สงกรานต์ 2569 ปีนี้ อุณหภูมิของความร้อน อาจพุ่งทะลุปรอทไปถึง 45 องศาเซลเซียส การออกไปยืนสาดน้ำกลางแดดเปรี้ยงๆ จึงไม่ต่างอะไรกับการเอาตัวเองไปอยู่ในเตาอบ 

แม้ภายนอกจะเปียกชุ่มฉ่ำ แต่ภายในร่างกายกลับสูญเสียน้ำผ่านเหงื่ออย่างมหาศาล หลายคนพอรู้สึกกระหายก็มักจะแก้ปัญหาด้วยการกระดกน้ำเปล่าทีละขวดใหญ่ๆ รวดเดียวหมด ซึ่งนั่นเป็นวิธีที่ผิดและอาจทำให้เกิดอาการจุก หรือเสี่ยงต่อภาวะน้ำเป็นพิษได้

เพื่อให้ร่างกายสู้แดดได้ยาวนานและไม่เพลียกลางทาง ไทยรัฐออนไลน์ ขอแนะนำเทคนิคการดื่มน้ำแบบ Time-Release หรือการค่อยๆ ปล่อยให้น้ำซึมซาบเข้าสู่ร่างกายอย่างเป็นจังหวะ ซึ่งเป็นเทคนิคเดียวกับที่นักกีฬามาราธอนใช้เพื่อรักษาระดับความชุ่มชื้นไม่ให้ตกหล่น

ทำไมการดื่มแบบ Time-Release ถึงดีกว่าการดื่มรวดเดียว

เมื่อเรากระดกน้ำปริมาณมากในคราวเดียว ร่างกายจะดูดซึมไม่ทันและมองว่านี่คือน้ำส่วนเกิน ส่งผลให้ไตขับน้ำออกทางปัสสาวะอย่างรวดเร็ว ทำให้เราปวดปัสสาวะบ่อยแถมยังคอแห้งเหมือนเดิม 

ทางกลับกัน การจิบน้ำทีละน้อยอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้หลอดเลือดและเซลล์ต่างๆ ดูดซึมน้ำไปใช้อย่างช้าๆ รักษาระดับปริมาตรเลือดให้คงที่ ช่วยระบายความร้อนได้ดีขึ้น และป้องกันภาวะฮีทสโตรกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วิธีการดื่มน้ำแบบ Time-Release สำหรับวันลุยสงกรานต์

1. โหลดน้ำล่วงหน้าก่อนออกจากบ้าน

ร่างกายต้องมีต้นทุนน้ำที่เพียงพอก่อนไปสู้แดด แนะนำให้ดื่มน้ำประมาณ 500 มิลลิลิตร ราวๆ 2 แก้ว ล่วงหน้าก่อนออกไปเล่นน้ำอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายมีเวลาดูดซึมและขับน้ำส่วนเกินออกไปก่อน คุณจะได้ไม่ต้องไปวิ่งหาห้องน้ำกลางวงปาร์ตี้

...

2. กฎ 15 นาทีระหว่างสาดน้ำ 

หัวใจหลักของ Time-Release เมื่ออยู่กลางแดดและเสียเหงื่อตลอดเวลา อย่ารอให้คอแห้งแล้วค่อยดื่ม แต่ให้พกขวดน้ำเล็กๆ ติดตัวไว้ และจิบน้ำ 3-4 อึก ทุกๆ 15-20 นาที การทำแบบนี้จะรักษาระดับน้ำในเซลล์ให้เต็มเปี่ยมตลอดเวลาโดยไม่ทำให้รู้สึกจุกจนกระโดดเต้นไม่ไหว

3. เติมเกลือแร่สลับน้ำเปล่า 

เหงื่อที่ไหลออกมาไม่ได้มีแค่น้ำ แต่พัดพาเอาโซเดียมและโพแทสเซียมออกไปด้วย หากคุณเล่นน้ำกลางแดดจัดเกิน 1 ชั่วโมง การดื่มแค่น้ำเปล่าจะไม่พอและอาจทำให้เกิดตะคริวหรือหน้ามืดได้ แนะนำให้จิบเครื่องดื่มเกลือแร่สลับกับการจิบน้ำเปล่า เพื่อชดเชยแร่ธาตุที่สูญเสียไป 

4. รีเฟรชร่างกายหลังจบวัน 

พอกลับถึงบ้าน อย่าเพิ่งรีบซัดน้ำเย็นจัดรวดเดียว ให้ค่อยๆ จิบน้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำเย็นอ่อนๆ ต่อเนื่องไปอีก 1-2 ชั่วโมง สังเกตสีปัสสาวะของตัวเอง หากเป็นสีเหลืองใสแปลว่าร่างกายกลับมามีความชุ่มชื้นปกติแล้ว แต่ถ้ายังเป็นสีเหลืองเข้ม ให้ค่อยๆ จิบน้ำเพิ่มต่อไป

การเล่นสงกรานต์กลางอุณหภูมิเดือดขนาดนี้ สุขภาพและความปลอดภัยต้องมาก่อนเสมอ ลองนำเทคนิค Time-Release ไปปรับใช้ดู รับรองว่าคุณจะเล่นน้ำได้สนุกขึ้น อึดขึ้น และกลับบ้านมาโดยที่ร่างกายไม่พังแน่นอน