หากถามว่าทักษะใดที่ผู้นำยุค 2026 ต้องเร่ง “อัปสกิล” มากที่สุด คำตอบอาจไม่ใช่การเขียน Prompt ให้ AI หรือการบริหารจัดการข้อมูล Big Data แต่กลับเป็นทักษะที่ดูเรียบง่ายที่สุดอย่าง “ศิลปะแห่งการตั้งคำถาม”
สิ่งหนึ่งที่พิสูจน์ได้ชัดเจนคือ ผู้นำที่ตั้งคำถามเป็น ไม่เพียงแต่จะประหยัดเวลาและทรัพยากรได้อย่างมหาศาล แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกศักยภาพของทีมงาน และทำงานได้อย่างเฉียบคมยิ่งขึ้น
ทำไม “คำถาม” ถึงทรงพลังกว่า “คำสั่ง”
ในโลกยุคเก่า ผู้นำคือผู้กุมคำตอบ แต่ในโลกยุคใหม่ที่ความซับซ้อนมีอยู่ทุกมิติ การตั้งคำถามที่ถูกต้องเปรียบเสมือนการเปิดไฟในห้องมืด มันช่วยเปิดโลกทัศน์ความคิดสร้างสรรค์ สร้างวัฒนธรรมแห่งนวัตกรรม และที่สำคัญที่สุดคือ “สร้างคน”
เมื่อผู้นำเปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้สั่งการ” มาเป็น “ผู้ถาม” สิ่งที่เกิดขึ้นคือความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่ง ทีมงานรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของ และกล้าที่จะรับผิดชอบผลลัพธ์ด้วยตัวเอง
กรณีศึกษา จากทีมธรรมดาสู่ผลลัพธ์ 140%
มีเรื่องเล่าของผู้บริหารท่านหนึ่งที่ดูแลลูกน้อง 12 คน ในอดีตเขาใช้วิธีบอกลูกน้องว่าต้องทำอะไร แต่เมื่อเขาเปลี่ยนวิธีการพูดคุย โดยเฉพาะในช่วงประเมินผลงาน เขาเลือกใช้คำถามเพียง 2 ข้อ ได้แก่ “คุณคิดว่าต้องเปลี่ยนแปลงอะไร เพื่อให้ผลงานกลับไปถึงเป้าหมาย?” และ “คุณต้องการทรัพยากรหรือการสนับสนุนอย่างไรบ้าง?”
ผลลัพธ์ที่ได้น่าตื่นเต้น ทีมงานเลิกมองเขาเป็น “เจ้านายขี้จับผิด” แต่กลับมองเป็น “โค้ช” ที่คอยสนับสนุน พวกเขาเริ่มวางแผนงานเอง แก้ปัญหาเอง และผลักดันยอด KPI ทะลุเป้าหมายไปถึง 140% กลายเป็นทีมที่โดดเด่นที่สุดในภูมิภาค เพียงเพราะผู้นำเปลี่ยนจากการ “บอกบท” มาเป็นการ “ยื่นไมค์” ให้ทีมคิดเอง
...
เลิกถามว่า “ทำไม” คือ กฎเหล็ก
John Whitmore และ Tiffany Gaskell ผู้เขียนหนังสือ Coaching for Performance ให้คำแนะนำที่น่าสนใจว่า “คำถามปลายเปิด” คือเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุด (เช่น อะไร, ใคร, ที่ไหน, อย่างไร)
แต่มีคำหนึ่งที่ผู้นำควรระวัง คือคำว่า “ทำไม?” เพราะคำว่า “ทำไม” มักกระตุ้นสัญชาตญาณการป้องกันตัวของผู้ฟัง ทำให้พวกเขารู้สึกเหมือนกำลังถูกสอบสวนและปิดกั้นความคิดสร้างสรรค์
คัมภีร์ 10 คำถามเปลี่ยนเกม เพื่อให้คุณก้าวสู่การเป็นผู้นำปี 2026 ได้อย่างสมบูรณ์แบบ นี่คือชุดคำถามที่คุณควรพกติดตัวไว้ใช้ ไม่ว่าจะเป็นในการประชุม ระดมสมอง หรือคุยแบบตัวต่อตัว
กลุ่มที่ 1: สร้างความรับผิดชอบและการตัดสินใจ
“ถ้าผมไม่อยู่ตรงนี้ คุณจะตัดสินใจทำอย่างไร?”
“ปัญหาที่แท้จริงของเรื่องนี้คืออะไรกันแน่?”
“ฉันไม่รู้ว่าจะไปต่ออย่างไรดี คุณอยากจะไปต่ออย่างไร?” (การแสดงความเปราะบางเล็กน้อย จะช่วยดึงภาวะผู้นำของลูกน้องออกมา)
กลุ่มที่ 2: ปลดล็อกความคิดสร้างสรรค์
“ถ้าโลกนี้ไม่มีข้อจำกัดใดๆ เลย คุณจะเลือกทำแบบไหน?”
“ถ้าคุณรู้คำตอบ คุณจะตอบว่าอะไร?”
“ลองจินตนาการว่าคุณคุยกับ [คนที่เก่งที่สุดในสายตาทีม] เขาจะแนะนำให้คุณทำอะไร?”
กลุ่มที่ 3: ขุดให้ลึกและไปให้ไกลกว่าเดิม
“แล้วมีอะไรอีกบ้าง?” (นี่คือคำถามทองคำ ใช้หลังจากเขาตอบจบ แล้วเว้นช่วงเงียบสักนิด เพื่อขุดไอเดียที่ซ่อนอยู่ลึกที่สุดออกมา)
“คุณจะให้คำแนะนำอะไรแก่เพื่อนที่ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับคุณ?” (ช่วยให้เขามองปัญหาในมุมบุคคลที่สาม)
กลุ่มที่ 4: เปลี่ยนแผนสู่การลงมือทำ
“ก้าวต่อไป คุณอยากสำรวจเรื่องไหนเป็นพิเศษ?” (เหมาะสำหรับการวาง Career Path)
“เต็ม 10 คุณมุ่งมั่นกับเรื่องนี้แค่ไหน? ...แล้วทำอย่างไรถึงจะ”
คุณไม่จำเป็นต้องรอการประชุมใหญ่เพื่อเริ่มใช้ทักษะนี้ ลองเขียนคำถามเหล่านี้ใส่กระดาษโน้ตแปะไว้ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือเซฟเก็บไว้ในโทรศัพท์ ครั้งหน้าที่ทีมงานเดินเข้ามาพร้อมปัญหา หรือบรรยากาศในห้องประชุมเริ่มเงียบเหงา ลองหยิบคำถามเหล่านี้ขึ้นมาใช้
สังเกตความเปลี่ยนแปลงในแววตาของทีมงาน สังเกตบทสนทนาที่เปลี่ยนไป แล้วคุณจะพบว่า การเป็นผู้นำที่ดีที่สุด ไม่ใช่คนที่มีคำตอบสำหรับทุกเรื่อง แต่คือคนที่ถามคำถามที่ทำให้ทุกคนค้นพบคำตอบที่ยอดเยี่ยมที่สุดต่างหาก
ข้อมูล : Forbes