ยุคที่ใครๆ ก็เป็นดีเจได้ด้วยเทคโนโลยีการเรียนรู้ที่เข้ามาอย่างรวดเร็ว รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวก แอปพลิเคชันในมือถือ แต่สิ่งที่อาชีพ “ดีเจ” ต่างออกไปนอกจากความเชี่ยวชาญแล้ว คือความเป็นระบบ มาตรฐาน และชั้นเชิงในการทำงาน
ใครที่อยากตั้งเป้าจะยึดอาชีพนี้เป็นอาชีพหลัก หรืออยากไต่ระดับไปสู่เวทีใหญ่ระดับสากล นี่คือ 5 สิ่งสำคัญที่คุณต้องมีใน List ของการเป็นมืออาชีพในสายอาชีพนี้
1. ใบเซอร์ฯ และทฤษฎีดนตรี
หลายคนสงสัยว่าดีเจต้องมี “ใบประกาศ” ด้วยหรือ คำตอบคือ “มีไว้ดีกว่าไม่มีแน่นอน เพราะสิ่งแรก คือ การสร้างความน่าเชื่อถือ โปรไฟล์งานให้มีคุณภาพ เพื่อเป็นพอร์ตความสามารถต่างๆ ประสบการณ์ในการดีลงาน ไม่ว่าจะเป็นงานอีเวนต์ต่างๆ ,โรงแรมระดับ 5 ดาว, อีเวนต์แบรนด์หรู หรือคลับชั้นนำ การมี Profile ที่ระบุว่าคุณจบจากสถาบันที่ได้รับการรับรอง หรือประสบการณ์การทำงานจากหลายๆ ที่ จะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับการจ้างงานได้ทันที
ซึ่งการเรียนอย่างเป็นระบบจะสอนให้คุณเข้าใจเรื่อง Phrasing, Beatmatching ด้วยหู และทฤษฎี Camelot Wheel ซึ่งจะทำให้เซตเพลงของคุณฟังดูสมูทและเป็นมืออาชีพกว่าการเดาสุ่ม
2. โปรแกรมคู่ใจที่เชี่ยวชาญ
แน่นอนว่าดีเจอาชีพต้องรู้ใจอุปกรณ์และซอฟต์แวร์ของตัวเองเหมือนเป็นอวัยวะที่ 33 โปรแกรมที่คุณเลือกใช้จะกำหนดสไตล์การทำงานของคุณ ตัวอย่างเช่น Rekordbox เป็นที่นิยมสูงสุด เพราะสามารถจัดคลังเพลงจากบ้านแล้วไปเสียบ USB เล่นกับเครื่องได้ทั่วโลก หรือ Serato DJ สาย Scratch ที่ต้องการความแม่นยำและการตอบสนองที่รวดเร็ว รวมถึง Traktor ที่เน้นการทำ Remix Deck และการใช้ Effect ที่ซับซ้อน ทั้งหมดควรฝึกให้ชำนาญอย่างน้อยหนึ่งโปรแกรม และเรียนรู้พื้นฐานโปรแกรมอื่นเผื่อกรณีฉุกเฉิน
...
3. เพลย์ลิสต์ที่คุณภาพ
ดีเจมืออาชีพไม่ได้วัดกันที่จำนวนเพลง แต่ละเพลงในเครื่องต้องมีคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นไฟล์เสียงคุณภาพสูง เพื่อให้เสียงที่ออกมาจากลำโพงใหญ่มีความแน่นและใส และที่สำคัญคุณต้องมีเพลงมากกว่าแค่แนวที่ชอบ คลังเพลงต้องครอบคลุม เพื่อรับมือกับคนฟังได้ทุกสถานการณ์
4. การเตรียมตัว
ดีเจเก่งๆ ไม่ได้แค่เดินขึ้นไปกด Play แต่เขามีการเตรียมตัวหลังบ้านที่เนี๊ยบ เช่น การมาร์กจุดที่จะเข้าเพลงหรือจุดที่ดนตรีเปลี่ยนไว้ล่วงหน้า จะช่วยให้คุณมิกซ์เพลงได้แม่นยำและสร้างสรรค์ขึ้น
รวมถึงการเช็ก BPM และ Key ของทุกเพลงให้เรียบร้อย เพื่อไม่ให้เกิดอาการคีย์ตบกันขณะเปิด และแผนสำรองในกรณีที่อุปกรณ์ส่วนกลางขัดข้อง
5. จิตวิญญาณและความรับผิดชอบ
นี่คือสิ่งที่ตัดสินว่าร้านจะจ้างคุณต่อหรือไม่ เช่น การตรงต่อเวลา การไปถึงก่อนเวลา 15-30 นาที เพื่อดู Vibe ของคนในร้านและเช็กระบบเสียง คือมารยาทที่สำคัญที่สุด รวมถึงทักษะการอ่านคนบน Floor ว่าตอนไหนควรเร่งจังหวะ ตอนไหนควรผ่อน นี่คือสิ่งที่ AI ยังทำแทนดีเจไม่ได้ สุดท้ายการมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับทีมงานในร้านและผู้จ้างงาน คือกุญแจสำคัญที่ทำให้งานไหลมาไม่ขาดสาย
การเป็นดีเจอาชีพคือการผสมผสานระหว่าง “ศาสตร์แห่งเทคโนโลยี” และ “ศิลปะแห่งอารมณ์” หากคุณมีครบทั้ง 5 ข้อนี้ คุณไม่ได้เป็นแค่คนเปิดเพลง แต่คุณคือ “ผู้นำทางความรู้สึก” ที่พร้อมจะสะกดทุกสายตาบนฟลอร์เต้นรำ