สำหรับใครที่กำลังตั้งเป้าหมายกำจัด "พุง" ปัญหากวนใจอันดับต้นๆ แต่ยังลังเลว่าจะเลือกออกกำลังกายสายไหนดี ระหว่างการสวมรองเท้าออกไป "วิ่ง" รับลม หรือจะเปิดเพลง "เต้น" สะบัดหน้าลำโพงให้สุดเหวี่ยง ความจริงแล้วทั้งสองอย่างนี้มีดีคนละแบบ และนี่คือข้อเปรียบเทียบที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

“การวิ่ง” ราชาแห่งการเผาผลาญไขมันสะสม

ไม่ว่าจะวิ่งในสวนสาธารณะหรือบนลู่วิ่ง การวิ่งคือการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอที่ทรงพลังที่สุด เพราะเป็นการดึงไขมันมาใช้ได้สูงสุด การวิ่งอย่างต่อเนื่องช่วยให้ร่างกายเข้าสู่สภาวะ Fat Burn ได้ดีเยี่ยม โดยเฉพาะการวิ่งในระดับ Zone 2 วิ่งแบบยังพอคุยรู้เรื่อง ที่ร่างกายจะเน้นดึงไขมันส่วนเกินมาเป็นพลังงานหลัก

นอกจากนี้ การวิ่งยังสามารถ เบิร์นแคลอรีได้ต่อเนื่อง สร้างสภาวะ Afterburn Effect หรือการเผาผลาญต่อเนื่องแม้คุณจะหยุดวิ่งไปแล้ว สามารถเผาผลาญได้ประมาณ 400-800 แคลอรีต่อชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับความเร็วและน้ำหนักตัว) เหมาะมากสำหรับคนที่ต้องการลดไขมันในภาพรวม และเน้นความอึด

“การเต้นหน้าลำโพง” ตัวตึงแห่งการปั้นหุ่น และกระชับสัดส่วน

ไม่ว่าจะเป็นซุมบ้า เต้นตาม YouTube หรือแอโรบิกมาราธอน การเต้นคือมัลติฟังก์ชันของการออกกำลังกาย เพราะการเต้นเน้นจังหวะการบิดตัว การโยกย้ายสะโพก และการใช้แกนกลางลำตัวตลอดเวลา ซึ่งช่วยบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องทั้งส่วนหน้าและด้านข้างได้ดีกว่าการวิ่งทางตรง ทำให้หน้าท้องดูแบนราบและเห็นส่วนเว้าส่วนโค้งชัดเจน

นอกจากนี้ ความสนุกจากดนตรีช่วยให้สมองหลั่งสารแห่งความสุข ทำให้เราเต้นได้นานขึ้นโดยไม่รู้สึกท้อ สามารถเผาผลาญได้ประมาณ 300-600 แคลอรีต่อชั่วโมง เหมาะสำหรับคนที่อยากเบิร์นไปพร้อมๆ กับการสลายพุงให้เฟิร์มกระชับ

...

ทำไมการ "ทำคู่กัน" ถึงเป็นสูตรลัดสู่หุ่นในฝัน 

หากคุณสลับการวิ่งกับการเต้นในหนึ่งสัปดาห์ หรือทำควบคู่กัน ผลลัพธ์ที่ได้จะมากกว่าแค่การลดน้ำหนักธรรมดา เพราะจะเกิดการทำลายจุดตันของการลดน้ำหนัก ที่ร่างกายมักจะเคยชินหากเราออกกำลังกายแบบเดิมซ้ำๆ การสลับจากวิ่งมาเต้นจะช่วย "ช็อก" ระบบเผาผลาญให้ตื่นตัวตลอดเวลา ช่วยให้ลดน้ำหนักได้ต่อเนื่องไม่สะดุด

นอกจากนี้ยังเป็นทั้งวอร์มอัพ และคูลดาวน์ที่สมบูรณ์แบบ โดยก่อนวิ่ง ใช้การเต้นจังหวะเบาๆ เป็นการวอร์มอัพเพื่อยืดเหยียดและปลุกกล้ามเนื้อทุกส่วนให้พร้อม ลดโอกาสการบาดเจ็บจากการวิ่ง และหลังวิ่ง ใช้การเต้นช้าๆ หรือการยืดเหยียดตามจังหวะดนตรีเพื่อคูลดาวน์ ช่วยคลายกล้ามเนื้อที่ตึงจากการวิ่ง ลดอาการปวดเมื่อยในวันถัดไป

แน่นอนว่าการวิ่งช่วยรีดไขมันชั้นนอกออก ส่วนการเต้นช่วย "ปั้น" กล้ามเนื้อชั้นในให้เฟิร์ม เมื่อทำคู่กันคุณจะได้ทั้งความผอมและความสตรองไปพร้อมๆ กัน หากอยาก "ลดพุงไว" ให้เน้นการวิ่งเป็นหลักเพื่อรีดแคลอรี แต่หากอยากได้ "หน้าท้องที่สวยและเอวคอด" ต้องเติมการเต้นเข้าไปเสริม และที่สำคัญที่สุด อย่าลืมคุมอาหารควบคู่ไปด้วย เพราะหน้าท้องที่แบนราบไม่ได้สร้างได้แค่ในสนามวิ่ง แต่สร้างได้จากวินัยการกินและสติในการออกกำลังกาย