มนุษย์เงินเดือนมาตรา 33 ต้องรู้! สิทธิประกันสังคมกรณีเจ็บป่วย รักษาฟรีตามสิทธิ และได้เงินทดแทนขาดรายได้ 50% พร้อมเช็กสิทธิ UCEP เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤตรักษาฟรีทุกโรงพยาบาล 72 ชั่วโมง

มนุษย์เงินเดือนต้องรู้! สิทธิประกันสังคม มาตรา 33 กรณีเจ็บป่วย มีอะไรบ้าง?

สำหรับคนทำงานออฟฟิศหรือมนุษย์เงินเดือนที่จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมทุกเดือนในฐานะ ผู้ประกันตนมาตรา 33 เรื่อง “สิทธิกรณีเจ็บป่วย” ถือเป็นสิทธิพื้นฐานที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งที่คุณควรรู้ เพราะเมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยขึ้นมา ประกันสังคมจะเข้ามาช่วยดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลโดยที่คุณไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ เมื่อเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลตามสิทธิที่คุณเลือกไว้

  • เงื่อนไขการเกิดสิทธิ: คุณจะได้รับสิทธิการรักษาพยาบาลนี้ก็ต่อเมื่อ จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือน ก่อนวันเข้ารับบริการทางการแพทย์

ป่วยหนักจนต้องหยุดงาน ประกันสังคม ม.33 ชดเชยขาดรายได้อย่างไร?

นอกเหนือจากสิทธิการรักษาฟรีแล้ว หากอาการป่วยรุนแรงจนแพทย์สั่งให้หยุดพักรักษาตัว และคุณได้ใช้สิทธิลาป่วยโดยได้รับค่าจ้างจากนายจ้างตามกฎหมายแรงงานครบ 30 วันแล้ว แต่ยังไม่หายดี ประกันสังคมยังมี “เงินทดแทนการขาดรายได้” เพื่อช่วยเยียวยาค่าใช้จ่าย โดยมีเงื่อนไขดังนี้:

...

  • เงินชดเชย: ได้รับ 50% ของค่าจ้าง (คำนวณจากฐานค่าจ้างสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท เท่ากับได้รับสูงสุดไม่เกิน 7,500 บาท/เดือน)
  • ระยะเวลาการจ่าย: ได้รับครั้งละไม่เกิน 90 วัน และรวมกันไม่เกิน 180 วันต่อปี (ยกเว้นกรณีเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรัง ประกันสังคมจะจ่ายเงินทดแทนให้ไม่เกิน 365 วัน)

เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต (UCEP) เข้าโรงพยาบาลไหนก็รักษาฟรี 72 ชั่วโมง

อุบัติเหตุหรือโรคภัยไข้เจ็บเป็นเรื่องที่คาดเดาไม่ได้ หากผู้ประกันตนตกอยู่ในสถานการณ์ “เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต” หรือเข้าเกณฑ์ UCEP (Universal Coverage for Emergency Patients) คุณสามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลรัฐหรือเอกชน โดย ไม่ต้องสำรองจ่ายเงินภายใน 72 ชั่วโมงแรก เพียงพกบัตรประชาชนใบเดียวเท่านั้น

6 อาการเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤตที่เข้าเกณฑ์ UCEP มีดังนี้

  1. หมดสติ ไม่รู้สึกตัว ไม่หายใจ
  2. เจ็บหน้าอกเฉียบพลันรุนแรง
  3. หายใจเร็ว หอบเหนื่อยรุนแรง
  4. แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก พูดไม่ชัดแบบปัจจุบันทันด่วน หรือมีอาการชักต่อเนื่องไม่หยุด
  5. ซึมลง เหงื่อแตก ตัวเย็น หรือมีอาการชักร่วมด้วย
  6. อาการอื่นๆ ที่มีผลต่อระบบการหายใจ ระบบไหลเวียนโลหิต และระบบสมองที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิต

ภาพจาก iStock
ภาพจาก iStock

หมายเหตุ: หากเป็นกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินแต่ไม่เข้าเกณฑ์วิกฤต และไม่ได้เข้ารักษาในโรงพยาบาลตามสิทธิ ผู้ประกันตนจะต้องสำรองจ่ายค่ารักษาไปก่อน แล้วจึงนำหลักฐานมาเบิกคืนตามหลักเกณฑ์ที่ประกันสังคมกำหนด

เช็กให้ชัวร์! 13 โรคและบริการทางการแพทย์ที่ประกันสังคม “ไม่ครอบคลุม”

แม้ว่าประกันสังคมจะดูแลครอบคลุมโรคส่วนใหญ่ แต่ก็มีข้อยกเว้นบางประการที่ผู้ประกันตนต้องรู้ล่วงหน้า เพื่อจะได้วางแผนการรักษาได้อย่างถูกต้อง โดยมี กลุ่ม 13 โรค/บริการทางการแพทย์ที่ประกันสังคมไม่ได้ครอบคลุม ดังต่อไปนี้

  1. โรคหรืออาการที่เกิดจากสารเสพติด (ยกเว้น การให้สารเมทาดอน)
  2. การบำบัดทดแทนไต กรณีไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย
  3. การศัลยกรรมตกแต่งที่ไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์
  4. การรักษาที่ยังอยู่ระหว่างการค้นคว้าทดลอง
  5. การรักษาภาวะมีบุตรยาก
  6. การตรวจเนื้อเยื่อเพื่อการผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะ (ยกเว้น การปลูกถ่ายไขกระดูก หรือการผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะตามเกณฑ์เฉพาะ)
  7. การตรวจใดๆ ที่เกินกว่าความจำเป็นในการรักษาโรค
  8. การผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะ
  9. การเปลี่ยนเพศ
  10. การผสมเทียม
  11. การบริการระหว่างรักษาตัวแบบพักฟื้น
  12. ทันตกรรมที่นอกเหนือจากการถอนฟัน อุดฟัน ขูดหินปูน ผ่าฟันคุด และการใส่ฟันเทียมชนิดถอดฐานอะคริลิค
  13. แว่นตา

รู้สิทธิ ไม่เสียสิทธิ์

ภาพจาก iStock
ภาพจาก iStock

...

สิทธิประโยชน์กรณีเจ็บป่วยของประกันสังคม มาตรา 33 ถือเป็นตาข่ายรองรับทางสังคมที่สำคัญสำหรับคนทำงานทุกคน การตรวจสอบสิทธิและโรงพยาบาลตามสิทธิของตนเองอยู่เสมอ จะช่วยให้คุณสามารถเข้าถึงการรักษาได้อย่างทันท่วงทีเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน หากผู้ประกันตนมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่สายด่วนประกันสังคม โทร. 1506 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือทางเว็บไซต์ www.sso.go.th และ LINE: @ssothai

(ข้อมูลอ้างอิง: สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน)