เคยสงสัยไหม ทำไมคน Toxic ถึงมองไม่เห็นความผิดตัวเอง? แท้จริงแล้วพฤติกรรม "โยนบาป" เป็นกลไกป้องกันตัวทางจิตวิทยา พร้อมวิธีรับมืออย่างมีชั้นเชิง

ในสังคมปัจจุบัน คำว่า "Toxic" กลายเป็นคำยอดฮิตที่ใช้อธิบายความสัมพันธ์ที่เป็นพิษ แต่ที่น่าแปลกใจคือ "ตัวต้นเรื่อง" มักเป็นคนสุดท้ายที่รู้ตัว (หรืออาจไม่รู้เลยตลอดไป) ซ้ำร้ายยังมักใช้กลไกป้องกันตัวด้วยการสวมบทบาท "เหยื่อ" แล้วชี้หน้าบอกว่าคนอื่นต่างหากที่เป็นฝ่ายทำร้ายเขา เราจะพาไปสำรวจก้นบึ้งของจิตวิทยาว่าทำไมคนกลุ่มนี้ถึงมีโลกทัศน์ที่บิดเบี้ยว และเราจะมีวิธีรับมืออย่างไรไม่ให้ใจพัง

ทำไมคน Toxic ถึงมองไม่เห็น "พิษ" ในตัวเอง?

กลไกทางจิตวิทยาที่สำคัญที่สุดคือ Lack of Self-Awareness หรือการขาดความตระหนักรู้ในตนเอง คนกลุ่มนี้มักมีระบบป้องกันทางใจที่แข็งแกร่งเกินไป จนมองเห็นแต่ข้อผิดพลาดของผู้อื่น แต่กลับตาบอดต่อพฤติกรรมของตัวเอง

1. กลไกการปัดความรับผิดชอบ 

ในทางจิตวิทยาเรียกพฤติกรรมนี้ว่า "การฉายภาพ" (Projection) คือการนำความรู้สึกผิด หรือสันดานลบๆ ของตัวเองไปโยนให้คนอื่น เช่น หากเขาเป็นคนชอบโกหก เขาจะระแวงและด่าคนอื่นว่า "ทำไมชอบโกหก" เพื่อให้ตัวเองรู้สึกเป็นคนดีและเป็นผู้ถูกกระทำ

2. ติดกับดัก "ผู้ถูกกระทำ" 

คน Toxic มักจะสร้าง Story ให้ตัวเองเป็นเหยื่อเสมอ (Playing the Victim) เพื่อเรียกคะแนนความสงสารและเบี่ยงเบนประเด็นจากความผิดที่ตัวเองก่อ การทำตัวเป็นเหยื่อช่วยให้เขาไม่ต้องแก้ไขตัวเอง เพราะในความคิดของเขา "โลกนี้ใจร้ายกับเขา" เขาจึงมีสิทธิ์ที่จะตอบโต้กลับแรงๆ

3. อีโก้ที่เปราะบาง

คนเหล่านี้ลึกๆ แล้วมักมีความมั่นใจในตนเองต่ำ (Low Self-Esteem) การยอมรับว่าตัวเอง "ผิด" หรือ "Toxic" เปรียบเสมือนการทำลายตัวตนที่เขาสร้างไว้ ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะโทษฟ้า โทษฝน หรือโทษเพื่อนร่วมงาน แทนการยอมรับความจริง

...

5 สัญญาณเตือน เมื่อคุณกำลังถูก "คน Toxic" ป้ายสี

สิ่งที่คน Toxic มักจะทำหรือแสดงออกต่อฝ่ายตรงข้ามคือ "การแปะป้าย" ให้อีกฝ่ายรู้สึกผิด โดยมีพฤติกรรมที่สังเกตได้ดังต่อไปนี้

ภาพจาก iStock
ภาพจาก iStock

  • Gaslighting: ทำให้คุณสงสัยในความทรงจำหรือสติปัญญาของตัวเอง จนคุณเริ่มเชื่อว่า "เราผิดเองจริงๆ"
  • Deflection: เมื่อคุณตักเตือน เขาจะขุดเรื่องเก่าของคุณมาข่ม หรือพูดว่า "เธอก็เคยทำแบบนี้" เพื่อจบการสนทนา
  • Drama Magnet: ชีวิตมักจะมีเรื่องดราม่าและคนใจร้ายรายล้อมเสมอ (ซึ่งเขามักเป็นพระเอก/นางเอกผู้น่าสงสาร)
  • No Apology: ไม่เคยได้รับคำขอโทษที่จริงใจ นอกจากคำว่า "ขอโทษก็ได้ถ้าเธอจะคิดแบบนั้น"
  • Empathy Gap: ไม่มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น แต่มักเรียกร้องให้คนอื่นต้องเห็นใจตัวเองอย่างสูงสุด

วิธีจัดการและรับมือคน Toxic อย่างได้ผล

การเปลี่ยนคนอื่นเป็นเรื่องยาก แต่การปกป้องตัวเองเป็นเรื่องที่ทำได้ทันที

  • ตั้งกำแพง: ลดการปฏิสัมพันธ์ที่ไม่อันเป็นประโยชน์ หากต้องทำงานร่วมกัน ให้สื่อสารผ่านตัวอักษรหรือหลักฐานที่ชัดเจนเพื่อป้องกันการบิดเบือนข้อมูล
  • อย่าลงไปเล่นในเกมดราม่า: เมื่อเขาเริ่มโวยวายหรือโทษคนอื่น ให้ใช้เทคนิค "Grey Rock" หรือการทำตัวเป็นก้อนหินสีเทาที่จืดชืด ไม่ตอบสนองต่ออารมณ์ ไม่โต้เถียง เพื่อให้เขารู้สึกเบื่อและไปหาเป้าหมายใหม่
  • รักษาความจริงของคุณ: อย่าปล่อยให้คำพูดป้ายสีมาสั่นคลอนความเชื่อมั่นในตัวเอง จดจำข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และปรึกษาบุคคลที่สามที่ไว้ใจได้เพื่อขอความเห็นที่เป็นกลาง
  • ถอยออกมาเมื่อถึงเวลา: หากความสัมพันธ์นั้นเริ่มส่งผลต่อสุขภาพจิตและร่างกาย การ "ตัดขาด" อาจเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดเพื่อรักษาชีวิตของคุณเอง

การรับมือกับคน Toxic ที่ไม่รู้ตัวว่าตัวเองเป็นพิษ คือการยอมรับความจริงว่า "เราไม่สามารถซ่อมใครได้" หากเจ้าตัวไม่คิดจะซ่อมตัวเอง การทำความเข้าใจจิตวิทยาเบื้องหลังพฤติกรรมเหล่านี้ไม่ได้มีไว้เพื่อให้เรายอมเขามากขึ้น แต่เพื่อให้เรา "รู้ทัน" และวางตัวได้อย่างเหมาะสม เพื่อไม่ให้สารพิษเหล่านั้นซึมลึกเข้ามาทำลายความสุขในชีวิตของเรา