เทศกาลสงกรานต์ คือ ช่วงเวลาแห่งความสุขและการปลดปล่อยความเครียด แต่หลายคนมักตกหลุมพรางความสนุกจนเผลอใช้จ่ายเกินตัว รู้ตัวอีกทีเงินในบัญชีก็ไหลออกไปพร้อมกับสายน้ำเสียแล้ว ยิ่งในยุคที่เศรษฐกิจมีความผันผวน การรักษา "เงินสำรองฉุกเฉิน" ไว้ถือเป็นกฎเหล็กที่สำคัญที่สุด
ก่อนที่จะก้าวขาออกจากบ้านไปสาดน้ำ ลองมาสแกนดู "กับดักค่าใช้จ่าย" ที่มักจะมาสูบเงินเราในช่วงสงกรานต์ เพื่อเตรียมรับมือและเซฟเงินในกระเป๋ากัน
5 กับดักค่าใช้จ่ายช่วงสงกรานต์ เล่นน้ำยังไง ไม่ให้เงินไหลออกจากกระเป๋า
1. กับดักคำว่า "ปีละครั้ง จ่ายๆ ไปเถอะ"
ประโยคคลาสสิกที่ทำลายล้างวินัยทางการเงินมานักต่อนัก ไม่ว่าจะเป็นการจองโต๊ะ VIP ในผับ การซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ราคาแพงหูฉี่ หรือการกินดื่มแบบจัดเต็มทุกมื้อตลอดวันหยุดยาว
วิธีแก้ คือ เริ่มตั้งสติกำหนดงบ "Entertain" สำหรับช่วงสงกรานต์ไว้ล่วงหน้าเลย และพกเงินสดหรือโอนเงินก้อนนี้แยกไว้ในบัญชีสำหรับเที่ยวโดยเฉพาะ หากงบหมดคือจบ ห้ามดึงเงินส่วนอื่นมาใช้เด็ดขาด
2. ไอเทมแฟชั่นและอุปกรณ์เล่นน้ำ
เสื้อฮาวายลายใหม่ แว่นตากันน้ำสีสะท้อนแสง ซองกันน้ำรุ่นฮิต หรือปืนฉีดน้ำรุ่นอัปเกรดที่ยิงได้ไกล 10 เมตร ของเหล่านี้มักมีราคาพุ่งสูงปรี๊ดในช่วงเทศกาล และสุดท้ายก็ถูกเก็บเข้ากรุจนลืมในปีถัดไป
ลองรื้อตู้เสื้อผ้าหาชุดลายดอกตัวเก่ามามิกซ์แอนด์แมตช์ใหม่ ส่วนอุปกรณ์เล่นน้ำถ้าของเดิมยังไม่พังก็หยิบมาใช้ หรือถ้าต้องซื้อจริงๆ ให้เลือกซื้อล่วงหน้าก่อนถึงวันเทศกาล หรือเลือกรุ่นที่ราคาจับต้องได้ ไม่ต้องตามเทรนด์จนเกินไป
3. ค่าเดินทางแฝง
ใครที่ไม่มีรถส่วนตัวแล้วต้องพึ่งพาแอปพลิเคชันเรียกรถในช่วงเทศกาล คงรู้ดีว่าค่าโดยสารมักจะพุ่งขึ้น 2-3 เท่าตัว ยังไม่รวมถึงค่าที่จอดรถตามจุดเล่นน้ำยอดฮิตที่มักจะถูกโก่งราคาแบบมหาโหด
...
วางแผนการเดินทางให้ดี แนะนำให้ใช้ระบบขนส่งสาธารณะ เช่น รถไฟฟ้า BTS, MRT หรือรถเมล์ ที่ราคาคงที่และไม่ต้องปวดหัวเรื่องรถติดหรือหาที่จอดรถไม่ได้
4. สายเปย์ประจำกลุ่ม
บรรยากาศพาไปบวกกับความสนุกจัดเต็ม ทำให้หลายคนเผลอสวมบทบาทป๋าใจสปอร์ต ขอเลี้ยงเพื่อนทั้งโต๊ะ หรือเป็นเจ้าภาพออกค่าใช้จ่ายกองกลางให้ก่อนแล้วค่อยตามเก็บทีหลัง ซึ่งหลายครั้งก็เก็บไม่ได้ หรือเกรงใจไม่กล้าทวงก็มี
ตกลงกันให้ชัดเจนตั้งแต่ก่อนเริ่มทริปว่า "หารเท่ากันทุกบิล" และอาจจะใช้วิธีเก็บเงินกองกลางไว้ที่ใครคนใดคนหนึ่งก่อน เพื่อป้องกันปัญหาการลืมจ่ายหรือจ่ายเกินงบ
5. กับดัก "เดี๋ยวเดือนหน้าค่อยหาใหม่"
นี่คือกับดักที่อันตรายที่สุด บางคนเงินเดือนหมดตั้งแต่กลางเดือน จึงตัดสินใจแคะกระปุก "เงินออมฉุกเฉิน" ออกมาเที่ยวเล่น โดยคิดว่าเดี๋ยวเงินเดือนออกค่อยโปะคืน แต่ในความเป็นจริง หากเกิดเหตุไม่คาดฝันหลังสงกรานต์ คุณจะไม่มีเบาะรองรับเลย
ท่องไว้เสมอว่า "เงินสำรองฉุกเฉิน เท่ากับ ห้ามแตะต้องถ้าไม่คอขาดบาดตาย" การเที่ยวสงกรานต์ไม่ใช่เรื่องฉุกเฉิน หากปีนี้งบน้อย ก็เลือกเล่นน้ำในโซนที่เข้าฟรี หรือสังสรรค์เบาๆ ที่บ้านกับครอบครัวก็สนุกและอบอุ่นได้เหมือนกัน
การมีความสุขกับเทศกาลสงกรานต์เป็นเรื่องที่ดีครับ แต่ความสุขที่ยั่งยืนกว่า คือการตื่นขึ้นมาในเช้าวันที่ 16 เมษายน แล้วพบว่าตัวเองยังเหลือเงินพอใช้ไปจนถึงสิ้นเดือน และมีเงินสำรองฉุกเฉินนอนนิ่งๆ ให้อุ่นใจในบัญชี ขอให้ทุกคนสนุกกับสงกรานต์อย่างมีสติ