ไขข้อสงสัย “กระทะเทฟล่อนลอกอันตรายไหม” หากเผลอกินสารเคลือบหลุดร่อนเข้าไปจะเสี่ยงก่อมะเร็งหรือไม่ เช็กข้อเท็จจริงทางการแพทย์ พร้อมคำแนะนำเมื่อกระทะเริ่มพัง ควรใช้ต่อหรือทิ้งดี?

กระทะเทฟล่อนลอกอันตรายไหม? สารก่อมะเร็งที่คนชอบทำอาหารต้องรู้

หลายคนอาจเคยประสบปัญหาเครื่องครัวชิ้นโปรดอย่าง “กระทะเทฟล่อน” มีรอยขีดข่วนหรือสารเคลือบหลุดร่อน จนเกิดความกังวลว่า “กระทะเทฟล่อนลอกอันตรายไหม” หากเผลอรับประทานเศษเทฟล่อนที่ปนเปื้อนไปกับอาหารจะเสี่ยงต่อโรคมะเร็งหรือไม่ ไทยรัฐออนไลน์รวบรวมข้อเท็จจริงทางการแพทย์และคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญมาฝากกัน

ทำความรู้จัก “เทฟล่อน” คืออะไร?

เทฟล่อน (Teflon) เป็นชื่อทางการค้าของสารประกอบโพลิเมอร์ที่มีชื่อทางเคมีว่า โพลิเตตระฟลูออโรเอทิลีน (Polytetrafluoroethylene หรือ PTFE) ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นคือ ทนต่อความร้อน ทนต่อสารเคมี และมีความลื่นสูงมาก จึงนิยมนำมาเคลือบผิวภาชนะเครื่องครัวเพื่อไม่ให้อาหารติดกระทะ ช่วยให้ทำความสะอาดง่ายและลดปริมาณการใช้น้ำมัน

กระทะเทฟล่อนลอกอันตรายไหม? ควรใช้ต่อหรือทิ้งดี
กระทะเทฟล่อนลอกอันตรายไหม? ควรใช้ต่อหรือทิ้งดี

...

กระทะเทฟล่อนลอกอันตรายไหม? หากเผลอกินเข้าไป

สำหรับข้อสงสัยที่ว่า “หากสารเคลือบหลุดร่อนแล้วปนเปื้อนในอาหารจะเป็นอันตรายต่อร่างกายหรือไม่” รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ระบุว่า สารเทฟล่อน (PTFE) มีความเสถียรสูงมากและไม่ทำปฏิกิริยากับร่างกายมนุษย์ หากเผลอกลืนเศษเทฟล่อนที่ลอกเข้าไป ร่างกายจะไม่สามารถดูดซึมสารนี้ได้ และจะถูกขับถ่ายออกมาตามปกติ ดังนั้น เศษเทฟล่อนที่หลุดลอกเข้าสู่ร่างกายจึง ไม่เป็นอันตราย และไม่ใช่สารพิษโดยตรง

ข้อเท็จจริงเรื่องสารก่อมะเร็ง

สิ่งที่หลายคนกังวลคือประเด็นของสารก่อมะเร็ง ข้อมูลจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ ชี้แจงว่า สารเทฟล่อนที่เคลือบบนกระทะ ไม่ใช่สารก่อมะเร็ง อย่างไรก็ตาม ในอดีตกระบวนการผลิตเทฟล่อนอาจมีการใช้สาร PFOA (Perfluorooctanoic Acid) ซึ่งเป็นสารในกลุ่ม PFAS ที่เชื่อมโยงกับปัญหาสุขภาพและโรคมะเร็งบางชนิด แต่ในปัจจุบัน องค์กรพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐอเมริกา (EPA) และภาคอุตสาหกรรมทั่วโลกได้สั่งยกเลิกการใช้สาร PFOA ในการผลิตเครื่องครัวไปตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ. 2013-2015 แล้ว ดังนั้น กระทะเทฟล่อนรุ่นใหม่ๆ ในท้องตลาดจึงปลอดภัยจากสารชนิดนี้

อันตรายแฝงที่แท้จริงของการใช้กระทะเทฟล่อนลอก

แม้เศษเทฟล่อนที่ลอกจะไม่เป็นพิษ แต่การทนใช้กระทะที่ลอกแล้วอาจนำมาซึ่งความเสี่ยงด้านสุขภาพอื่นๆ ได้แก่

  • การปนเปื้อนของโลหะ เมื่อสารเคลือบลอกออกจนเห็นเนื้อโลหะด้านใน (เช่น อะลูมิเนียม หรือเหล็ก) ความร้อนและกรดจากอาหารบางชนิดอาจทำให้โลหะทำปฏิกิริยาและละลายปนเปื้อนลงสู่อาหารได้
  • อาหารไหม้เกรียม กระทะที่สูญเสียสารเคลือบจะทำให้อาหารติดกระทะง่ายขึ้นและเกิดรอยไหม้ ซึ่งคราบเขม่าและรอยไหม้เกรียมจากอาหารนี้เอง ที่เป็นแหล่งสะสมของสารก่อมะเร็งตัวจริง
  • อันตรายจากความร้อนเกินพิกัด หากตั้งกระทะเปล่าทิ้งไว้จนร้อนจัดเกิน 260 องศาเซลเซียส สารเทฟล่อนจะเริ่มสลายตัวและปล่อยก๊าซพิษออกมา หากสูดดมอาจทำให้เกิดอาการ “ไข้ควันโพลิเมอร์” ซึ่งมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ได้

เมื่อกระทะเทฟล่อนลอก ควรทำอย่างไร? ใช้ต่อหรือทิ้งดี

หากกระทะมีรอยขีดข่วนเพียงเล็กน้อย อาจยังสามารถใช้งานต่อได้ชั่วคราวโดยต้องระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการใช้ตะหลิวโลหะ แต่หากสารเคลือบหลุดร่อนออกเป็นแผ่น หรือมองเห็นเนื้อโลหะด้านล่างอย่างชัดเจน ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ “เปลี่ยนใบใหม่ทันที” ไม่ควรเสียดายหรือฝืนนำมาใช้งานต่อ เพื่อสุขอนามัยที่ดีของคนในครอบครัว

คำถามที่ว่า “กระทะเทฟล่อนลอกอันตรายไหม” คำตอบคือ ตัวเศษสารเคลือบเทฟล่อนเองหากเผลอกลืนเข้าไปไม่ก่อให้เกิดอันตรายและไม่ถูกดูดซึมในร่างกาย แต่การใช้กระทะที่เสื่อมสภาพจะส่งผลเสียต่อคุณภาพอาหาร ทำให้อาหารติดกระทะ ไหม้เกรียมได้ง่าย และอาจเสี่ยงต่อการปนเปื้อนของโลหะหนัก ดังนั้น เมื่อพบว่ากระทะลอกหรือเสื่อมสภาพ ควรเปลี่ยนใบใหม่ และควรเลือกซื้อเครื่องครัวที่ได้มาตรฐาน ระบุชัดเจนว่าปลอดสารเคมีอันตราย เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการบริโภค