แม้ปัจจุบันสหรัฐฯ และอิหร่านยังไม่ได้มีการประกาศสงครามสู้รบกันแบบเต็มรูปแบบ แต่ความตึงเครียด และปัญหาความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางก็ยังคงเป็นประเด็นร้อนที่คุกรุ่น และมีความสุ่มเสี่ยงอยู่เสมอ
แน่นอนว่าหากความขัดแย้งนี้เกิดบานปลายจนกลายเป็น "สงครามที่ยืดเยื้อลากยาว" ขึ้นมาจริงๆ ผลกระทบย่อมสะเทือนมาถึงปากท้อง และชีวิตประจำวันของคนไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ทั้งหมดคือ 5 สัญญาณวิกฤตที่อาจจะต้องเตรียมรับมือ
5 สัญญาณเตือนวิกฤตจากสงครามอิหร่าน - สหรัฐฯ ที่ต้องเตรียมรับมือ
1. ราคาน้ำมันพุ่งทะยาน
ตะวันออกกลาง คือ แหล่งผลิตน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลก โดยเฉพาะ "ช่องแคบฮอร์มุซ" ที่อิหร่านมีอิทธิพลอยู่ หากเกิดสงครามลากยาวและช่องแคบนี้ถูกปิดกั้นหรือการขนส่งหยุดชะงัก ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกจะพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง ประเทศไทยซึ่งนำเข้าน้ำมันดิบเป็นหลักจะต้องเผชิญกับราคาน้ำมันหน้าปั๊มที่แพงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
2. การท่องเที่ยวสะดุด ตั๋วเครื่องบินแพงหูฉี่
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการเดินทางจะได้รับผลกระทบหนักจาก 2 ปัจจัย
ลำดับแรก คือ ต้นทุนเชื้อเพลิง เพราะ ราคาน้ำมันอากาศยาน จะพุ่งสูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ ทำให้สายการบินต้องปรับขึ้นราคาค่าตั๋วโดยสาร รวมถึงการปรับเปลี่ยนเส้นทางบิน เนื่องจากการปิดน่านฟ้า สายการบินต่างๆ จะต้องบินอ้อมเพื่อหลบเลี่ยงน่านฟ้าในเขตสู้รบแถบตะวันออกกลาง ทำให้ใช้เวลาเดินทางนานขึ้นและเปลืองน้ำมันมากขึ้น
...
นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวจากโซนยุโรปหรือตะวันออกกลางอาจชะลอการเดินทางมาไทย ซึ่งจะกระทบต่อรายได้การท่องเที่ยวในประเทศ
3. ค่าเงินบาทผันผวนหนัก และทองคำทำสถิติใหม่
ยามสงคราม นักลงทุนทั่วโลกจะเทขายสินทรัพย์เสี่ยงและแห่ไปถือครอง "สินทรัพย์ปลอดภัย" เช่น ดอลลาร์สหรัฐ และทองคำ
เนื่องจากเงินบาท อาจเผชิญความผันผวนและมีแนวโน้มอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ ทำให้ต้นทุนการนำเข้าสินค้าของไทยสูงขึ้น รวมถึงราคาทองคำ จะพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ใครที่อยากซื้อทองเก็บอาจต้องสู้ราคาที่แพงลิ่ว ส่วนใครที่มีทองอยู่อาจเป็นจังหวะทำกำไร
4. ต้นทุนค่าขนส่งพุ่ง
เมื่อราคาน้ำมันแพงขึ้น ต้นทุนโลจิสติกส์และการขนส่งสินค้าภายในประเทศก็จะสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว ผู้ประกอบการอาจแบกรับต้นทุนไม่ไหว และต้องปรับขึ้นราคาสินค้าอุปโภคบริโภค สุดท้ายภาระจะตกมาอยู่ที่ประชาชนในรูปแบบของ "เงินเฟ้อ" ทำให้ค่าครองชีพแพงขึ้น ซื้อของได้น้อยลงในเงินที่เท่าเดิม
5. การส่งออกและการค้าระหว่างประเทศติดขัด
สงครามกระทบต่อเส้นทางการเดินเรือสำคัญ เช่น ทะเลแดง หรืออ่าวเปอร์เซีย การขนส่งสินค้าทางเรือจากไทยไปยังตะวันออกกลางและยุโรปจะล่าช้า และมีค่าระวางเรือที่แพงขึ้น ธุรกิจส่งออกของไทย ทั้งสินค้าเกษตร ชิ้นส่วนยานยนต์ และอิเล็กทรอนิกส์ อาจสูญเสียรายได้หรือต้องเผชิญกับอัตรากำไรที่ลดลงอย่างหนัก
แม้ว่าสถานการณ์สงครามโดยตรงอาจยังไม่เกิดขึ้น แต่ความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์โลกคือสิ่งที่เราประมาทไม่ได้การติดตามข่าวสาร และวางแผนสำรองไว้เสมอคือทางออกที่ดีที่สุด