เคยไหม ในวันที่เหนื่อยล้าจากการทำงานจนสมองตื้อ ขยับตัวแทบไม่ไหว แต่พอได้เปิดคลิปคนกำลังใช้มีดสับผักจังหวะสม่ำเสมอ หรือเสียงเคี้ยวไก่ทอดกรอบๆ ฟังแล้วกลับรู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก
ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องแปลก และในหลายครั้ง เสียง ASMR (Autonomous Sensory Meridian Response) ประเภทอาหารเหล่านี้ สามารถเยียวยาคนที่มีภาวะ Burnout หรือหมดไฟได้ดีเยี่ยม จนบางครั้งแซงหน้าเพลงบำบัดคลื่นเสียงความถี่สูงเสียด้วยซ้ำ
เมื่อสมองล้าเกินกว่าจะ "ตีความ" อารมณ์ในเสียงเพลง
สาเหตุหลักที่ทำให้เพลงบำบัด หรือเพลงบรรเทาความเครียดดนตรีบำบัดบางประเภทไม่ได้ผลกับคนหมดไฟ เป็นเพราะ "เพลง" ยังคงต้องการการประมวลผลทางอารมณ์ สมองต้องคอยตีความท่วงทำนอง จังหวะ หรือแม้แต่ความทรงจำที่พ่วงมากับแนวเพลงนั้นๆ
แต่สำหรับคน Burnout สมองส่วนหน้าทำงานหนักจนโอเวอร์โหลด การฟังเพลงจึงอาจกลายเป็นการเพิ่มภาระให้สมองโดยไม่รู้ตัว ในทางตรงกันข้าม เสียง ASMR ตอนกินและทำอาหารจัดเป็น "เสียงสีขาว" (White Noise/Pink Noise) ในรูปแบบธรรมชาติ เป็นเสียงที่ไม่มีแพทเทิร์นซับซ้อน ไม่ต้องใช้สมองคิดตาม ทำให้ระบบประสาทได้เข้าสู่โหมด "พักผ่อน" อย่างแท้จริง
เสียงทำอาหาร คือ เทคนิคดึงสติกลับสู่ปัจจุบัน
ทางจิตวิทยา เมื่อเราเครียดหรือหมดไฟ จิตใจมักจะฟุ้งซ่าน คิดถึงแต่อดีตที่ผิดพลาดหรืออนาคตที่ยังมาไม่ถึง เสียงจากการทำอาหาร เช่น
- เสียงมีดกระทบเขียงเป็นจังหวะสม่ำเสมอ
- เสียงน้ำซุปเดือดปุดๆ ในหม้อ
- เสียงของทอดสู้กับน้ำมันในกระทะ
เสียงเหล่านี้มีความนุ่มนวลและคาดเดาได้ จิตวิทยาเรียกสิ่งนี้ว่า Grounding Effect หรือการดึงสติและประสาทสัมผัสของเราให้กลับมาอยู่กับปัจจุบันทีละขณะ เสียงที่เรียบง่ายและเป็นธรรมชาติเหล่านี้จะช่วยหลอกสมองว่า "ตอนนี้เราปลอดภัยแล้ว" และช่วยลดระดับฮอร์โมนคอร์ติซอล (ฮอร์โมนความเครียด) ลงได้อย่างรวดเร็ว
...
เสียงกิน คือ กระตุ้นสัญชาตญาณความสุขและการรอดชีวิต
เสียงเคี้ยวกรุบกรอบ เสียงกลืน หรือเสียงความฉ่ำของอาหาร เป็นเสียงที่เชื่อมโยงกับสัญชาตญาณดิบของมนุษย์ ตั้งแต่ยุคโบราณ อาหารคือสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์และการรอดชีวิต เมื่อสมองได้ยินเสียงการกินที่เอร็ดอร่อย มันจะกระตุ้นศูนย์ควบคุมความสุขในสมองให้หลั่งสาร โดปามีน และเซโรโทนิน ออกมา
นอกจากนี้ สำหรับคนที่ต้องนั่งกินข้าวคนเดียว หรือแยกตัวจากสังคมเพราะความเหนื่อยล้า เสียง Eating ASMR ยังช่วยเติมเต็มความรู้สึกเหงา ลบความรู้สึกโดดเดี่ยว และสร้างบรรยากาศเหมือนมีเพื่อนร่วมนั่งทานอาหารอยู่ข้างๆ โดยที่เราไม่ต้องพยายามฝืนเข้าสังคมให้เหนื่อยพลังชีวิตเพิ่มขึ้น
เพลงบำบัดทำหน้าที่เหมือน "ยาบำรุง" ที่ชวนให้จิตใจล่องลอยและเยียวยาด้วยท่วงทำนอง แต่ ASMR ตอนกินและทำอาหาร ทำหน้าที่เหมือน "การนวดสมอง" เป็นเสียงดิบๆ จากธรรมชาติที่ไม่เรียกร้องความสนใจ ไม่ต้องการความเข้าใจ แค่ปล่อยให้เสียงทำหน้าที่สลายความฟุ้งซ่าน และคืนความสงบให้สมองได้รีเซ็ตตัวเองอีกครั้ง