รวมวิธีรับมือเมื่อต้องเจอกับเพื่อนที่มีความเห็นต่างทางการเมืองแบบสุดขั้ว แนะนำแนวทางรักษาความสัมพันธ์ทั้งในโลกออนไลน์และออฟไลน์ โดยไม่ต้องเลิกคบ
ตั้งแต่หลังปิดหีบเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. 2569 กระแสความคิดเห็นต่างทางการเมืองก็ท่วมท้นทั้งบนออนไลน์และออฟไลน์ หลายคนต้องเสียมิตรภาพที่สร้างมายาวนานเพียงเพราะ “ความเห็นไม่ตรงกัน” แต่ความจริงแล้ว เราสามารถอยู่ร่วมกับคนเห็นต่างได้โดยไม่ต้องสูญเสียตัวตนหรือมิตรภาพ เราจะพาไปเจาะลึกจิตวิทยาการอยู่ร่วมกับเพื่อนต่างขั้วแบบละมุนละม่อม เพื่อให้คำว่า “เพื่อน” ยังคงอยู่เหนือทุกชุดความคิด
ทำไมความเห็นต่างทางการเมืองถึงทำลายมิตรภาพได้ง่าย?
ในทางจิตวิทยาสังคม ความเชื่อทางการเมืองมักจะผูกโยงเข้ากับ “คุณค่าภายใน” (Core Values) และอัตลักษณ์ของบุคคล เมื่อเพื่อนวิจารณ์ขั้วการเมืองที่เราสนับสนุน สมองจะสั่งการให้รู้สึกเหมือนเรากำลังถูกโจมตีตัวตนโดยตรง เกิดเป็นภาวะ “Fight or Flight” (สู้หรือหนี) ซึ่งนำไปสู่การปะทะคารมหรือการกด Unfriend ในที่สุด
5 วิธีรับมือ “เพื่อนต่างขั้วการเมือง” ด้วยแนวทางที่นุ่มนวล
...
1. มองหา “จุดร่วม” ก่อน “จุดต่าง”
ก่อนจะเริ่มบทสนทนาที่ดุเดือด ให้ระลึกเสมอว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้คุณเป็นเพื่อนกันมาได้ตั้งนาน ความชอบในกีฬา ดนตรี หรือวีรกรรมสมัยเรียน สิ่งเหล่านี้คือ "สมอเรือ" ที่ช่วยยึดเหนี่ยวความสัมพันธ์ไว้ไม่ให้แตกสลายไปตามกระแสการเมือง
2. ตั้งกฎเหล็ก “พื้นที่ปลอดภัย”
หากรู้ว่าการคุยเรื่องนี้จะจบด้วยความขัดแย้งเสมอ การตกลงกันล่วงหน้าว่า “เราจะไม่คุยเรื่องการเมืองกันในวงเหล้าหรือกลุ่มไลน์” ไม่ใช่การหนีปัญหา แต่มันคือการรักษาพื้นที่ปลอดภัยให้มิตรภาพได้หายใจ
3. ใช้หลัก “ฟังเพื่อเข้าใจ ไม่ใช่ฟังเพื่อตอบโต้”
เมื่อเพื่อนเริ่มระบายความเห็นออกมา ลองใช้เทคนิค Active Listening ฟังโดยไม่ด่วนตัดสิน ลองตั้งคำถามว่า “อะไรทำให้เขามีความคิดแบบนั้น?” การเข้าใจที่มาของความคิดเพื่อน จะช่วยลดอคติในใจเราลงได้มาก
4. จัดการอารมณ์บนโลกออนไลน์
บนโซเชียลมีเดียคือจุดปะทะที่รุนแรงที่สุด หากฟีดของเพื่อนทำให้คุณรู้สึก Toxic การกด “Snooze” (ระงับชั่วคราว) หรือ “Mute” (ซ่อนโพสต์) เป็นทางเลือกที่ดีกว่าการ Unfriend เพราะมันช่วยให้คุณไม่ต้องเห็นเนื้อหาที่กระตุ้นอารมณ์ชั่วคราว แต่ยังมีสายสัมพันธ์กันอยู่
5. เน้น “I Message” มากกว่าการโจมตีตัวบุคคล
หากเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องคุย ให้ใช้ประโยคที่ขึ้นต้นด้วยความรู้สึกเรา เช่น “เราฟังแล้วรู้สึกไม่สบายใจเมื่อมีการพูดถึงประเด็นนี้...” แทนการใช้ประโยคว่า “เธอเข้าใจผิดแล้ว” หรือ “เธอถูกล้างสมอง” ซึ่งเป็นการผลักเพื่อนออกไปเป็นศัตรู
...
เมื่อไหร่ที่ความเห็นต่างทางการเมืองกลายเป็นความสัมพันธ์ที่เป็นพิษ (Toxic) แม้เราจะพยายามรักษาความสัมพันธ์แค่ไหน แต่ถ้าความเห็นต่างนั้นนำไปสู่การลดทอนความเป็นมนุษย์ หรือการใช้ถ้อยคำหยาบคายทำร้ายจิตใจกันอย่างต่อเนื่อง คุณมีสิทธิ์ที่จะถอยออกมาเพื่อรักษาสุขภาพจิตของตัวเอง เพราะ “มิตรภาพที่ดีต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของการเคารพซึ่งกันและกัน”
การเมืองเป็นเรื่องของชั่วขณะหนึ่ง แต่มิตรภาพมักเป็นเรื่องของระยะยาว การยอมรับว่าเราสามารถ “Agree to disagree” หรือเห็นพ้องที่จะเห็นต่าง คือวุฒิภาวะสำคัญในสังคมประชาธิปไตย การเลือกใช้แนวทางที่นุ่มนวลไม่ได้แปลว่าคุณทิ้งอุดมการณ์ แต่หมายความว่าคุณให้คุณค่ากับ “ความเป็นมนุษย์” ของเพื่อนมากกว่ากระดาษแผ่นเดียวในคูหาเลือกตั้ง