เจาะลึกมุมมอง ชีวิตคู่ยุคใหม่ ในวันที่ผู้หญิงทำงานนอกบ้านทัดเทียมผู้ชาย ความคาดหวังเรื่อง "แฟนทำอาหารเก่งยังจำเป็นไหม?" พร้อมเปิดมุมมองด้านจิตวิทยาความสัมพันธ์ของคู่รักยุคใหม่
ชีวิตคู่ยุคใหม่ ผู้ชายยังคาดหวังให้ "แฟนทำอาหาร" ให้กินทุกวันอยู่ไหม?
ในยุคปัจจุบันที่โครงสร้างทางสังคมและเศรษฐกิจปรับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ผู้หญิงก้าวเข้าสู่ภาคแรงงานและสร้างรายได้ได้ทัดเทียมกับผู้ชาย ภาพจำในอดีตที่สามีทำงานนอกบ้านและภรรยาเป็นแม่บ้านดูแลความเรียบร้อย รวมถึงการมี "เสน่ห์ปลายจวัก" คอยทำอาหารต้อนรับในทุกๆ วัน เริ่มถูกตั้งคำถามจากคนรุ่นใหม่ว่า ค่านิยมเหล่านี้ยังคงเป็นรากฐานสำคัญของ ชีวิตคู่ ยุคใหม่ อยู่หรือไม่ ในเมื่อทั้งสองฝ่ายต่างต้องเผชิญความเหนื่อยล้าจากการทำงานนอกบ้านไม่ต่างกัน
เมื่อค่านิยมเปลี่ยนไป คู่รักยุคใหม่เน้น "แชร์หน้าที่"
พฤติกรรมและความคาดหวังของประชากรวัยทำงานในยุคปัจจุบัน พบว่าโครงสร้างครอบครัวไทยได้เปลี่ยนผ่านเข้าสู่รูปแบบ "ครอบครัวที่ช่วยกันหารายได้ทั้งสามีและภรรยา" เป็นส่วนใหญ่ ส่งผลให้มุมมองของผู้ชายยุคใหม่ที่มีต่อการให้ แฟนทำอาหาร เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ
กลุ่มผู้ชายช่วงอายุ 20-40 ปี มักจะมีแนวโน้มความคาดหวังให้คู่รักต้องทำอาหารเก่งระดับเชฟ หรือต้องเข้าครัวทุกวันนั้นลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเสียงส่วนใหญ่ระบุว่าความเข้าใจในความเหนื่อยล้าจากการทำงานเป็นสิ่งสำคัญกว่า และยอมรับได้หากมื้ออาหารในวันธรรมดาจะถูกทดแทนด้วยอาหารสำเร็จรูป การรับประทานนอกบ้าน หรือการสั่งผ่านบริการเดลิเวอรี
มุมมอง "จิตวิทยาความสัมพันธ์" จากหน้าที่ สู่พื้นที่ส่วนตัว
...
ในทางจิตวิทยาความสัมพันธ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านครอบครัวชี้แจงว่า การจัดการเรื่องอาหารในบ้านสำหรับคู่รักยุคนี้ ไม่ได้ถูกมองว่าเป็น "หน้าที่ตามเพศสภาพ" อีกต่อไป แต่ถูกยกระดับให้กลายเป็นกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ในการแสดงความใส่ใจและความร่วมมือร่วมใจ
การบีบบังคับหรือตั้งความหวังให้อีกฝ่ายทำอาหารทั้งที่เหนื่อยล้าจากการทำงาน อาจกลายเป็นการสร้างความกดดันและเป็นชนวนเหตุของความขัดแย้งในระยะยาว ในทางตรงกันข้าม ชีวิตคู่ที่สามารถปรับตัวและยืดหยุ่นร่วมกันจะมีดัชนีความสุขที่สูงกว่า โดยนักจิตวิทยาแนะนำแนวทางการปรับตัวสำหรับคู่รักยุคใหม่ไว้ ดังนี้
- เปลี่ยนการทำอาหารเป็นกิจกรรมร่วมกัน ใช้เวลาช่วงวันหยุดในการช่วยกันคิดเมนู ไปจ่ายตลาด และเข้าครัวร่วมกัน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในรูปแบบการใช้เวลาร่วมกันอย่างมีคุณภาพ
- การแบ่งหน้าที่อย่างเป็นธรรม หากฝ่ายหนึ่งชอบทำอาหาร อีกฝ่ายอาจรับหน้าที่ในการล้างจานและทำความสะอาดห้องครัวแทน เพื่อไม่ให้ภาระตกที่ใครคนใดคนหนึ่ง
- ลดทอนความคาดหวัง ยอมรับความสะดวกของกันและกันในวันทำงาน และเก็บมื้ออาหารทำเองไว้สำหรับโอกาสพิเศษหรือวันที่พร้อมทั้งคู่
สรุปเรื่องนี้จึงไม่ได้อยู่ที่ว่าผู้ชายยังหวังให้แฟนทำอาหารเก่งอยู่หรือไม่ แต่อยู่ที่การสื่อสารและการทำความเข้าใจร่วมกันของแต่ละคู่ เพราะหัวใจสำคัญของชีวิตคู่ในยุคปัจจุบัน คือการเป็นเพื่อนคู่คิดที่พร้อมจะซัพพอร์ตและแบ่งเบาภาระของกันและกันในทุกๆ มิติของชีวิต