เจาะลึกเส้นทางสายตรงสู่ "คนขับรถไฟไทย" สังกัด รฟท. ต้องเรียนจบอะไร? เปิดคุณสมบัติและไทม์ไลน์การฝึกฝนสุดหิน ก่อนก้าวเป็นพนักงานขับรถจักรตัวจริง
ในยุคที่ระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมทางรางของไทยกำลังเติบโต อาชีพคนขับรถไฟไทย (พนักงานขับรถจักร) สังกัดการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จึงเป็นหนึ่งในเป้าหมายความฝันของใครหลายคน แต่เบื้องหลังการควบคุมขบวนรถที่บรรทุกผู้โดยสารนับร้อยชีวิตนั้น ไม่ได้มาจากการยื่นใบสมัครด้วยวุฒิการศึกษาทั่วไป ทว่าต้องผ่านการหล่อหลอมจากสถาบันเฉพาะทางที่สืบทอดมาตรฐานความปลอดภัยมาอย่างยาวนาน
จุดเริ่มต้นสำคัญ สอบเข้า "โรงเรียนวิศวกรรมรถไฟ"
เส้นทางสายตรงและเป็นแกนหลักในการผลิตบุคลากรคุณภาพเพื่อปฏิบัติหน้าที่บนขบวนรถ คือการสอบเข้าศึกษาต่อที่ โรงเรียนวิศวกรรมรถไฟ แผนกช่างเครื่องกล โดย รฟท. จะมีการเปิดรับสมัครเพื่อคัดเลือกเยาวชนที่มีความพร้อม ซึ่งผู้ที่สนใจ สมัครคนขับรถไฟ ต้องมี คุณสมบัติคนขับรถไฟ เบื้องต้นดังนี้
คุณสมบัติทั่วไป เพื่อก้าวไปสู่อาชีพ "คนขับรถไฟ"
- เพศชาย สัญชาติไทย อายุระหว่าง 18 - 25 ปี นับถึงวันปิดรับสมัคร
- สำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) สาขาช่างยนต์, ช่างกลโรงงาน, ช่างไฟฟ้ากำลัง, ช่างอิเล็กทรอนิกส์ หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง
- ส่วนสูง 160 เซนติเมตรขึ้นไป สายตาปกติดีเยี่ยม ไม่บอดสี น้ำหนักผ่านเกณฑ์มาตรฐาน สภาพร่างกายปกติ สุขภาพร่างกายแข็งแรงไม่เป็นอุปสรรคต่อการศึกษา
- มีระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 2.50
- ไม่เคยถูกไล่ออกหรือให้ออกจากสถานศึกษาใดๆ ด้วยกรณีความผิดศีลธรรมหรือความประพฤติเสื่อมเสียอย่างร้ายแรง
- ไม่เป็นผู้เคยต้องรับโทษจำคุก โดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ความผิดที่เป็นลหุโทษ หรือความผิดที่มีกำหนดโทษขั้นลหุโทษ หรือความผิดอันกระทำโดยประมาท
...
เจาะ 4 ด่านทดสอบสุดหิน กว่าจะได้เป็น "คนขับรถไฟ"
การก้าวขึ้นไปจับคันเร่งและรับผิดชอบความปลอดภัยของขบวนรถไฟ ต้องอาศัย "ชั่วโมงบิน" และการเรียนรู้ที่เข้มข้น โดยมีลำดับขั้นตอนดังนี้
1. ด่านสอบคัดเลือก ผู้สมัครต้องผ่านการทดสอบข้อเขียนในวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ความรู้ช่างพื้นฐาน และการสอบสัมภาษณ์
2. ด่านการศึกษา 2 ปี เมื่อสอบติด จะต้องเข้าเรียนในโรงเรียนวิศวกรรมรถไฟเป็นเวลา 2 ปี เพื่อศึกษาโครงสร้างรถจักร ระบบเบรก กฎระเบียบการเดินรถ และการฝึกปฏิบัติงานจริงในโรงงาน
3. ด่านสะสมประสบการณ์ฐานะ "ช่างเครื่อง" 7 ปี หลังเรียนจบ จะได้รับการบรรจุเป็นพนักงาน รฟท. ในตำแหน่ง "ผู้ช่วยพนักงานขับรถไฟ" หรือที่เรียกกันว่า "ช่างเครื่อง" มีหน้าที่เป็นผู้ช่วยคนขับตัวจริง ต้องใช้เวลาฝึกฝนการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและจดจำเส้นทางบนขบวนรถจริง ไม่น้อยกว่า 7 ปี
4. ด่านทดสอบเพื่อเลื่อนระดับ เมื่อชั่วโมงบินครบตามเกณฑ์ จึงจะมีสิทธิ์สอบเลื่อนระดับเป็น "พนักงานขับรถจักร" เมื่อสอบผ่านข้อเขียนและภาคปฏิบัติ จึงจะถือเป็น คนขับรถไฟ อย่างเต็มตัว
อัปเดตข้อเท็จจริง มาตรฐานใหม่ "ใบขับขี่รถไฟ"
นอกจากกระบวนการฝึกฝนภายในองค์กรที่เข้มงวดแล้ว ปัจจุบันวิชาชีพคนขับรถไฟกำลังก้าวเข้าสู่มาตรฐานใหม่ระดับประเทศ ข้อมูลจากกรมการขนส่งทางราง (ขร.) ระบุถึงการผลักดันพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง ซึ่งมีสาระสำคัญในการกำหนดให้พนักงานขับรถไฟทุกคนในประเทศไทย ครอบคลุมทั้ง รฟท., รถไฟฟ้า BTS, MRT และรถไฟความเร็วสูง จะต้องมี "ใบอนุญาตเป็นผู้ประจำหน้าที่พนักงานขับรถขนส่งทางราง" หรือที่เรียกกันว่า ใบขับขี่รถไฟ
ในอดีตพนักงานต้องใช้เวลาฝึกอบรมถึง 10 ปี ก่อนจะปรับลดลงมาเหลือ 7 ปีในปัจจุบัน พนักงานขับรถไฟทุกคนต้องมีความรู้ ความชำนาญ และผ่านการทดสอบอย่างเข้มงวดก่อนปฏิบัติหน้าที่ ได้รับการรับรองและแต่งตั้งตาม "ข้อบังคับการรถไฟฯ ฉบับที่ 3.1" ซึ่งเป็นระเบียบภายในองค์กรที่มีกฎเกณฑ์รัดกุมอยู่แล้ว แต่เมื่อ พ.ร.บ. ฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ พนักงานขับรถจะต้องเข้ารับการทดสอบมาตรฐานความรู้ ทั้งด้านทฤษฎี กฎหมาย และการทดสอบสมรรถภาพทางร่างกายตามที่กรมการขนส่งทางรางกำหนด เพื่อขอรับใบอนุญาตจากรัฐอย่างเป็นทางการ การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นการยกระดับวิชาชีพคนขับรถไฟของไทย ให้มีมาตรฐานความปลอดภัยที่โปร่งใสและเป็นที่ยอมรับในระดับสากลมากยิ่งขึ้น
...
เส้นทางสู่การเป็น คนขับรถไฟไทย ผ่านโรงเรียนวิศวกรรมรถไฟ สะท้อนให้เห็นว่า อาชีพนี้ไม่มีทางลัด ผู้ที่ก้าวขึ้นมาจับคันเร่งทุกคน ล้วนต้องผ่านการเคี่ยวกรำทั้งในห้องเรียนและการปฏิบัติงานจริงยาวนานนับสิบปี เพื่อเป็นหลักประกันความปลอดภัยสูงสุดให้กับประชาชนในทุกเส้นทาง
(อ้างอิงข้อมูล: ประกาศรับสมัครโรงเรียนวิศวกรรมรถไฟ และระเบียบการรับบุคลากร การรถไฟแห่งประเทศไทย)