กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศเตือนหลายพื้นที่ในประเทศไทยตอนบนให้ระวัง "พายุฤดูร้อน" ที่กำลังเคลื่อนตัวปกคลุม โดยคาดว่าจะทำให้เกิดฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฟ้าผ่าในบางพื้นที่ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็น ได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศเวียดนามตอนบนและประเทศจีนตอนใต้ ซึ่งจะส่งกระทบต่อหลายจังหวัดของไทย โดยเฉพาะจังหวัดในประเทศไทยตอนบน
กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือน "พายุฤดูร้อน 2569" เข้าไทยวันไหน
วันนี้ (23 ก.พ.) ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาเรื่อง "พายุฤดูร้อน บริเวณประเทศไทยตอนบน ฉบับที่ 3 (3/2569)" ซึ่งพายุฤดูร้อนมีผลกระทบในช่วงวันที่ 23-25 กุมภาพันธ์ 2569 โดยระบุว่า พื้นที่ตอนบนของประเทศไทยเตรียมรับมือพายุฤดูร้อน
คาดว่าจะเริ่มส่งผลกระทบที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นลำดับแรก ก่อนขยายวงไปยังภาคเหนือ ภาคกลาง กรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงภาคตะวันออก ลักษณะอากาศจะแปรปรวน มีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง บางแห่งอาจมีลูกเห็บตก ฝนตกหนักบางแห่ง และเสี่ยงเกิดฟ้าผ่าในบางพื้นที่
ส่วนภาคใต้คลื่นลมบริเวณอ่าวไทย ตอนล่างมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันเดินเรือด้วยความระมัดระวัง
เช็กรายชื่อจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจาก "พายุฤดูร้อน" วันที่ 23-25 กุมภาพันธ์ 2569 แต่ละจังหวัดกระทบอย่างไรบ้าง
...
ภาคเหนือ
อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่กับมีลมกระโชกแรงบางแห่งอุณหภูมิต่ำสุด 19-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ความเร็ว 10-15 กม./ชม. รายชื่อจังหวัดภาคเหนือที่ได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อน มีดังนี้
- แม่ฮ่องสอน
- เชียงใหม่
- เชียงราย
- น่าน
- ลำปาง
- ตาก
- เพชรบูรณ์
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 20-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ความเร็ว 10-15 กม./ชม. รายชื่อจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อน มีดังนี้
- เลย
- นครพนม
- ขอนแก่น
- มหาสารคาม
- นครราชสีมา
- อุบลราชธานี
ภาคกลาง
อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่กับมีลมกระโชกแรงบางแห่งอุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-39 องศาเซลเซียส ลมใต้ความเร็ว 10-15 กม./ชม. รายชื่อจังหวัดภาคกลาง ที่ได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อน มีดังนี้
- นครสวรรค์
- ลพบุรี
- อุทัยธานี
- พระนครศรีอยุธยา
- กาญจนบุรี
- ราชบุรี
กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล
อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส ลมใต้ความเร็ว 10-15 กม./ชม. รายชื่อจังหวัดในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่ได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อน มีดังนี้
- ปทุมธานี
- นนทบุรี
- กรุงเทพฯ
- สมุทรปราการ
ภาคตะวันออก (รวมทั้งชายฝั่ง)
อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ มีลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร รายชื่อจังหวัดภาคตะวันออก (รวมทั้งชายฝั่ง) ที่ได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อน มีดังนี้
- ปราจีนบุรี
- สระแก้ว
- ชลบุรี
- ระยอง
- จันทบุรี
- ตราด
ภาคใต้ฝั่งตะวันออก (ฝั่งอ่าวไทย)
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดชุมพรขึ้นมา ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไป ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร รายชื่อจังหวัดภาคใต้ฝั่งตะวันออก (ฝั่งอ่าวไทย) ที่ได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อน มีดังนี้
- เพชรบุรี
- ประจวบคีรีขันธ์
- สุราษฎร์ธานี
- สงขลา
- ยะลา
- นราธิวาส
ภาคใต้ฝั่งตะวันตก (ฝั่งอันดามัน)
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งและบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร รายชื่อจังหวัดภาคใต้ฝั่งตะวันตก (ฝั่งอันดามัน) ที่ได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อน มีดังนี้
...
- ระนอง
- พังงา
- ภูเก็ต
- กระบี่
- ตรัง
- สตูล
อย่างไรก็ตาม ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรเพิ่มความระมัดระวังจากพายุฤดูร้อน 2569 หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ หรือใกล้สิ่งปลูกสร้างและป้ายโฆษณาที่อาจไม่มั่นคง เพื่อป้องกันอันตรายจากลมแรงและฟ้าผ่า
ส่วนเกษตรกรควรค้ำยันหรือยึดไม้ผลให้แข็งแรง เตรียมแผนป้องกันความเสียหายต่อพืชผลและสัตว์เลี้ยง รวมถึงดูแลสุขภาพตนเองในช่วงที่สภาพอากาศแปรปรวนนี้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กรมอุตุนิยมวิทยา โทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
...
ที่มาข้อมูล : กรมอุตุนิยมวิทยา