ยุคที่เราคุ้นเคยกับการพิมพ์คำสั่งสั้นๆ แล้วปล่อยให้ AI จัดแพลนเที่ยวให้แบบเสร็จสรรพ หลายคนอาจคิดว่านี่คือทางลัดที่สมบูรณ์แบบ  รายงานล่าสุดอาจทำให้คุณต้องกลับมาตรวจสอบตารางเที่ยวใหม่อีกครั้ง เพราะการเชื่อใจ AI แบบ 100% อาจทำให้ทริปในฝันสะดุดได้

อ้างอิงจากงานวิจัยล่าสุดของ InsureMyTrip บริษัทประกันการเดินทางชั้นนำ ที่ได้ทำการทดสอบโมเดล AI ยักษ์ใหญ่ อย่าง ChatGPT และ Gemini โดยตั้งโจทย์สุดท้าทายคือ "จัดทริปหรู 7 วันในสวิตเซอร์แลนด์ สำหรับผู้ใหญ่ 4 ท่าน (โดยมี 2 ท่านอายุ 60 ปีขึ้นไป)" สาเหตุที่เลือกสวิตเซอร์แลนด์เพราะเป็นประเทศในฝันที่มีทิวทัศน์สวยงาม แต่ก็มีความซับซ้อนด้านการเดินทางสูง และนี่คือผลลัพธ์และ "จุดบอด" ที่นักเดินทางต้องรู้ก่อนให้ AI เป็นไกด์ส่วนตัว

ทำให้นักวิจัยพบว่า เมื่อมองผ่านๆ ตารางเที่ยวที่ AI จัดมาให้นั้นดูดี เป็นมืออาชีพ และสมเหตุสมผลมากจนทำให้เราหลงเชื่อได้อย่างง่ายดาย แต่เมื่อเจาะลึกรายละเอียด กลับพบความผิดพลาดทั้งเล็กและใหญ่ซ่อนอยู่เพียบ

ผลการทดสอบ AI จัดแผนท่องเที่ยวของแต่ละค่าย

  • ChatGPT 

จัดเส้นทางเมืองหลักๆ ของสวิตเซอร์แลนด์ได้ลื่นไหลและดูหรูหรา แต่ จุดบอด คือ ข้อมูลคลาดเคลื่อนหนักมาก มีการแนะนำร้านอาหารที่ไม่มีอยู่จริง แถมยังให้ข้อมูลดาวมิชลินผิดพลาด ที่สำคัญคือประเมินราคาต่ำกว่าความเป็นจริงมาก เช่น ค่ารถไฟขึ้นยอดเขา Jungfraujoch ประเมินไว้ที่ราวๆ $129-$258 แต่ราคาจริงเริ่มต้นที่ $342 และดันลืมแนะนำไอเทมสำคัญอย่าง Swiss Travel Pass

...

  • Gemini 

แนะนำเส้นทางที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ เช่น การนั่งเรือ รถไฟชมวิว และกระเช้าลอยฟ้า พร้อมยกให้ Swiss Travel Pass เป็นหัวใจหลักของการเดินทาง รวมถึงมีตารางสรุปงบประมาณให้ด้วย ถึงแม้จะจัดรูทได้ดี แต่ก็ยังพลาดแนะนำร้านอาหารที่ไม่มีอยู่จริง และตกหล่นรายละเอียดสำคัญอย่างเวลาเปิด-ปิดร้าน รวมถึงแหล่งที่มาของราคาที่ระบุไว้

ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของ InsureMyTrip ได้ให้คำแนะนำว่า AI คือเครื่องมือที่ดีในการ "ขึ้นโครงสร้าง" ทริปคร่าวๆ แต่คุณจำเป็นต้องเป็นคนตรวจสอบขั้นสุดท้ายเสมอ

วิธีใช้ AI จัดทริปท่องเที่ยวให้รอดและปลอดภัย

1. เช็กให้ชัวร์ว่ามีอยู่จริง การแนะนำชื่อโรงแรม ร้านอาหาร และสถานที่ท่องเที่ยวสามารถตรวจสอบได้ด้วยการไปเสิร์ชใน Google Maps หรือเว็บไซต์ทางการเสมอ

2. อัปเดตราคาด้วยตัวเอง อย่าเชื่อตัวเลขงบประมาณที่ AI คำนวณให้ ควรเช็กราคาตั๋วและค่าเข้าชมจากเว็บไซต์ผู้ให้บริการโดยตรง

3. ประเมิน Pacing หรือจังหวะการเดินทาง โดยเฉพาะทริปที่มีผู้สูงอายุหรือเด็ก ควรดูว่าเส้นทางนั้นต้องเดินเยอะไหม ทางชันหรือเปล่า AI มักจะจับสถานที่ใกล้ๆ กันมารวมไว้ในวันเดียวโดยไม่ได้คำนึงถึงความเหนื่อยล้าของร่างกายมนุษย์

4. การตรวจสอบรายละเอียด เช่น เวลาเปิด-ปิดร้านอาหาร ระยะเวลาในการเดินทางข้ามเมือง และเงื่อนไขการใช้บัตรรถไฟต่างๆ

สรุปก็คือ AI เป็นเหมือนผู้ช่วยหาไอเดียที่รวดเร็วและสร้างสรรค์ แต่สัญชาตญาณและความรอบคอบของ "มนุษย์" ต่างหากที่จะทำให้ทริปนั้นสมบูรณ์และราบรื่นที่สุดดังนั้น AI จึงเป็นตัวช่วยที่ดี แต่นักท่องเที่ยวต้องตรวจสอบและรีเช็กอีกครั้งเช่นกัน

ข้อมูล : forbes