การเดินทางด้วยเที่ยวบินยาวๆ เป็นเรื่องน่าตื่นเต้นแต่ "เจ็ตแล็ก" ไม่ใช่เรื่องสนุกเลย ใครที่เคยแลนดิ้งถึงต่างประเทศแล้วพบว่าตัวเองตื่นเต็มตาตอนตี 3 หรือสัปหงกกลางพิพิธภัณฑ์ตอนบ่าย คงเข้าใจความทรมานนี้ดี
อาการเจ็ตแล็กเกิดจากการที่นาฬิกาชีวภาพในร่างกายทำงานไม่ตรงกับเวลาท้องถิ่นปลายทาง ทำให้เกิดความเหนื่อยล้า ระบบย่อยอาหารรวน อารมณ์แปรปรวน และหลงลืมชั่วขณะ ยิ่งบินข้ามไทม์โซนมากเท่าไหร่ ร่างกายก็ยิ่งต้องใช้เวลาปรับตัวนานขึ้นเท่านั้น แม้อาการเหล่านี้จะไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด แต่เราสามารถลดผลกระทบและเตรียมร่างกายให้พร้อมเที่ยวได้ตั้งแต่วันแรกด้วยทริคเหล่านี้
เตรียมตัวก่อนบิน และเลือกเที่ยวบินให้เป๊ะ
เราสามารถเริ่มต้นปรับนาฬิกาชีวิตล่วงหน้าได้สักสองสามวันก่อนเดินทาง หากต้องบินไปทางตะวันออก ให้พยายามเข้านอนและตื่นให้เช้าขึ้น แต่ถ้าบินไปทางตะวันตก ให้ขยับเวลานอนและตื่นให้ดึกขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้การเลือกเวลาเที่ยวบินก็สำคัญ ควรเลือกเที่ยวบินที่ไปถึงปลายทางในช่วงบ่ายแก่ๆ หรือช่วงเย็น เพราะจะช่วยให้เราฝืนอยู่ต่อได้อีกแค่นิดหน่อยจนถึงเวลานอนตามปกติของท้องถิ่น และทันทีที่ก้าวขึ้นเครื่อง อย่าลืมปรับนาฬิกาและสมาร์ตโฟนให้เป็นเวลาของประเทศปลายทาง ถือเป็นทริคทางจิตวิทยาเล็กๆ ที่ช่วยหลอกสมองให้เริ่มปรับตัวล่วงหน้าได้ดีทีเดียว
ดูแลร่างกายระหว่างไฟลต์บิน
เมื่ออยู่บนเครื่องบิน สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงเด็ดขาดคือคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ เพราะจะยิ่งทำให้ร่างกายขาดน้ำและรบกวนการนอนหลับให้แย่ลงไปอีก แนะนำให้ดื่มน้ำเปล่าหรือชาสมุนไพรเยอะๆ ก่อน ระหว่าง และหลังเที่ยวบิน เพื่อรักษาสมดุลตามธรรมชาติของร่างกาย นอกจากนี้ อย่าลืมลุกขึ้นเดินยืดเส้นยืดสายตามทางเดินบนเครื่องเป็นระยะ เพื่อกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต ซึ่งจะช่วยลดความอ่อนล้าเมื่อเครื่องแลนดิ้งได้อย่างเห็นผล
...
ทริคเอาตัวรอดเมื่อถึงที่หมาย
เมื่อเดินทางถึงปลายทาง "แสงแดด" คือเพื่อนแท้ที่ดีที่สุดในการรีเซ็ตนาฬิกาชีวิต พยายามออกไปรับแสงธรรมชาติโดยเฉพาะในช่วงเช้าหรือบ่ายต้นๆ เพื่อส่งสัญญาณให้สมองรู้ว่านี่คือเวลาตื่น และแม้จะง่วงจนตาปิดแค่ไหน ก็ต้องฝืนใจงดงีบหลับในช่วงบ่ายให้ได้ พยายามอดทนรอจนกว่าจะถึงเวลานอนของท้องถิ่น แต่ถ้าไม่ไหวจริงๆ อนุโลมให้งีบได้ไม่เกิน 30 นาทีเท่านั้น อีกหนึ่งสิ่งที่ช่วยได้มากคือการปรับเวลาการกิน พยายามกินอาหารมื้อหลักตามเวลาของประเทศนั้นๆ ทันที เพื่อให้ระบบย่อยอาหารปรับตัว ซึ่งจะช่วยส่งสัญญาณให้ร่างกายชิฟต์เข้าสู่จังหวะเวลาใหม่ได้เร็วขึ้น
ใช้ตัวช่วยเสริม และปล่อยใจให้สบาย
หากถึงเวลานอนตามเวลาท้องถิ่นแล้วยังตาค้าง การใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอย่างเมลาโทนิน อาจเป็นตัวช่วยให้ร่างกายหลับง่ายขึ้น แต่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้เสมอ ท้ายที่สุดแล้ว วิธีที่ง่ายที่สุดในการฟื้นตัวจากเจ็ตแล็กคือ "การไม่เครียดกับมัน" ร่างกายของมนุษย์เก่งเรื่องการปรับตัว เพียงแค่ต้องให้เวลาสักนิด ดังนั้นในวันแรกของทริปจึงไม่ควรจัดตารางเที่ยวจนแน่นเกินไป ปล่อยใจให้สบาย และเพื่อลดความเครียดในการเดินทาง อย่าลืมจองบริการรถรับส่งสนามบินล่วงหน้า เพื่อให้การเดินทางไปที่พักหรือแม้แต่ตอนบินกลับ ราบรื่นไร้รอยต่อมากที่สุด
ข้อมูล : goopti