ในยุคที่ค่าครองชีพปรับตัวสูงขึ้น การหันมาใส่ใจพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าในบ้านจึงเป็นสิ่งสำคัญ หลายคนมักกังวลว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดใดที่กินไฟมากจนทำให้บิลค่าไฟพุ่งสูงปรี๊ด แต่ในทางกลับกัน ยังมี "เครื่องใช้ไฟฟ้ากินไฟน้อยที่สุด" ที่เราใช้งานกันอยู่เป็นประจำซึ่งส่งผลกระทบต่อค่าไฟรวมเพียงเล็กน้อย ไทยรัฐออนไลน์พาไปเช็ก 10 อันดับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้กำลังไฟฟ้าต่ำ พร้อมเทคนิคการใช้งานให้ประหยัดไฟมากยิ่งขึ้น

10 อันดับเครื่องใช้ไฟฟ้ากินไฟน้อยที่สุด พร้อมวิธีประหยัดไฟ

(หมายเหตุ: กำลังไฟฟ้าของเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละชนิดอาจแตกต่างกันไปตามรุ่น ยี่ห้อ และขนาด การจัดอันดับนี้อ้างอิงจากค่าเฉลี่ยของเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไปในครัวเรือน)

1. ทีวี LED (ขนาด 32-43 นิ้ว) กำลังไฟประมาณ 50-70 วัตต์

แม้จะเป็นหน้าจอขนาดใหญ่ แต่เทคโนโลยี LED ในปัจจุบันถูกออกแบบมาให้ประหยัดพลังงานอย่างมากเมื่อเทียบกับทีวีรุ่นเก่า

  • วิธีประหยัดไฟ ปรับลดความสว่างของหน้าจอให้อยู่ในระดับที่พอดีกับสายตา ตั้งเวลาปิดอัตโนมัติ (Sleep Timer) หากชอบเปิดดูตอนก่อนนอน และควรถอดปลั๊กทุกครั้งเมื่อไม่ใช้งานเป็นเวลานาน

2. พัดลมตั้งโต๊ะ (ขนาด 16 นิ้ว) กำลังไฟประมาณ 45-50 วัตต์

พัดลมเป็นอุปกรณ์คลายร้อนคู่บ้านที่กินไฟน้อยมากเมื่อเทียบกับเครื่องปรับอากาศ

  • วิธีประหยัดไฟ เปิดพัดลมเบอร์ 1 หรือเบอร์ 2 ก็เพียงพอต่อการใช้งาน หมั่นถอดล้างทำความสะอาดตะแกรงและใบพัดอยู่เสมอ เพราะฝุ่นที่เกาะหนาจะทำให้มอเตอร์ทำงานหนักและกินไฟเพิ่มขึ้น

...

3. เครื่องฟอกอากาศ (ขนาดสำหรับห้องนอนทั่วไป) กำลังไฟประมาณ 30-50 วัตต์

อุปกรณ์สำคัญสำหรับยุคฝุ่น PM 2.5 ซึ่งส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาให้สามารถเปิดต่อเนื่องได้โดยไม่กินไฟมากนัก

  • วิธีประหยัดไฟ ปิดหน้าต่างและประตูห้องให้สนิทขณะเปิดเครื่อง เลือกใช้โหมด Auto หรือ Sleep ในเวลากลางคืน และที่สำคัญต้องหมั่นทำความสะอาดหรือเปลี่ยนแผ่นกรอง (Filter) ตามระยะเวลาที่กำหนด

4. คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก (Laptop) กำลังไฟประมาณ 30-50 วัตต์

โน้ตบุ๊กกินไฟน้อยกว่าคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ (Desktop PC) หลายเท่าตัว เนื่องจากถูกออกแบบมาให้พกพาและใช้งานด้วยแบตเตอรี่

  • วิธีประหยัดไฟ ถอดสายชาร์จออกเมื่อแบตเตอรี่เต็ม ปรับลดแสงสว่างหน้าจอ และเปิดโหมดประหยัดพลังงาน (Power Saver / Battery Saver) เมื่อไม่ได้ใช้งานโปรแกรมที่กินสเปกเครื่องสูง

5. กล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัล / กล่องแอนดรอยด์ทีวี กำลังไฟประมาณ 15-20 วัตต์

อุปกรณ์เสริมสำหรับความบันเทิงที่กินไฟค่อนข้างน้อย แต่หลายคนมักเสียบปลั๊กทิ้งไว้ตลอด 24 ชั่วโมง

  • วิธีประหยัดไฟ หากไม่ได้ดูทีวีเป็นเวลานาน หรือไม่อยู่บ้าน ควรปิดสวิตช์หรือถอดปลั๊กออก เพราะการปล่อยให้อยู่ในโหมด Standby ก็ยังคงมีการดึงกระแสไฟฟ้าไปใช้อยู่

6. เราเตอร์ Wi-Fi (Wi-Fi Router) กำลังไฟประมาณ 10-15 วัตต์

หัวใจสำคัญของการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในบ้าน ที่แม้จะเปิดทำงานตลอดทั้งวันทั้งคืน แต่ก็ถือว่าใช้ไฟน้อยมาก

  • วิธีประหยัดไฟ จัดวางเราเตอร์ในพื้นที่ที่อากาศถ่ายเทได้ดี ไม่แออัด เพื่อลดความร้อนสะสม หากไม่อยู่บ้านหลายวัน แนะนำให้ปิดสวิตช์หรือถอดปลั๊กออกเพื่อประหยัดไฟและยืดอายุการใช้งาน

7. หลอดไฟ LED กำลังไฟประมาณ 7-15 วัตต์

หลอดไฟประหยัดพลังงานแห่งยุค ที่ให้แสงสว่างสูงแต่ใช้กำลังไฟฟ้าน้อยกว่าหลอดไส้แบบเดิมถึง 80%

  • วิธีประหยัดไฟ ปิดไฟดวงที่ไม่ได้ใช้งานเสมอ เปิดม่านรับแสงธรรมชาติในเวลากลางวัน และเลือกขนาดวัตต์ของหลอดไฟให้เหมาะสมกับขนาดพื้นที่ของห้อง

8. ที่ชาร์จโทรศัพท์มือถือ / แท็บเล็ต กำลังไฟประมาณ 5-15 วัตต์

อะแดปเตอร์ชาร์จโทรศัพท์ส่วนใหญ่ใช้กำลังไฟต่ำมาก (ยกเว้นระบบ Fast Charge ที่อาจใช้กำลังไฟสูงขึ้นในระยะเวลาสั้นๆ)

  • วิธีประหยัดไฟ ถอดอะแดปเตอร์ออกจากเต้ารับทุกครั้งที่ชาร์จแบตเตอรี่เต็ม ไม่ควรเสียบสายชาร์จทิ้งไว้คาปลั๊ก เพราะตัวอะแดปเตอร์จะยังคงดึงกระแสไฟอยู่เล็กน้อยตลอดเวลา

9. เครื่องโกนหนวดไฟฟ้า / แปรงสีฟันไฟฟ้า กำลังไฟประมาณ 2-5 วัตต์

อุปกรณ์ของใช้ส่วนตัวขนาดเล็กที่อาศัยมอเตอร์ขนาดจิ๋ว จึงกินกระแสไฟในระดับที่แทบไม่มีผลต่อค่าไฟ

  • วิธีประหยัดไฟ ชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็มตามเวลาที่คู่มือระบุไว้แล้วถอดปลั๊กออกทันที ไม่จำเป็นต้องเสียบทิ้งไว้บนแท่นชาร์จตลอดเวลาหากไม่ได้ใช้งานทุกวัน

...

10. นาฬิกาดิจิทัลบอกเวลา (แบบเสียบปลั๊ก) กำลังไฟประมาณ 1-3 วัตต์

อุปกรณ์ชิ้นเล็กที่กินไฟน้อยที่สุดในลิสต์นี้ แม้จะเสียบปลั๊กใช้งานตลอด 24 ชั่วโมงก็แทบไม่กระทบค่าใช้จ่าย

  • วิธีประหยัดไฟ หากเป็นไปได้ ให้เลือกใช้รุ่นที่สามารถหรี่แสงไฟ LED ได้ในเวลากลางคืน หรือเลือกรุ่นที่สามารถใช้ถ่านชาร์จเพื่อความสะดวกในการจัดวาง

แม้ว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้ง 10 อันดับนี้จะจัดอยู่ในกลุ่ม "เครื่องใช้ไฟฟ้ากินไฟน้อยที่สุด" แต่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ อย่างการถอดปลั๊กเมื่อไม่ใช้งาน หรือการหมั่นทำความสะอาดอุปกรณ์ให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ ก็ถือเป็นการเสริมสร้างนิสัยประหยัดพลังงาน ซึ่งเมื่อทำร่วมกับการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่อย่างถูกวิธี ย่อมช่วยให้คุณลดภาระค่าไฟในแต่ละเดือนได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน