ผู้อ่านไทยรัฐกว่า 7 พันคน เผยอยากเห็นพรรคประชาชนดีเบตคู่กับพรรคภูมิใจไทยมากเป็นอันดับหนึ่ง ตามด้วยการดีเบตคู่กับเพื่อไทยเป็นอันดับสองในคะแนนไล่เลี่ยกัน โดยเกือบครึ่งอยากเห็น เท้ง-ณัฐพงษ์ จากพรรคประชาชน มาดีเบตมากที่สุด
ไทยรัฐออนไลน์เปิดโพลสำรวจความคิดเห็นผู้อ่านในหัวข้อ “คุณอยากเห็นการดีเบตของพรรคการเมืองคู่ไหนในเวที “ดีเบตอีกสักตั้ง” ของไทยรัฐทีวี” ซึ่งทำการสำรวจตั้งแต่วันที่ 23 - 29 มกราคม 2569 มีผู้ร่วมตอบแบบสอบถาม 7,371 คน โดยผลสำรวจสะท้อนความสนใจของประชาชนดังต่อไปนี้
คนอยากเห็น พรรคประชาชน VS ภูมิใจไทยมากที่สุด
แบบสอบถามข้อแรกคือ “คุณอยากเห็นการดีเบตของพรรคการเมืองคู่ไหนในเวที “ดีเบตอีกสักตั้ง” ของไทยรัฐทีวี” พบว่า 39.81% หรือ 2,916 คน ตอบว่าอยากดูการดีเบตคู่กันระหว่างพรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทยมากที่สุด ตามด้วย พรรคประชาชน VS พรรคเพื่อไทย เป็นอันดับสองในคะแนนไล่เลี่ยกันคือ 35.64% หรือ 2,610 คน
อันดับที่สามคือคู่ดีเบต พรรคภูมิใจไทย VS พรรคเพื่อไทย มีคนโหวต 610 คน คิดเป็น 8.33% อันดับที่สี่คือการดีเบตของ พรรคประชาธิปัตย์ VS พรรคประชาชน ด้วยคะแนนโหวตจาก 601 คน คิดเป็น 8.20% อันดับที่ห้าคือการดีเบตของ พรรคประชาธิปัตย์ VS พรรคภูมิใจไทย ที่ผู้อ่านให้คะแนน 391 คน หรือ 5.34% ส่วนคู่พรรคการเมืองดีเบตที่คนโหวตน้อยที่สุดคือ พรรคเพื่อไทย VS พรรคประชาธิปัตย์ ที่มีคนโหวตเพียง 197 คน คิดเป็น 2.69% เท่านั้น
เกือบครึ่งอยากเห็น “เท้ง-ณัฐพงษ์” กลับมาดีเบตอีกครั้ง
เมื่อถามว่า “คุณอยากเห็นแคนดิเดตคนไหน บนเวที “ดีเบตอีกสักตั้ง” ของไทยรัฐ” เกือบครึ่ง (49.11%) ตอบว่าอยากให้ “เท้ง-ณัฐพงษ์” จากพรรคประชาชน กลับมาดีเบตอีกครั้ง ตามด้วย อนุทิน ชาญวีรกูล จากพรรคภูมิใจไทย เป็นอันดับสองที่คะแนน 16.58% และ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จากพรรคประชาธิปัตย์ เป็นอันดับสามที่ 7.17% อันดับที่สี่คือ ศิริกัญญา ตันสกุล (4.91%) อันดับที่ห้าคือ วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร (2.37%)
...
อันดับที่หกคือ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว (2.27%) อันดับที่เจ็ดคือ กรณ์ จาติกวณิช (1.44%) อันดับที่แปดคือ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ (1.15%) อันดับที่เก้าคือ การดี เลียวไพโรจน์ (0.80%) ส่วนแคนดิเดตที่คนโหวตน้อยที่สุดคือ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ จากพรรคเพื่อไทย อยู่ที่ 0.67%
“ปัญหาคอร์รัปชัน” มาแรงแซง “ปากท้อง”
สำหรับนโยบายที่ผู้อ่านไทยรัฐอยากฟังมากที่สุดในเวที “ดีเบตอีกสักตั้ง” ไม่ใช่เรื่องการแก้ปัญหาปากท้องอย่างที่เคยเป็นอันดับหนึ่งในหลายๆ โพล แต่เรื่องที่คนให้ความสนใจมากที่สุดในเวลานี้คือ “การแก้ปัญหาคอร์รัปชัน” โดยมีผู้โหวตกว่า 2 พันคน หรือคิดเป็น 32.20% ส่วนปัญหาปากท้องมาเป็นอันดับสอง ด้วยคะแนน 28.77% ตามด้วยนโยบายเรื่องประชามติรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่ 15.45%
นโยบายอันดับสี่ที่คนอยากฟังคือ การจัดการปัญหาชายแดน ไทย-กัมพูชา ที่ 8.69% ตามด้วยอันดับห้าคือการจัดการปัญหาสแกมเมอร์ ที่คะแนน 5.97% และอันดับที่หกคือนโยบายเรื่องการจัดการความสัมพันธ์กับมหาอำนาจ สหรัฐอเมริกา-จีน ด้วยคะแนน 5.65% ส่วนนโยบายที่คนให้ความสนใจน้อยที่สุดคือเรื่องสวัสดิการจากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน มีคะแนน 3.28%
เสียงสะท้อนจากคนหลายเจน
ผลสำรวจในครั้งนี้ ผู้ตอบแบบสอบถามมาจากหลากหลายเจนเนอเรชันในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน อันดับ 1 คือ ผู้ที่มีอายุระหว่าง 46-59 ปี จำนวน 23.37% ตามด้วย อายุ 26-35 ปี ที่ 21.64% อันดับที่สามคือ อายุ 60 ปีขึ้นไป ที่ 20.22% อันดับที่สี่คืออายุ 18-25 ปี จำนวน 19.39% และอายุ 36-45 ปี อยู่ที่ 15.38% ซึ่งการสำรวจที่ผ่านมา กลุ่มวัยทำงานและผู้สูงอายุ (46-59 ปี) มักจะเป็นผู้ตอบคำถามมากที่สุด
สัดส่วนผู้ที่ตอบคำถามส่วนใหญ่มาจากกรุงเทพฯ มากเป็นอันดับหนึ่งถึง 46.89% ตามด้วยภาคกลาง 16.54% ภาคอีสาน 15.63% ภาคเหนือ 11.11% และภาคใต้ 9.82%