เคยไหมเวลาหางานแล้วไปสะดุดตากับงานในฝัน ที่เห็นแล้วใจเต้นแรง อยากกดสมัครเดี๋ยวนี้ แต่พอเหลือบไปดูคุณสมบัติในช่องประสบการณ์ ความมั่นใจกลับหดหาย เพราะงานที่ทำมาทั้งชีวิตดันอยู่คนละขั้วกับอุตสาหกรรมนั้นอย่างสิ้นเชิง
แน่นอนว่าหลายคนเลือกที่จะถอดใจ เพราะคิดว่าไม่มีประสบการณ์ตรง อาจมีความหมายเท่ากับ “ทางตัน” แต่ในโลกการทำงานยุคใหม่ ประตูบานนั้นอาจไม่ได้ล็อกแน่นหนาอย่างที่คุณคิด หากคุณรู้จักใช้ความหลงใหลให้เป็นอาวุธ แต่ต้องใช้อย่างมีชั้นเชิง ไม่ใช่แค่เดินเข้าไปบอกว่าฉันชอบสิ่งนี้
ทั้งหมดนี้คือคู่มือการเปลี่ยนสายงานฉบับคนมีของ ที่จะเปลี่ยนสถานะจากแฟนคลับให้กลายเป็นตัวจริงในสายตา HR
ทำไม Passion ถึงซื้อใจ HR ได้
...
ก่อนจะไปถึงวิธีขายตัวเอง ต้องเข้าใจก่อนว่าทำไมผู้สรรหาถึงมองหาคนที่มี Passion แม้โปรไฟล์อาจจะไม่ตรงสายเป๊ะๆ
ลำดับแรก คือ เครื่องหมายการันตีความอึด งานทุกที่มีวันที่แย่และอุปสรรค คนที่รักในสิ่งที่ทำมักจะมีแรงฮึดสู้มากกว่าคนทั่วไป พวกเขาพร้อมจะฝ่าฟันปัญหาเพื่อให้งานสำเร็จ เพราะอินกับเป้าหมายขององค์กร
พลังงานของคนที่มี Passion มักส่งต่อถึงคนรอบข้าง การได้ร่วมงานกับคนที่กระตือรือร้นจะช่วยปลุกไฟในทีมให้ลุกโชน ทำให้บรรยากาศการทำงานสนุกและสร้างสรรค์ขึ้น
เคยเห็นเพื่อนที่ชอบแต่งตัวจนกลายเป็นกูรูแฟชั่น หรือเพื่อนที่ชอบซ่อมของจนเก่งกว่าช่างไหม Passion มักนำมาซึ่งความรู้ลึกรู้จริง คนเหล่านี้มักศึกษาหาข้อมูลในวงการนั้นๆ อยู่ตลอดเวลา ทำให้พวกเขารู้ลึกกว่าคนทำงานทั่วไปเสียอีก
เปลี่ยน Passion ให้เป็น Professional การจะข้ามสายงานโดยใช้ความชอบนำทาง คุณต้องแสดงออกให้เหนือกว่าผู้สมัครทั่วไป นี่คือ 3 กลยุทธ์สำคัญที่จะทำให้ Passion ของคุณมีมูลค่าทางธุรกิจ
1. รู้ลึกในเชิงธุรกิจ ไม่ใช่แค่มุมมองแฟนคลับ สมมติคุณอยากทำงานวงการกีฬา การรู้ว่าทีมไหนชนะเมื่อคืนนั้นไม่พอ คุณต้องรู้ลึกไปถึง “เกมธุรกิจ” ใครคือคู่แข่งสำคัญ เทรนด์การตลาดกีฬาตอนนี้คืออะไร ผู้บริหารกำลังกังวลเรื่องไหน เวลาสัมภาษณ์ คุณต้องคุยภาษาเดียวกับผู้จัดการทั่วไป ไม่ใช่คุยภาษาแฟนบอลที่วิจารณ์ข้างสนาม หากคุณไม่มี Insight เชิงกลยุทธ์ คุณก็เป็นได้แค่ “ผู้ชื่นชอบ” ไม่ใช่ “ผู้ร่วมงาน”
2. ขายมุมมองที่แตกต่าง การมาจากต่างอุตสาหกรรมคือจุดแข็ง เพราะคุณมีมุมมองที่คนในวงการอาจมองข้าม ใช้ประสบการณ์จากสายงานเดิมของคุณมาวิเคราะห์อุตสาหกรรมใหม่ หากคุณมีไอเดียที่สดใหม่และแก้ปัญหาได้จริง สิ่งนี้อาจทำให้ HR มองข้ามเรื่องประสบการณ์ตรง และอยากเรียกคุณมาสัมภาษณ์ทันที
3. เสนอแผนที่สร้างกำไรให้ธุรกิจ Passion กินไม่ได้ แต่แผนธุรกิจกินได้ คุณต้องตอบให้ได้ว่า “จ้างคุณแล้วบริษัทจะได้อะไร?” เช่น คุณจะเพิ่มยอด Engagement แฟนเพจอย่างไร จะหาสปอนเซอร์เจ้าใหม่จากคอนเนกชันเดิมได้ไหม หรือคุณจะลดต้นทุนหลังบ้าน หรือปรับปรุงระบบให้ลื่นไหลขึ้นได้อย่างไร? เปลี่ยนความชอบให้เป็นแผนงานที่จับต้องได้และสร้างประโยชน์ให้องค์กร
กับดักที่ต้องระวัง เมื่อ Passion กลายเป็นดาบสองคม
แม้ความมุ่งมั่นจะเป็นเรื่องดี แต่มีข้อควรระวังสำหรับมือใหม่หัดย้ายสาย อย่าให้ Passion บังทักษะ การเขียนจดหมายสมัครงานที่พร่ำเพ้อถึงความรักที่มีต่ออุตสาหกรรมจนลืมขายของคือความผิดพลาดมหันต์ อย่าลืมว่า HR จ้างคุณมาทำงาน ไม่ได้จ้างมาเป็นแฟนคลับ คุณต้องเน้นทักษะที่นำไปใช้ได้จริง เช่น ภาวะผู้นำ การสื่อสาร หรือการบริหารจัดการ
มี Passion โดยไม่มี Business Value ถ้าคุณไม่สามารถเชื่อมโยงความชอบเข้ากับเป้าหมายของบริษัทได้ สิ่งที่คุณทำก็เป็นเพียงงานอดิเรก บริษัทไม่ได้เปิดรับสมัครงานเพื่อสานฝันให้ใคร แต่รับคนมาช่วยแก้ปัญหาให้องค์กร ในวงการยอดฮิตอย่าง กีฬา บันเทิง หรือแฟชั่น มีคนที่มี Passion ล้นเหลือสมัครเข้ามาเป็นร้อย การจะโดดเด่นได้ คุณต้องเป็นมืออาชีพที่รักในงาน ไม่ใช่แค่คนรักงานที่อยากเป็นมืออาชีพ
...
ดังนั้นการเปลี่ยนสายงานโดยไม่มีประสบการณ์ตรงไม่ใช่เรื่องเป็นไปไม่ได้ หากคุณสามารถพิสูจน์ได้ว่า “ไฟ” ในตัวคุณ สามารถแปรเปลี่ยนเป็น “กำไร” และ “ความสำเร็จ” ให้กับบริษัทได้ วาเลนไทน์นี้ลองกลับมารักงานที่ทำ หรือมองหางานที่รัก แล้วใช้กลยุทธ์นี้พิชิตใจ HR ดูสักครั้ง
ข้อมูล : Forbes