บำรุงราษฎร์และไวทัลไลฟ์ ประกาศสร้างระบบนิเวศแห่งการมีอายุยืนยาว (Longevity Ecosystem) ผสมผสานวิทยาศาสตร์การแพทย์เข้ากับไลฟ์สไตล์ประจำวัน เพื่อสุขภาพที่ดีแบบไร้รอยต่อ

เคยสงสัยไหมว่า ทำไมเราต้องรอให้ “ป่วยก่อนแล้วถึงค่อยไปหาหมอ”? เทรนด์สุขภาพโลกในปี 2026 กำลังเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ผู้คนไม่ได้ต้องการแค่การรักษาที่มีประสิทธิภาพ แต่ต้องการ “ระบบนิเวศ” ที่ช่วยให้มีสุขภาพดีและอายุยืนยาว (Longevity) ในทุกๆ วัน ล่าสุด ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ (VitalLife) ในเครือ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ได้ประกาศก้าวสำคัญด้วยการเปิดตัว “Integrated Longevity Ecosystem” หรือระบบนิเวศเพื่อการมีอายุยืนยาวแบบบูรณาการ ซึ่งเป็นการเชื่อมต่อบริการทางการแพทย์ระดับสากลเข้ากับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตอย่างไร้รอยต่อ

ทำไม Longevity ถึงกลายเป็นเทรนด์โลกที่หยุดไม่ได้?

จากข้อมูลของ Global Wellness Economy ระบุว่าเศรษฐกิจสุขภาพทั่วโลกมีมูลค่ามหาศาลถึง 6.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปีที่ผ่านมา และคาดว่าจะพุ่งสูงถึง 10 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2572 โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ตลาดด้านศาสตร์การมีอายุยืนเติบโตเร็วที่สุดในโลก ขยายตัวมากกว่า 11% ต่อปี

ดร.อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์
ดร.อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์

...

ดร.อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ Chief Executive Officer โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ และ Executive Advisor ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า ตลอด 4 ทศวรรษ บำรุงราษฎร์เป็นที่พึ่งยามเจ็บป่วยมาตลอด แต่วันนี้แค่การรักษา “ไม่เพียงพอ” อีกต่อไป เพราะผู้บริโภคกว่า 60% ให้ความสำคัญสูงสุดกับการมีสุขภาพดีเมื่ออายุมากขึ้น การป้องกัน (Prevention) จึงกลายเป็นกุญแจสำคัญที่จะกำหนดอนาคตของวงการสุขภาพ

เจาะลึก 5 พันธมิตรข้ามอุตสาหกรรม เมื่อสุขภาพไม่ใช่แค่เรื่องของหมอ

การจะทำให้อายุยืนยาวได้จริง ไม่สามารถทำได้แค่ในโรงพยาบาล คุณนภัส เปาโรหิตย์ Chief Marketing Officer โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ระบุว่าระบบนิเวศนี้ถูกออกแบบมาเพื่อผสานความร่วมมือกับ 5 กลุ่มธุรกิจหลัก เพื่อให้ไวทัลไลฟ์เข้าไปอยู่ในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของลูกค้า นั่นคือ “การตัดสินใจในชีวิตประจำวัน” ไม่ว่าจะเป็น

  • การท่องเที่ยว (Travel): ดูแลสุขภาพต่อเนื่องตั้งแต่เตรียมตัวเดินทาง ระหว่างทริป จนถึงการฟื้นฟู
  • บริการทางการเงิน (Finance): วางแผนสุขภาพให้ขนานไปกับการวางแผนการเงินระยะยาว เพราะ “สุขภาพคือความมั่งคั่งรูปแบบใหม่”
  • ไลฟ์สไตล์ (Lifestyle): เจาะกลุ่มลูกค้าที่ลงทุนกับความแม่นยำและประสิทธิภาพในการใช้ชีวิต
  • วิชาการและการวิจัย (Academic & Research): ร่วมมือกับสถาบันวิจัยระดับโลกเพื่อให้โปรแกรมสุขภาพอ้างอิงวิทยาศาสตร์ล่าสุดเสมอ
  • เทคโนโลยีและดิจิทัล (Technology): ใช้ข้อมูลเชิงลึกเฉพาะบุคคลและติดตามผลแบบ Real-time ผ่านอุปกรณ์ Wearable ต่างๆ

คุณนภัส เปาโรหิตย์
คุณนภัส เปาโรหิตย์

“เกือบ 1 ใน 3 ของยอดขายทั่วโลกในปัจจุบันมาจากการทำงานร่วมกันในระบบนิเวศธุรกิจ และองค์กรชั้นนำถึง 73% วางกลยุทธ์พันธมิตรให้สอดคล้องกับเป้าหมายหลัก เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้าในแบบที่ไม่มีใครทำได้โดยลำพัง” คุณนภัส กล่าว

“การรู้” ไม่เท่ากับ “การทำ” ความท้าทายของศาสตร์อายุยืน

แม้เทคโนโลยีทางการแพทย์จะล้ำสมัยแค่ไหน แต่ศัตรูตัวฉกาจคือ “พฤติกรรมเดิมๆ” ของมนุษย์

ผศ.นพ. พลกฤต ทีฆคีรีกุล Chief Executive Officer ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์และเอสเพอรานซ์ และ Chief Science Officer โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์และศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ เผยความจริงที่น่าตกใจว่า งบประมาณสุขภาพทั่วโลกถูกใช้ไปกับการรักษาถึง 97% แต่ใช้เพื่อการป้องกันเพียง 3% เท่านั้น

ปัญหาใหญ่ที่ไวทัลไลฟ์พบคือ “คนส่วนใหญ่เปลี่ยนคำแนะนำแพทย์ให้เป็นนิสัยในชีวิตจริงไม่ได้” การรู้ว่าอะไรดีต่อสุขภาพ ไม่ได้หมายความว่าจะลงมือทำ นี่คือเหตุผลว่าทำไมไวทัลไลฟ์ต้องสร้าง Ecosystem ร่วมกับพันธมิตร

ผศ.นพ. พลกฤต ทีฆคีรีกุล
ผศ.นพ. พลกฤต ทีฆคีรีกุล

...

“เราไม่สามารถไปอยู่ในทุกจุดของการตัดสินใจในชีวิตของทุกคนได้ ความร่วมมือจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้ความรู้ทางการแพทย์ของเราเข้าไปอยู่ในกิจกรรมที่พันธมิตรกำลังให้บริการลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นตอนเขาไปเที่ยว ออกกำลังกาย หรือวางแผนการเงิน” ผศ.นพ. พลกฤต กล่าว

ก้าวข้ามขอบเขตโรงพยาบาล สู่ส่วนหนึ่งของชีวิต

การเปิดตัว Longevity Ecosystem ในครั้งนี้ คือจุดเริ่มต้นที่ไวทัลไลฟ์จะก้าวออกจากขอบเขตศูนย์บริการสุขภาพ ไปเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของทุกคน ผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ เพราะในท้ายที่สุดแล้ว การมีอายุยืนยาวไม่ใช่เพียงแค่การมีชีวิตที่ยาวนานขึ้น แต่คือการมีชีวิตที่มีคุณภาพและมีความสุขในทุกช่วงวัย