การอ่านหนังสือให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ใช่แค่เรื่องของ "ความขยัน" แต่คือเรื่องของ "จังหวะเวลา" ที่เหมาะสมกับกลไกการทำงานของสมอง หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมบางเวลาอ่านแล้วเข้าใจเร็ว แต่บางช่วงกลับจำอะไรไม่ได้เลย ชวนมาเปิดสูตรจัดตารางอ่านหนังสือตามช่วงเวลา เพื่อให้การเรียนรู้มีประสิทธิภาพสูงสุด
เปิด 3 ช่วงเวลา อ่านหนังสือตอนไหนดีที่สุด รู้ไหมอ่านแต่ละช่วงเวลา ให้ผลลัพธ์ต่างกัน
1. ช่วงเช้า (05.30 - 10.00 น.) สมองปลอดโปร่ง เปิดรับข้อมูลใหม่
ช่วงเช้าหลังจากที่ร่างกายพักผ่อนมาอย่างเพียงพอ จะเป็นช่วงที่สมองมีความสดชื่นมากที่สุด สารสื่อประสาททำงานได้อย่างเต็มที่ เหมาะสำหรับการรับข้อมูลจำนวนมาก
- ลักษณะเด่น : สมองปลอดโปร่ง สมาธิดีเยี่ยม
- วิชาที่แนะนำ : เหมาะกับ วิชาสายคำนวณ หรือวิชาที่ต้องใช้การคิดวิเคราะห์ซับซ้อน เช่น คณิตศาสตร์, ฟิสิกส์ หรือการอ่านทำความเข้าใจเนื้อหาใหม่ๆ ที่ไม่เคยเรียนมาก่อน
- ข้อดี : เป็นช่วงที่ร่างกายยังมีพลังงานสูง ทำให้รับข้อมูลได้เยอะและเข้าใจได้รวดเร็ว
2. ช่วงบ่าย (11.00 - 16.30 น.) เน้นวิชาที่ไม่ซับซ้อนและภาษา
หลังจากผ่านช่วงเช้ามาแล้ว สมองอาจจะเริ่มมีความล้าสะสม และอาจเผชิญกับอาการ "ง่วงนอนหลังมื้อเที่ยง" ดังนั้นการเลือกวิชาที่อ่านในช่วงนี้จึงสำคัญมาก
...
- ลักษณะเด่น : ความตื่นตัวลดลงเล็กน้อยจากช่วงเช้า
- วิชาที่แนะนำ : วิชาสายภาษา หรือวิชาที่เน้นความเข้าใจที่ไม่ซับซ้อนมากนัก เช่น ภาษาอังกฤษ, ภาษาไทย หรือการฝึกทำโจทย์ที่ไม่ต้องใช้การคิดวิเคราะห์หนักเกินไป
- ข้อดี : การเปลี่ยนมาอ่านวิชาที่ใช้ทักษะสื่อสารหรือการอ่านแบบเพลินๆ จะช่วยให้สมองไม่เครียดจนเกินไปในระหว่างวัน
3. ช่วงเย็นถึงดึก (17.00 - 00.00 น.) สมาธิจดจ่อ เหมาะแก่การท่องจำ
เมื่อเข้าสู่ช่วงค่ำ บรรยากาศรอบข้างมักจะเงียบสงบขึ้น ทำให้เรามีสมาธิจดจ่อกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าได้ดีเป็นพิเศษ
- ลักษณะเด่น : มีสมาธิจดจ่อ บรรยากาศเงียบสงบ
- วิชาที่แนะนำ : วิชาสายท่องจำ เช่น ชีววิทยา, สังคมศึกษา, ประวัติศาสตร์ หรือการทบทวนสรุปเนื้อหาที่เรียนมาทั้งวัน
- ข้อดี : ความเงียบช่วยให้สมองสร้างความจำระยะยาวได้ดี การท่องจำสิ่งที่ต้องใช้ความละเอียดในช่วงนี้จะทำให้จำได้แม่นยำขึ้นก่อนเข้านอน
สรุปเทคนิคการจัดตารางอ่านหนังสือให้มีประสิทธิภาพ
การเลือกช่วงเวลาให้เหมาะสมกับวิชาคือ “ทางลัด” สู่ความสำเร็จ แต่สิ่งสำคัญที่ไม่ควรละเลยคือการนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอ เพราะสมองจะทำการบันทึกสิ่งที่อ่านลงในความจำระยะยาวในช่วงที่เรานอนหลับนั่นเอง ดังนั้น หากอยากจำแม่นและเรียนเก่งขึ้น ลองนำตารางเวลานี้ไปปรับใช้ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง