ไหนออฟฟิศใครมีบ้างยกมือ… พนักงานที่เหมือนนักแสดงนำยอดเยี่ยมอย่าง "คนทำงานสายการแสดง" คนกลุ่มนี้มักจะดูยุ่งตลอดเวลา ท่าทางขยันขันแข็ง และเป็นตัวตั้งตัวตีในทุกวงสนทนา แต่เมื่อถึงเวลาต้องส่งมอบผลงาน เนื้องานกลับกลวงโบ๋ หรือแทบไม่มีชิ้นงานที่เป็นรูปธรรมออกมาเลย
พฤติกรรมขยันออกหน้าแต่ผลงานหน้าแห้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นภาพลวงตาที่ไว้ใช้หลอกผู้บริหาร หัวหน้า แต่ยังสร้างความเหนื่อยล้าขั้นสุดให้กับเพื่อนร่วมทีมที่ต้องคอยตามเช็ดตามล้างในทุกๆ วันกับผลกระทบที่เกิดขึ้นในภายหลัง
ไทยรัฐออนไลน์ ได้รวบรวมพฤติกรรมของ "คนทำงานสายการแสดง" นักทำงานลวงตา ที่ชอบทำให้เพื่อนร่วมงานเหนื่อยใจ
เปิดหน้ากาก แฉพฤติกรรม "คนทำงานสายการแสดง" นักทำงานในจินตนาการที่ชอบทำเพื่อนร่วมงานเหนื่อยใจ
- ตอบแชตไว พรีเซนต์เก่ง แต่เนื้องานกลวง
พฤติกรรมแรกที่สังเกตได้ชัดเจนคือความไวในการตอบสนองบนพื้นที่สื่อสารขององค์กร ไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์ “รับทราบ” เป็นคนแรกในไลน์กลุ่ม หรือการส่งอีเมลที่มีการซีซี (CC) ผู้บริหาร และคนทั้งแผนกเพื่อแจ้งเรื่องเล็กน้อยให้ดูเป็นเรื่องใหญ่
คนกลุ่มนี้มักจะพรีเซนต์ตัวเองให้ดูเป็นคนกระตือรือร้น ต้องการที่จะมีส่วนร่วมกับทุกโปรเจกต์ แต่พอถึงเวลาที่ต้องลงมือทำเนื้องานจริงๆ กลับเงียบหาย ล่าช้า อ้างงานเยอะ หรือมักจะโยนงานในส่วนของตัวเองไปให้คนอื่นทำแทนอย่างแนบเนียน
- นักประดิษฐ์วาทกรรม และผู้รักการประชุม
คนทำงานสายการแสดงมักเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้คำศัพท์หรูหรา หรือศัพท์เฉพาะทางในห้องประชุม เพื่อทำให้ตัวเองดูฉลาดและมีวิสัยทัศน์ พวกเขามักจะเสนอไอเดียที่ดูยิ่งใหญ่แต่ขาดแผนการปฏิบัติ และไม่สามารถทำเองได้จริง
...
นอกจากนี้ยังโปรดปรานการออกหน้าจัดแจงงาน หรือนัดประชุมอย่างมาก บางครั้งเป็นการนัดประชุมเพื่อหารือเกี่ยวกับเรื่องที่เพิ่งประชุมไป หรือพูดจบไปแล้ว ทำให้งานที่ควรจะเสร็จภายในห้านาทีกลายเป็นวาระระดับชาติที่ต้องใช้เวลาถกเถียงกันครึ่งวัน ซึ่งเป็นการสูญเสียเวลา และพลังงานของทีมไปโดยเปล่าประโยชน์
- โผล่มาตอนตัดริบบิ้น และเคลมผลงาน
นี่คือพฤติกรรมที่สร้างความเหนื่อยใจและทำลายกำลังใจคนทำงานตัวจริงมากที่สุด ในช่วงที่โปรเจกต์กำลังฝ่าฟันอุปสรรค หรือต้องลงแรงอย่างหนัก คนกลุ่มนี้มักจะอ้างว่าติดภารกิจอื่นที่สำคัญกว่า แต่เมื่อโปรเจกต์นั้นดำเนินมาถึงจุดที่ประสบความสำเร็จหรือใกล้จะปิดจ๊อบ พวกเขาจะรีบกระโดดเข้ามามีส่วนร่วมในทันที พร้อมกับออกหน้าพรีเซนต์ผลงานราวกับว่าตัวเองเป็นคนสำคัญที่ทำให้งานนี้สำเร็จลุล่วง
พฤติกรรมเหล่านี้ไม่ได้ส่งผลเสียแค่ในระดับบุคคล แต่เปรียบเสมือนเนื้อร้ายที่ทำลายกำลังใจคนในทีม สิ่งที่ทำลายวัฒนธรรมองค์กรอย่างช้าๆ เมื่อคนทำงานตัวจริงเห็นว่าความพยายามของพวกเขาถูกแย่งชิงความดี ความชอบไปโดยคนที่เก่งแต่การสร้างภาพ กำลังใจในการทำงานก็จะลดลง นำไปสู่อาการหมดไฟ และท้ายที่สุด องค์กรอาจต้องสูญเสียบุคลากรที่มีความสามารถไป เหลือไว้เพียงแต่นักแสดงที่สร้างผลลัพธ์หลอกตา
ดังนั้นการรับมือกับคนทำงานสายการแสดง คือ หัวหน้างาน และองค์กรจำเป็นต้องเปลี่ยนมาตรวัดความสำเร็จใหม่ โดยเลิกให้คุณค่ากับความยุ่งเหยิงหรือการมีตัวตนที่ดูวุ่นวายตลอดเวลา แต่หันมาโฟกัสที่ผลกระทบ และชิ้นงานที่วัดผลได้จริง เพื่อคืนความยุติธรรมให้กับคนที่ตั้งใจทำงาน เพราะในโลกของการทำงาน ผลลัพธ์ที่จับต้องได้ย่อมส่งเสียงดัง และมีคุณค่ามากกว่าการแสดงเสมอ
วิธีแก้เกม และรับมือมนุษย์ออฟฟิศสายการแสดง
การปล่อยให้คนกลุ่มนี้ตักตวงผลประโยชน์โดยไม่ลงแรง จะกลายเป็นเนื้อร้ายที่ทำลายวัฒนธรรมองค์กรและทำให้คนเก่งหมดไฟ หากคุณต้องทำงานร่วมกับคนสายการแสดง นี่คือวิธีรับมือและป้องกันไม่ให้ตัวเองต้องกลายเป็นเดอะแบก
1. บันทึกทุกอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร
เมื่อมีการตกลงเรื่องงานหรือแบ่งหน้าที่ ให้หลีกเลี่ยงการคุยปากเปล่า ควรทำสรุปส่งทางอีเมล หรือในกลุ่มแชตที่ทำงานร่วมกันเสมอ ระบุให้ชัดเจนว่าใครต้องทำอะไร และกำหนดส่งเมื่อไหร่ หลักฐานเหล่านี้จะช่วยป้องกันการตีเนียน หรือการปฏิเสธความรับผิดชอบในภายหลัง
2. กำหนดขอบเขตความรับผิดชอบให้ขาด
การทำงานเป็นทีมหรือโปรเจกต์ใหญ่ ให้ซอยเนื้องานออกเป็นส่วนๆ แล้วระบุชื่อผู้รับผิดชอบหลักของงานแต่ละชิ้นอย่างชัดเจนตั้งแต่เริ่มต้น หากเกิดความล่าช้าหรือข้อผิดพลาดในส่วนใด จะได้รู้ทันทีว่าใครคือคนที่ต้องรับผิดชอบโดยตรง ไม่สามารถโยนความผิดให้ภาพรวมของทีมได้
3. ใจแข็งและเลิกเป็นเดอะแบก
หลายครั้งที่คนกลุ่มนี้อยู่รอดมาได้ เพราะมีเพื่อนร่วมงานที่ใจดี และทนเห็นงานพังไม่ได้คอยตามแก้ปัญหาให้ หากงานในส่วนของเขาไม่เสร็จหรือไม่ได้มาตรฐาน ต้องกล้าที่จะสะท้อนปัญหาตรงๆ หรือปล่อยให้เขาเผชิญหน้ากับผลที่ตามมาด้วยตัวเองบ้าง เพื่อให้เขาเรียนรู้ที่จะรับผิดชอบงานของตนเอง
4. สำหรับหัวหน้า ให้วัดผลที่ "ชิ้นงาน" ไม่ใช่ "ความยุ่ง"
หัวหน้างานและองค์กรคือตัวแปรสำคัญที่สุดในการแก้ปัญหานี้ ต้องเปลี่ยนมาตรวัดความสำเร็จใหม่ เลิกให้คุณค่ากับจำนวนชั่วโมงที่นั่งหน้าคอมพิวเตอร์ การตอบแชตไว หรือความวุ่นวายที่ดูเหมือนยุ่งตลอดเวลา แต่หันมาประเมินผลจากตัวชี้วัดที่จับต้องได้ โฟกัสที่ผลกระทบของงานและชิ้นงานที่สำเร็จจริง
...
โลกของการทำงาน ความพยายามและภาพลักษณ์อาจสร้างความประทับใจได้ในระยะสั้น แต่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมต่างหากคือสิ่งที่จะส่งเสียงดังและมีคุณค่าอย่างแท้จริง การรู้เท่าทัน และมีวิธีรับมือที่ถูกต้อง จะช่วยคืนความยุติธรรมให้กับคนทำงานตัวจริงในองค์กรได้อย่างแน่นอน