รู้อยู่เต็มอกว่าชีวิตวัยทำงานมันเหนื่อย แต่คุณเคยสังเกตไหมว่า ทำไมบางคนอายุเท่ากันแต่หน้าตาและเรี่ยวแรงดูต่างกันราวกับห่างกันนับสิบปี ถ้าไม่อยากแก่ก่อนวัยต้องเช็กกับนิสัยทำลายสุขภาพที่ชาวออฟฟิศเผลอทำทุกวันโดยไม่รู้ตัว
ทุกวันนี้สกินแคร์ราคาแพงอาจช่วยกู้ผิวหน้าได้ชั่วคราว แต่ความแก่ก่อนวัยของจริงมักซ่อนอยู่ในกิจวัตรประจำวันที่เราทำจนชิน ลองมาเช็กกันดูว่าคุณกำลังเผลอทำ 5 นิสัยที่เร่งเข็มนาฬิกาชีวิตเหล่านี้อยู่หรือเปล่า
5 นิสัยทำลายสุขภาพที่คนวัยทำงานเผลอทำทุกวันโดยไม่รู้ตัว
- นั่งติดเก้าอี้มาราธอน
การนั่งจ้องจอคอมพิวเตอร์ติดต่อกันหลายชั่วโมงโดยไม่ลุกไปไหน ไม่ได้ทำให้คุณแค่ปวดหลังหรือเสี่ยงออฟฟิศซินโดรมเท่านั้น แต่การไม่ออกขยับเขยื้อนร่างกายจะทำให้ระบบเผาผลาญทำงานช้าลง กล้ามเนื้อฝ่อ และการไหลเวียนเลือดแย่ลง ซึ่งส่งผลให้เซลล์ต่างๆ ในร่างกายเสื่อมสภาพเร็วขึ้น
ดังนั้นวิธีแก้ คือ ตั้งนาฬิกาเตือนให้ลุกขึ้นยืน ยืดเส้นยืดสาย หรือเดินไปเข้าห้องน้ำ/เติมน้ำ ทุกๆ 1 ชั่วโมง อาจจะเป็นทางเลือกที่ช่วยได้
- ดื่มน้ำเปล่าน้อย
เช้ากาแฟ บ่ายชานมไข่มุก แต่ห้ามลืมน้ำเปล่า เพราะแม้เราจะจิบไปแค่อึกเดียว แต่กาเฟอีนมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำได้ง่าย เมื่อร่างกายอยู่ในภาวะขาดน้ำเรื้อรัง ผิวพรรณจะแห้งกร้าน สูญเสียความยืดหยุ่น เกิดริ้วรอยได้ง่าย แถมยังทำให้สมองตื้อตึบ คิดงานไม่ออกอีกด้วย ดังนั้นการวางขวดน้ำขนาด 1-1.5 ลิตร ไว้บนโต๊ะทำงานในจุดที่มองเห็นง่าย และตั้งเป้าให้ตัวเองจิบให้หมดก่อนเลิกงาน
...
- เสพติดของหวานแก้ง่วง
เวลาเครียดหรือเหนื่อยตอนบ่ายๆ ร่างกายมักจะโหยหาน้ำตาล แต่รู้ไหมว่าน้ำตาลคือศัตรูตัวร้ายของความอ่อนเยาว์ เมื่อน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือดในปริมาณมาก มันจะไปจับตัวกับโปรตีนในร่างกาย ทำให้คอลลาเจนและอีลาสตินใต้ผิวหนังแข็งตัวและเปราะบางลง ผลลัพธ์คือผิวเหี่ยวย่นและหย่อนคล้อยเร็วกว่ากำหนด ดังนั้นการลองเปลี่ยนจากขนมหวานมาเป็นผลไม้สด ถั่วอัลมอนด์ หรือดาร์กช็อกโกแลต เป็นอีกหนึ่งทางเลือกเพื่อเติมพลังงานแบบไม่ทำร้ายผิวได้
- ไถหน้าจอก่อนนอนจนดึกดื่น
การพักผ่อนด้วยการไถโซเชียลดูซีรีส์ก่อนนอน อาจเป็นการทำร้ายตัวเองทางอ้อม แสงสีฟ้าจากหน้าจอจะไปยับยั้งการหลั่ง "เมลาโทนิน" ทำให้คุณหลับยากหรือหลับไม่สนิท เมื่อร่างกายไม่ได้พักผ่อนเต็มที่ โกรทฮอร์โมน ที่คอยซ่อมแซมเซลล์ที่สึกหรอก็จะไม่ทำงาน ตื่นมาจึงดูโทรม ใต้ตาคล้ำ และแก่เร็ว ให้งดเล่นมือถืออย่างน้อย 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมงก่อนนอน ลองเปลี่ยนมาอ่านหนังสือ ฟังพอดแคสต์ หรือเปิดเพลงบรรเลงเบาๆ แทน
- หายใจตื้นเพราะความเครียดสะสม
เวลาที่เราโฟกัสกับงานมากๆ หรือกำลังเครียดจัด เรามักจะเผลอเกร็งตัวและ "หายใจสั้นๆ" โดยไม่รู้ตัว การหายใจแค่ระดับหน้าอกทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย ส่งผลให้เซลล์แก่ตัวเร็วขึ้น รู้สึกอ่อนเพลีย และทำให้ระบบประสาทตื่นตัวตลอดเวลา ให้ลองฝึกหายใจเข้าลึกๆ ให้ถึงท้องแล้วค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกยาวๆ ทำติดต่อกันสัก 5 รอบ ทุกครั้งที่รู้สึกตึงเครียด
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไม่ได้แปลว่าคุณต้องหักดิบเลิกทำทุกอย่างในวันเดียว ลองเริ่มทีละนิดจากเรื่องง่ายๆ ก่อน เช่น พรุ่งนี้ลองดื่มน้ำเปล่าให้มากขึ้น หรือลุกเดินบ่อยขึ้น แค่นี้ก็ถือเป็นการช่วยให้ร่างกายได้ต่อเวลาความอ่อนเยาว์ออกไปได้อีกเยอะ