เปิดปีใหม่มาพร้อมกับความตั้งใจใหม่ๆ แต่พอหันกลับมามองความเป็นจริง หลายคนอาจกำลังรู้สึกเหมือน “ติดกับดัก” อยู่ในงานที่ไม่ใช่ องค์กรที่ไม่ตอบโจทย์ แต่ด้วยสถานการณ์เศรษฐกิจที่ ทำให้การตัดสินใจยื่นซองขาวกลายเป็นเรื่องเสี่ยงจนไม่กล้าขยับตัว
ลองเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ ใช้ช่วงเวลานี้ให้กลายเป็น “ช่วงเวลาเก็บเลเวล” เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับโอกาสครั้งใหญ่ในอนาคต
5 วิธีที่จะช่วยให้คุณใช้เวลาในงานที่ไม่ชอบ ให้คุ้มค่าที่สุด เปลี่ยนวิกฤตความเบื่อหน่ายให้กลายเป็นบันไดสู่ความสำเร็จ
1. เลิกจับผิดแล้วหันมาโฟกัส “จุดแข็ง”
เมื่อเราเกลียดงาน สมองจะสั่งการให้เรามองหาแต่ข้อเสียและปัญหาโดยอัตโนมัติ จนลืมมองสิ่งที่ยัง “เวิร์ก” อยู่ ลองเปลี่ยนเลนส์มองใหม่ สำรวจตัวเองดูว่า งานชิ้นไหนที่ทำแล้วรู้สึกมีไฟที่สุด ช่วงเวลาไหนที่เรามั่นใจ เมื่อรู้แล้ว พยายามเอาตัวเองเข้าไปข้องเกี่ยวกับงานเหล่านั้นให้มากขึ้น อาสาทำโปรเจกต์ที่ได้ใช้ทักษะที่เราถนัด หรือจับคู่ทำงานกับเพื่อนร่วมงานที่มีจุดแข็งต่างกันเพื่อเสริมกัน วิธีนี้จะช่วยเปลี่ยนโหมดและทำให้เราตั้งใจมากขึ้นในสิ่งที่เราถนัด เพื่อลับคมฝีมือให้เฉียบคมยิ่งขึ้น
...
2. สร้าง “คอนเนกชัน” อย่างมีกลยุทธ์
เวลาเบื่องาน เรามักจะอยากปลีกตัว ทำแค่หน้าที่ให้จบๆ ไป แต่ใครจะรู้นี่คือช่วงเวลาทองในการขยายเครือข่าย ลองมองไปรอบๆ องค์กรแล้วหาดูบุคคลเหล่านี้ดูว่า ใครบ้างที่ทำงานน่าสนใจและมีไฟ, หัวหน้าคนไหนที่มีสไตล์การบริหารที่เรานับถือ และใครที่มีทักษะที่เราอยากเรียนรู้?
อย่ากลัวที่จะเดินเข้าไปทักทายหรือขอคำแนะนำ การสร้างสายสัมพันธ์ที่ดีจะช่วยเปิดโลกทัศน์ให้กว้างขึ้น และใครจะรู้โอกาสงานใหม่อาจเริ่มจากการพูดคุยสั้นๆ ก็ได้
3. ใช้ผลงานแก้ปัญหา
ความหงุดหงิดจากระบบงาน ขั้นตอนที่ยุ่งยาก หรือการสื่อสารที่ล้มเหลว คือสัญญาณของโอกาส แทนที่จะบ่นหรือระบายอารมณ์ ลองเปลี่ยนมาเป็นผู้แก้ไข เช่น การเสนอวิธีลดขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซ้อน หรือคิดโปรเจกต์นำร่องเพื่อแก้ปัญหาเรื้อรัง
การลุกขึ้นมาเป็นผู้นำในการแก้ปัญหา แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อย จะช่วยสร้างเครดิตและความน่าเชื่อถือให้คุณ แถมยังช่วยกู้คืนความรู้สึกมีคุณค่าในตัวเองกลับมาได้ในระหว่างที่รอจังหวะเปลี่ยนงาน
4. ลงทุนอัปเกรดตัวเอง อย่าปล่อยให้เวลาสูญเปล่า
ความรู้สึกว่า “เสียเวลาชีวิต” คือกับดักที่น่ากลัวที่สุด เปลี่ยนความคิดใหม่ มองว่าบริษัทกำลังจ้างให้คุณมาพัฒนาตัวเอง ถามตัวเองว่าทักษะไหนที่จะทำให้เราเนื้อหอมในตลาดแรงงานอนาคต หรือความเป็นผู้นำด้านไหนที่เราต้องฝึกฝน ใช้สวัสดิการบริษัทหรือเวลาว่างในการเรียนออนไลน์ เวิร์กช็อป หรือขอคำแนะนำจากรุ่นพี่ เลือกโฟกัสสักเรื่องแล้วลุยให้สุด ดีกว่าปล่อยเวลาให้หมดไปวันๆ
5. เป็น “ทนาย” ให้ตัวเอง
บ่อยครั้งที่เราเกลียดงานเพราะรู้สึกว่าถูกเอาเปรียบ หรือไม่มีใครเห็นหัวโดยเฉพาะเรื่องค่าตอบแทนและขอบเขตงานที่ล้นมือ ใช้ช่วงเวลานี้ฝึกทักษะการเจรจาต่อรองเพื่อตัวเองว่าเงินเดือนสมเหตุสมผลกับงานที่ทำไหม ขอบเขตงานชัดเจนหรือยัง รวมถึงการกล้าพูดถึงความต้องการและขอบเขตของตัวเองอย่างมืออาชีพ คือทักษะผู้นำที่สำคัญมาก ฝึกไว้ตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อที่คุณจะได้พกความมั่นใจนี้ติดตัวไปใช้ในงานใหม่ด้วย
การติดอยู่ในสถานที่ทำงาน หรือรูปแบบงานที่ไม่ตอบโจทย์ น่าท้อใจ แต่ถ้าเรารู้จักพลิกแพลง “ช่วงเวลาแห่งการรอคอย” ให้เป็น “ช่วงเวลาแห่งการเตรียมพร้อม” เมื่อประตูบานใหม่เปิดออก คุณจะไม่ใช่แค่คนที่เดินออกมาจากที่เก่า แต่คุณจะเป็นคนใหม่ที่ก้าวออกไปพร้อมความชัดเจน ความมั่นใจ และทักษะที่แกร่งกว่าเดิม
ข้อมูล : forbes