำท่อนเพลงสั้นๆ ที่มีความยาวไม่กี่สิบวินาทีได้ แล้วเปิดเล่นซ้ำไปซ้ำมาในหัวแบบอัตโนมัติ โดยที่เราไม่ได้ตั้งใจ
เพลงแบบไหนที่ทำให้มีอาการ "หลอนหู" สลัดเนื้อเพลงออกจากหัวไม่ได้สักที
1. จังหวะที่เร็วและสนุกสนาน
เพลงที่กระตุ้นให้ร่างกายอยากเคลื่อนไหว หรือมีจังหวะที่เหมาะกับการเดินและวิ่ง มักจะติดหัวง่ายกว่าเพลงช้าชวนง่วง ที่สำคัญต้องมีเมโลดี้ที่จำง่ายและไม่ซับซ้อน เช่น ไก่ย่างถูกเผา ไก่ย่างถูกเผา มันจะถูกไม้เสียบ มันจะถูกไม้เสียบ เสียบตูดซ้าย เสียบตูดขวา (เพลงไก่ย่าง)
2. การซ้ำซากจำเจ
ยิ่งท่อนฮุคมีการใช้คำซ้ำหรือทำนองซ้ำบ่อยเท่าไหร่ สมองก็ยิ่งล็อกเป้าและฝังมันลงในหน่วยความจำระยะสั้นได้ง่ายขึ้นเท่านั้น เช่น แตงโม แตงโม แตงโม (เพลงแตงโม - จินตหรา พูลลาภ)
3. ทำนองที่เดาง่าย แต่มีจุดหักมุม
โครงสร้างเพลงต้องไม่ซับซ้อน สมองจำแพทเทิร์นได้ทันที (เช่น การไล่โน้ตขึ้นลงเป็นขั้นบันได) แต่ในขณะเดียวกัน ต้องมี "จุดหักมุม" เช่น จังหวะขัด โน้ตที่แปลกไปจากเดิมนิดหน่อย หรือคำซ้ำที่แปลกหู เพื่อให้สมองรู้สึกสะดุดใจและจดจำ เช่น บ้านนี้มันน่ากลัว กลั่ว กลัว อร๊ายยย กูไม่อยากอยู่ (เพลงยาย่ายะ - อูโน่ หลาวทอง)
...
ทำไมสมองเราถึงเปิดโหมด "เพลงวนลูปในหัว" ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจ
สาเหตุที่เพลงวนอยู่ในหัว หรือที่เรียกว่า Earworm เกิดจากการทำงานของสมองที่พยายามประมวลผลข้อมูลเสียงโดยไม่รู้ตัว ส่งผลให้เพลงที่มีทำนองจำง่าย จังหวะซ้ำๆ หรือได้ยินบ่อย จึงมีโอกาสติดหู และวนอยู่ในหัวได้นานกว่าปกติ มีปัจจัยสำคัญ 3 อย่าง ได้แก่
1. สมองอยู่ในโหมดเหม่อ หรือพักการคิดหนัก เมื่อเราทำกิจกรรมที่ไม่ต้องใช้สมาธิมาก เช่น อาบน้ำ เดินทาง หรือทำงานบ้าน สมองจะปล่อยให้ความคิดล่องลอย และมักดึงทำนองเพลงที่คุ้นเคยขึ้นมาเล่นซ้ำเอง
2. สมองไม่ชอบเรื่องที่ค้างคา หากได้ยินเพลงเพียงบางส่วน โดยเฉพาะท่อนฮุกจากคลิปสั้นในโซเชียลมีเดีย สมองจะรู้สึกว่าได้รับข้อมูลไม่ครบ จึงพยายามทบทวนท่อนนั้นซ้ำๆ เหมือนกำลังหาทางเติมเพลงให้สมบูรณ์
3. มีสิ่งกระตุ้นจากรอบตัว คำพูด ภาพ กลิ่น หรือเหตุการณ์บางอย่าง อาจเชื่อมโยงกับความทรงจำเกี่ยวกับเพลง ทำให้สมองนึกถึงและเปิดทำนองนั้นขึ้นมาโดยอัตโนมัติ
เผย 4 วิธีแก้อาการ "เพลงหลอนหู" ให้ออกจากหัวสักที
หากเริ่มรำคาญเสียงเพลงในหัวที่วนลูปมาเป็นรอบที่ร้อยของวัน ลองใช้วิธีแก้เผ็ดสมองที่ได้ทำง่ายๆ ดังนี้
1. ฟังเพลงนั้นให้จบ
ในเมื่อสมองมันค้างคาเพราะฟังไม่จบ ก็เปิดฟังเพลงนั้นตั้งแต่ต้นจนจบแทร็กไปเลย วิธีนี้เป็นการช่วยสมอง "ปิดจ๊อบ" เพื่อให้มันยอมมูฟออนไปทำอย่างอื่น
2. เคี้ยวหมากฝรั่ง
การขยับขากรรไกรตอนเคี้ยวหมากฝรั่ง จะไปรบกวนการทำงานของสมองส่วนที่ใช้จำลองเสียงในหัว ทำให้สมอง "แอบร้องเพลงในใจ" ได้ยากขึ้นนั่นเอง
3. หาเพลงอื่นๆ มาฟังแทน
เปิดเพลงอื่นที่ร้องตามยากๆ หรือเพลงที่มีโครงสร้างซับซ้อน (เช่น เพลงคลาสสิกที่ไม่มีเนื้อร้อง หรือเพลงแจ๊ส) มาเบียดพื้นที่ในสมองเดิม
4. เบี่ยงเบนความสนใจ
ไปทำกิจกรรมที่ต้องใช้สมาธิและการคิดวิเคราะห์สูง เช่น เล่นเกมอักษรไขว้, ไขปริศนา Sudoku หรือคิดเลขในใจ เพื่อดึงทรัพยากรสมองไปใช้ด้านอื่นจนไม่มีเวลามาเปิดเพลง
...
อย่างไรก็ตาม อาการเพลงหลอนหูไม่ใช่เรื่องผิดปกติ ไม่ต้องกังวลใดๆ เพียงแต่เป็นการพิสูจน์ว่าสมองของเรามีความสามารถในการจดจำ และเชื่อมโยงรูปประโยคทางดนตรีได้นั่นเอง อาการเหล่านี้จะไม่ได้อยู่กับเรานาน เมื่อสมองมีเรื่องอื่นที่ต้องโฟกัสมากกว่า อาการเพลงหลอนหูก็จะหายไปเองได้