เริ่มแล้ว! วิธีใช้สิทธิไทยช่วยไทยพลัส 2569 ขึ้น BTS MRT รถเมล์ ขสมก. และขนส่งสาธารณะผ่านแอปฯ เป๋าตัง รัฐช่วยจ่าย 60% เช็กขั้นตอนและเงื่อนไขสำคัญที่นี่เพื่อไม่ให้พลาดสิทธิ

โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ "ไทยช่วยไทย พลัส 60/40" ประจำปี 2569 ได้เปิดให้ประชาชนเริ่มใช้สิทธิเพื่อแบ่งเบาภาระค่าครองชีพอย่างเป็นทางการแล้ว โดยมีระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ถึง 30 กันยายน 2569 ซึ่งในรอบนี้รัฐบาลสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้ถึง 60% และประชาชนร่วมจ่ายเอง 40% กำหนดวงเงินสูงสุดไม่เกิน 200 บาทต่อวัน และไม่เกิน 1,000 บาทต่อเดือน

ความพิเศษของโครงการในครั้งนี้คือ การครอบคลุมระบบขนส่งสาธารณะอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อช่วยลดต้นทุนการเดินทางของคนเมืองและผู้ที่ต้องเดินทางข้ามจังหวัด โดยสามารถใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" (G-Wallet) ได้ในช่วงเวลา 06.00 - 23.00 น. ของทุกวัน ไทยรัฐออนไลน์ ได้สรุปขั้นตอนวิธีใช้ไทยช่วยไทยพลัส ร่วมกับระบบขนส่งมวลชนแต่ละประเภทมาให้แล้ว ดังนี้

วิธีใช้ไทยช่วยไทยพลัส กับรถไฟฟ้า (BTS, MRT, ARL, สายสีแดง และสายสีทอง)

ปัจจุบันมีระบบรถไฟฟ้าเข้าร่วมโครงการรวมทั้งสิ้น 8 สาย ได้แก่ รถไฟฟ้า BTS, รถไฟฟ้าสายสีทอง, MRT (สายสีน้ำเงิน สีม่วง สีเหลือง สีชมพู), รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ (ARL) และรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง โดยมีขั้นตอนการชำระเงินดังนี้

ภาพจาก iStock
ภาพจาก iStock

...

ขั้นตอนการชำระเงินค่ารถไฟฟ้า

  1. เติมเงินเข้า G-Wallet ในแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" ให้เพียงพอสำหรับส่วนที่ต้องจ่ายเอง 40%
  2. เปิดแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" แล้วเข้าไปที่เมนูโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส 60/40"
  3. กดปุ่ม "สแกน QR เพื่อใช้สิทธิ"
  4. ติดต่อเจ้าหน้าที่ ณ ห้องจำหน่ายตั๋วโดยสารของสถานี เพื่อสแกน QR Code จากเครื่องของเจ้าหน้าที่ (หมายเหตุ: ไม่สามารถสแกนที่ตู้จำหน่ายตั๋วอัตโนมัติได้)
  5. ตรวจสอบยอดเงินร่วมจ่าย จากนั้นกดยืนยันและใส่รหัส PIN 6 หลัก
  6. รับตั๋วโดยสารเพื่อใช้เดินทางทันที

เงื่อนไขสำคัญสำหรับผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า

  • ใช้ซื้อได้เฉพาะ ตั๋วโดยสารเที่ยวเดียว (Single Journey Ticket/Card) สำหรับบุคคลทั่วไปและผู้สูงอายุเท่านั้น
  • ไม่สามารถ ใช้เติมเงินหรือเติมเที่ยวโดยสารในบัตรแมงมุม, บัตร MRT EMV หรือบัตรแรบบิท (Rabbit Card) ได้
  • ไม่สามารถ ซื้อเหรียญโดยสารเก็บไว้ใช้ข้ามวัน หรือซื้อตั๋วแบบไป-กลับล่วงหน้าได้
  • เมื่อซื้อแล้วไม่สามารถขอคืนเป็นเงินสด (Refund) ได้ทุกกรณี
  • ไม่ครอบคลุมการจ่ายค่าปรับ (เช่น การอยู่ในระบบเกินเวลา) หรือค่าจอดรถของรถไฟฟ้า MRT

ขั้นตอนจ่ายค่ารถเมล์ ขสมก. และ รถทัวร์ บขส.

สำหรับผู้ที่เดินทางด้วยรถโดยสารประจำทาง ทั้งในกรุงเทพฯ และการเดินทางข้ามจังหวัด มีแนวทางปฏิบัติในการใช้สิทธิดังนี้

1. รถโดยสารประจำทาง ขสมก. (รถเมล์)

องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดรับชำระค่าโดยสารบนรถเมล์ทุกประเภทคันผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง

ภาพจาก iStock
ภาพจาก iStock

  • วิธีใช้งาน: แจ้งป้ายสถานีปลายทางกับพนักงานเก็บค่าโดยสาร จากนั้นเข้าแอปฯ เป๋าตัง กดแบนเนอร์โครงการ เลือก "สแกน QR เพื่อใช้สิทธิ" นำไปสแกน QR Code จากเครื่อง "ถุงเงิน" ของพนักงาน และใส่รหัส PIN 6 หลักเพื่อยืนยัน

2. รถโดยสาร บขส. (รถทัวร์)

บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เข้าร่วมโครงการเพื่อให้ประชาชนใช้เดินทางข้ามจังหวัด โดยสแกนใช้สิทธิได้ที่ช่องจำหน่ายตั๋วของ บขส. 139 แห่งทั่วประเทศ

  • เงื่อนไขเพิ่มเติม: สามารถใช้ซื้อตั๋วโดยสารได้ทุกมาตรฐานและทุกเส้นทาง และนำไปใช้ร่วมกับส่วนลดสมาชิก BKS Member (ลด 5-10%) ได้
  • กรณีค่าตั๋วเกินวงเงิน: หากค่าตั๋วเกินวงเงินที่รัฐช่วยจ่าย 200 บาท/วัน หรือเกินวงเงินคงเหลือ ผู้โดยสารต้องจ่ายส่วนต่างเพิ่มด้วยเงินสดหรือตัดเงินใน G-Wallet
  • กรณีซื้อให้ผู้อื่น: หากผู้ใช้สิทธิไม่ได้เดินทางเอง ต้องแจ้งชื่อและเลขบัตรประจำตัวประชาชนของผู้เดินทางจริงก่อนออกตั๋ว และตั๋วที่ซื้อผ่านสิทธินี้ไม่สามารถขอคืนตั๋วได้ทุกกรณี

การใช้สิทธิกับขนส่งสาธารณะรายย่อย และเรือด่วน

ภาพจาก iStock
ภาพจาก iStock

...

  • แท็กซี่, วินมอเตอร์ไซค์, รถตู้, รถสองแถว และรถสามล้อ: ประชาชนสามารถใช้สิทธิได้หากผู้ให้บริการเหล่านั้นลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการและมีแอปพลิเคชัน "ถุงเงิน" โดยให้สแกนจ่ายเมื่อถึงจุดหมายปลายทาง
  • เรือด่วนเจ้าพระยา: สามารถสแกนซื้อตั๋วในอัตราปกติได้ ณ ท่าเรือที่เข้าร่วมโครงการ

ข้อควรระวัง ไทยช่วยไทยพลัส VS บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ บนรถเมล์ไฟฟ้า (TSB)

ผู้ใช้บริการหลายรายอาจเกิดความสับสนระหว่างสิทธิ "ไทยช่วยไทยพลัส" กับ "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" ในการใช้บริการ รถเมล์ไฟฟ้า ไทย สมายล์ บัส (Thai Smile Bus หรือ TSB) จากการตรวจสอบข้อมูลเงื่อนไขระบบ พบข้อจำกัดดังนี้

  • รถเมล์ไฟฟ้าไทยสมายล์บัส รองรับการชำระเงินผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (โดยการแตะบัตรประชาชนเข้ากับเครื่อง EDC บนรถ)
  • อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ใช้สิทธิ "ไทยช่วยไทยพลัส 60/40" (กลุ่มประชาชนทั่วไป) จะยังไม่สามารถใช้สแกนจ่ายบนรถเมล์ไฟฟ้าไทยสมายล์บัสได้ เนื่องจากระบบรับชำระของโครงการนี้ต้องตัดเงินผ่านแอปฯ ถุงเงินเป็นรายธุรกรรม ซึ่งระบบบนเครื่องของรถไทยสมายล์บัสยังไม่รองรับในขณะนี้

วงเงินสนับสนุนจากรัฐบาลจำนวน 1,000 บาทต่อเดือนนั้น จะถูกตัดยอดทิ้งทุกสิ้นเดือน หากใช้ไม่หมด จะไม่สามารถนำไปทบหรือสะสมในเดือนถัดไปได้ ดังนั้น ผู้ใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะควรวางแผนการเดินทางในแต่ละเดือนให้ดี เพื่อใช้สิทธิ 60/40 ให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุดตลอดระยะเวลา 4 เดือนของโครงการนี้