หลายคนอาจมองว่า “ความตาย” คือ เรื่องที่ไม่ควรพูดถึง แต่ในความเป็นจริงแล้ว การเตรียมตัวตายล่วงหน้า คือการแสดงความรักที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เราจะมอบให้ตัวเองและคนรอบข้างได้ เพื่อไม่ให้ทิ้งความสับสน และภาระใจไว้ข้างหลัง

ทั้งหมด คือ เหตุผลที่งาน Death Fest 2026 : re-member ก่อน-แก่-เจ็บ-ตาย กลับมาจัดอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้ง ในฐานะงานแฟร์แห่งปีที่จะชวนทุกคนมาออกแบบวาระสุดท้ายของชีวิตให้เป็นไปตามหัวใจต้องการ ผ่านกิจกรรม เสวนา และเวิร์กช็อปที่พร้อมจะเปลี่ยนความกลัวให้กลายเป็นความเข้าใจ

...

“ทำไมการคุยเรื่องความตายถึงสำคัญ” ธีมหลักของการจัดงานปีนี้คือ “re-member” ซึ่งเกิดจากความเชื่อที่ว่า การตายดีไม่ใช่เรื่องของคนใดคนหนึ่ง แต่เกี่ยวพันกับทุกคนรอบตัว การวางแผนชีวิตในระยะท้ายจะเกิดขึ้นจริงได้ ก็ต่อเมื่อเราได้สื่อสารความต้องการให้คนรอบข้างรับรู้ และเข้าใจตรงกัน

งานนี้เกิดจากการผนึกกำลังของกลุ่ม Peaceful Death, The Cloud, ชูใจ กะ กัลยาณมิตร และเครือข่ายองค์กรด้านสุขภาพชั้นนำอย่าง สสส. ที่ตั้งใจเปลี่ยนงานแฟร์ให้เป็นเหมือน “ห้องสมุดชีวิต” เปิดพื้นที่ให้ทุกคนมาเรียนรู้เรื่องสัจธรรมผ่านมุมมองที่เข้าถึงง่าย ไม่ใช่แค่การมาเดินดูนิทรรศการ แต่เป็นการใช้ศิลปะเพื่อปลดล็อกบทสนทนาที่ลึกซึ้ง และทำให้เราตระหนักว่า เมื่อเรากล้าเผชิญหน้ากับความตาย เราจะสามารถใช้ชีวิตในปัจจุบันได้อย่างมีคุณค่ามากขึ้น

5 โซนไฮไลต์ภายในงาน Death Fest 2026 

การดูแลทั้งร่างกายและจิตใจอย่างครอบคลุม ภายในงานได้แบ่งพื้นที่ออกเป็น 5 โซนหลัก เริ่มตั้งแต่ Old School ห้องเรียนทฤษฎีและปฏิบัติที่สอนวิชาชีวิตและการดูแลผู้ป่วย ตามด้วย Before I Die นิทรรศการคลี่คลายความในใจก่อนวันสุดท้าย ถัดมาคือ Human Life-brary Cafe พื้นที่คาเฟ่ห้องสมุดมนุษย์ให้นั่งล้อมวงฟังเรื่องราวการอยู่ดีตายดีจากผู้คนหลากหลายแวดวง รวมถึง Life Journey บูธรวมบริการตัวช่วยตลอดเส้นทางชีวิตตั้งแต่เจ็บป่วยจนถึงระยะท้าย และปิดท้ายด้วย Friends Eat พื้นที่รวมของอร่อยที่อยากชวนคนรักมากินด้วยกันก่อนตาย

...

เตรียมหัวใจ ก่อนก้าวเข้าสู่งาน Death Fest เพราะการคุยเรื่องความตายเป็นเรื่องเปราะบาง สุ้ย-วรรณา จารุสมบูรณ์ ประธานกลุ่ม Peaceful Death จึงฝากคำแนะนำในการเตรียมความพร้อมก่อนมาร่วมงาน ดังนี้

เช็กใจตัวเองอย่างซื่อสัตย์: ลองถามตัวเองว่าลึกๆ แล้วเรากังวลอะไรเกี่ยวกับชีวิตบ้าง กลัวความเจ็บปวด ห่วงคนข้างหลัง หรือไม่มั่นใจหากต้องอยู่ลำพัง การสำรวจความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมาคือจุดเริ่มต้นของการเตรียมตัวอย่างมีสติ

ตั้งเป้าหมายก่อนมา: ภายในงานมีเนื้อหาหลากหลาย การตั้งเป้าหมายล่วงหน้า เช่น อยากทำสมุดเบาใจ หรืออยากทำความเข้าใจเอกสารแสดงเจตนารมณ์ทางการแพทย์ จะช่วยให้ใช้เวลาได้อย่างคุ้มค่าและได้คำตอบที่ตรงจุด

เตรียมพลังกายและใจให้พร้อม: บางเนื้อหาอาจกระทบความรู้สึกมากกว่าที่คิด ควรศึกษาตารางล่วงหน้า จัดสรรเวลาเดินชมงานแบบหลวมๆ และเผื่อเวลาให้ตัวเองได้นั่งพักทบทวนความรู้สึก เพื่อให้การเรียนรู้เกิดขึ้นอย่างไม่เร่งรีบ

ชวนคนสำคัญไปด้วย: ความตายไม่ใช่เรื่องของใครคนเดียว การชวนครอบครัวหรือเพื่อนสนิทมาเรียนรู้ร่วมกัน จะช่วยเปิดพื้นที่ให้เกิดบทสนทนาที่อาจไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และทำให้การวางแผนชีวิตในวาระท้ายเป็นไปได้จริง

เกริ่นนำเบาๆ ให้คนที่มาด้วยเข้าใจ: หัวใจสำคัญคือการเปิดใจฟังกันอย่างไม่ตัดสิน การบอกกล่าวล่วงหน้าว่ากำลังจะไปเรียนรู้เรื่องยากแต่ไม่ต้องเผชิญเพียงลำพัง จะช่วยเปลี่ยนความกังวลของคนข้างๆ ให้กลายเป็นความเข้าใจ

...

แน่นอนว่าการเตรียมตัวตาย ไม่ได้ทำให้ชีวิตสั้นลง แต่ทำให้ทุกวันที่เหลืออยู่มีความหมายมากขึ้น โดยงานจะจัดขึ้นในวันที่: 13 - 15 มีนาคม 2569 เวลา 09:00 - 19:00 น. ณ อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 6 เมืองทองธานี (เข้าร่วมงานฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย) เพียงลงทะเบียนเข้างานล่วงหน้าที่นี่ และสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊กเพจ Death Fest