เม็ดพลาสติกขาดตลาด กลายเป็นวิกฤตการณ์ใหม่ที่กำลังเขย่าอุตสาหกรรมทั่วโลก จากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันโลกเท่านั้น แต่ยังลุกลามมาถึงปัญหาเม็ดพลาสติกขาดแคลน ที่จะส่งผลต่อราคาสินค้าต่างๆ 

ไทยรัฐออนไลน์ ชวนทำความรู้จัก "เม็ดพลาสติก" คืออะไร ใช้ทำอะไรบ้าง และทำไมโลกถึงกังวลประเด็นเกี่ยวกับการขาดแคลนเม็ดพลาสติดอยู่ในขณะนี้

ทำความรู้จัก "เม็ดพลาสติก" ทำมาจากอะไร

เม็ดพลาสติก (ภาษาอังกฤษ : Plastic Pellets) คือ สารประกอบโพลิเมอร์ที่ได้จากกระบวนการทางเคมีของอุตสาหกรรมปิโตรเคมี โดยมีวัตถุดิบหลักมาจาก และ กระบวนการผลิตเริ่มจากการนำก๊าซหรือน้ำมันมาแยกส่วน และผ่านกระบวนการที่เรียกว่า Polymerization จนกลายเป็นเม็ดขนาดเล็ก เพื่อให้ง่ายต่อการขนส่งและนำไปหลอมใหม่เพื่อขึ้นรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ

เปิดสาเหตุ "เม็ดพลาสติกขาดตลาด" เพราะอะไร

...

ไขข้อสงสับปัญหาเม็ดพลาสติกที่กำลังขาดแคลนอยู่ในขณะนี้ ไม่ได้เกิดจากปัจจัยเดียว แต่เป็นผลกระทบลูกโซ่จากสถานการณ์โลก โดยมีสาเหตุหลักใหญ่ๆ ดังนี้

1. วิกฤตการณ์ในตะวันออกกลาง

เนื่องจากตะวันออกกลางเป็นแหล่งผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ของโลก เมื่อเกิดสงครามหรือความขัดแย้งรุนแรง ส่งผลให้การผลิตและการส่งออกปิโตรเคมีที่เป็นสารตั้งต้นของเม็ดพลาสติกหยุดชะงัก หรือมีความเสี่ยงสูงในการจัดส่ง

2. ปัญหาการขนส่งและค่าระวางเรือ

เส้นทางเดินเรือสำคัญอย่างทะเลแดง ประสบปัญหาความไม่สงบ ทำให้เรือขนส่งสินค้าต้องเปลี่ยนเส้นทาง อ้อมไปทางแหลมกู๊ดโฮป ส่งผลให้ระยะเวลาขนส่งนานขึ้น และต้นทุนค่าระวางเรือพุ่งสูงขึ้น กระทบต่อการกระจายสินค้าเม็ดพลาสติกไปทั่วโลก

3. โรงงานผลิตปิดซ่อมบำรุง และลดกำลังการผลิต

โรงงานปิโตรเคมีรายใหญ่ในต่างประเทศมีการปิดซ่อมบำรุง ประกอบกับต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ทำให้ผู้ผลิตบางรายลดกำลังการผลิตลง ส่งผลให้ปริมาณสินค้าในตลาดโลกลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด

"เม็ดพลาสติก" ใช้ทำอะไรบ้าง ทำไมเม็ดพลาสติกขาดแคลน ถึงกลายเป็นปัญหาใหญ่

เม็ดพลาสติกแต่ละประเภทมีคุณสมบัติเฉพาะตัว (เช่น ความเหนียว การทนความร้อน หรือความใส) จึงถูกนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างกัน ยกตัวอย่างดังนี้

1. อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ 

  • ใช้ผลิตถุงพลาสติกหูหิ้ว, ถุงขยะ, ฟิล์มยืดถนอมอาหาร, รวมถึงขวดนม และขวดน้ำยาทำความสะอาดที่มีความขุ่นและเหนียว
  • ใช้ผลิตขวดน้ำดื่มใส, ขวดน้ำอัดลม ซึ่งเน้นความใสและป้องกันก๊าซรั่วซึมได้ดี
  • ใช้ทำกล่องถนอมอาหาร, ฝาขวดน้ำ และซองขนมขบเคี้ยว

2. อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ 

  • ส่วนประกอบสำคัญของคอนโซลหน้ารถ, กันชน, แผงประตู และชิ้นส่วนภายในที่ต้องทนแรงกระแทกและความร้อนได้ดี ช่วยให้น้ำหนักรถเบาลงและประหยัดน้ำมัน

3. อุตสาหกรรมก่อสร้าง

  • ใช้ผลิตท่อน้ำประปา (ท่อฟ้า), รางน้ำฝน, สายไฟ, ขอบหน้าต่าง และกระเบื้องยางปูพื้น เนื่องจากมีความทนทานต่อสภาพอากาศและสารเคมี

4. อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 

  • ใช้ทำตัวเรือน (Casing) ของตู้เย็น, เครื่องซักผ้า, เคสคอมพิวเตอร์ และรีโมทคอนโทรล ซึ่งต้องการความแข็งแรงและผิวสัมผัสที่สวยงาม

5. อุตสาหกรรมการแพทย์

  • เม็ดพลาสติกเกรดพิเศษใช้ผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ต้องสะอาดและปลอดภัยสูง เช่น กระบอกฉีดยา (Syringe), สายน้ำเกลือ, ถุงเลือด และหน้ากากอนามัย

...

6. อุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภค

  • ใช้ผลิตของเล่นเด็ก, เครื่องเขียน, แปรงสีฟัน, กะละมัง, ถังน้ำ และเฟอร์นิเจอร์พลาสติกต่างๆ

ผลกระทบที่คนไทยต้องเจอเมื่อ "เม็ดพลาสติกขาดแคลน"

ผู้ผลิตรายย่อย (SMEs) จะแบกรับต้นทุนไม่ไหว หรือหาซื้อวัตถุดิบไม่ได้จนต้องหยุดผลิต ซึ่งจะส่งผลให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ของใช้จำเป็นภายในบ้านที่ทำมาจากพลาสติก รวมถึงสินค้าที่มีบรรจุภัณฑ์พลาสติก อาจมีการปรับราคาสูงขึ้นตามต้นทุน โดยรวมทำให้ข้าวของราคาแพงขึ้นและค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้นตามนั่นเอง

สรุปปัญหาเม็ดพลาสติกขาดแคลนในครั้งนี้ เป็นผลพวงโดยตรงจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ที่กระทบต่อต้นทุนการผลิตและโลจิสติกส์โลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งผู้ประกอบการไทยและผู้บริโภคจำเป็นต้องเฝ้าระวังการปรับขึ้นราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่ใช้พลาสติกเป็นส่วนประกอบหลักในระยะยาว เพื่อให้เท่าทันต่อความผันผวนของวัตถุดิบต้นน้ำที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตในปัจจุบัน

...