สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี มีจุดเริ่มต้นจากพระราชดำริอันเปี่ยมด้วยพระเมตตา เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่ห่างไกล รวมทั้งเป็นต้นแบบของการพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิของประเทศ

สถาบันพระบรมราชชนก (สบช.) โดย สำนักงานบริหารผลิตกำลังคนระบบสุขภาพปฐมภูมิ (9หมอ) ตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนาระบบปฐมภูมิให้เข้มแข็ง ซึ่งต้องเริ่มจากการออกแบบ “บทบาทของคน” ให้สอดคล้องกับ “บริบทของพื้นที่” จึงได้จัดการประชุมโครงการบริหารจัดการการรับและเตรียมความพร้อมแพทย์เพิ่มพูนทักษะ นำแพทย์เพิ่มพูนทักษะ ไปปฏิบัติงานสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี  มุ่ง “เปลี่ยนมุมมอง” ของแพทย์จากการรักษาในโรงพยาบาล สู่การดูแลสุขภาพประชาชนแบบองค์รวมในชุมชน 

นพ.เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การพัฒนาแพทย์เพิ่มพูนทักษะให้ไปทำงานที่สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติฯ ไม่ได้หมายถึงการเพิ่มภาระ แต่เป็นการวางบทบาทใหม่ให้แพทย์ทำงานเชิงรุก ทำงานเป็นทีม และทำงานเป็นเครือข่ายกับชุมชนอย่างแท้จริง ภายใต้การออกแบบเช่นนี้ แพทย์ไม่ได้ทำงานเพียงลำพัง แต่ทำงานร่วมกับทีมสุขภาพ และระบบสนับสนุน ทั้งด้านวิชาการ เทคโนโลยี และนโยบาย

ด้าน ศ.พิเศษ ดร.นพ.วิชัย เทียนถาวร อธิการบดี สบช.กล่าวถึงความสำคัญของโครงการนี้ ว่า เป็นการเตรียมความพร้อมแพทย์ให้เข้าใจระบบสุขภาพชุมชนจริง ๆ ตั้งแต่การดูแลแม่และเด็ก ทันตสุขภาพ การใช้ยาอย่างสมเหตุสมผล ไปจนถึงการสร้างชุมชนสุขภาวะ ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมจากการดำเนินงานเชิงระบบผ่านสบช.โมเดลที่ผ่านมา สะท้อนผ่านข้อมูลว่า สามารถลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพกว่า 400 ล้านบาท ชี้ชัดว่าปฐมภูมิที่เข้มแข็งคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด ทั้งหมดนี้ คือ อนาคตของระบบสุขภาพปฐมภูมิ  ดังนั้นการมาปฏิบัติงานในพื้นที่จริง  ไม่ได้เป็นเพียงการเรียนรู้ทางคลินิก แต่เป็นการเรียนรู้ชีวิตของชุมชน และรู้ความหมายของการเป็นแพทย์ในระบบปฐมภูมิอย่างแท้จริง