ในโลกของการบริหารประเทศและเศรษฐกิจ คำว่า "เทคโนแครต" (ภาษาอังกฤษ : Technocrat) มักถูกกล่าวถึงในฐานะกลุ่มบุคคลสำคัญที่มีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางนโยบายของประเทศ โดยใช้ความรู้และความสามารถเฉพาะทางของตนเอง ไทยรัฐออนไลน์ จะพาไปทำความเข้าใจความหมายของเทคโนแครต และไขข้อสงสัยว่าทำไมพวกเขาจึงมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจและสังคมไทย

เปิดที่มา "เทคโนแครต" คืออะไร หมายถึงใครในสังคม

เทคโนแครต (Technocrat) คือ ผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิคที่มีองค์ความรู้และประสบการณ์ทางวิชาการ ซึ่งก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการประเทศและนโยบายสาธารณะ โดยอาศัยความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในสาขาวิชาชีพต่างๆ เช่น เศรษฐศาสตร์ วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ หรือการบริหารจัดการ 

ทั้งนี้ ผู้ที่เป็นเทคโนแครต จะต้องมีการตัดสินใจอย่างมีเหตุผล เป็นระบบ และอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลเชิงประจักษ์ มากกว่าอุดมการณ์ทางการเมืองส่วนบุคคล หรือผลประโยชน์ส่วนตัว เปรียบเป็นมันสมอง หรือขุนนางด้านวิชาการและเทคนิค โดย "เทคโนแครต" เป็นการรวมกันระหว่าง 2 คำ ดังนี้

  • คำว่า "Techno" ที่มาจาก Technology/Technique (เทคโนโลยี/เทคนิค)
  • คำว่า "Crat, Cracy" ที่มาจาก Kratos (อำนาจการปกครอง)
  • เมื่อมารวมกันจึงกลายเป็นคำว่า "Technocrat" (เทคโนแครต)

...

ลักษณะสำคัญของ "เทคโนแครต" (Technocrat) มีอะไรบ้าง

  • ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง : เทคโนแครตมักเป็นผู้ที่มีวุฒิการศึกษาสูงและประสบการณ์ในสาขาวิชาชีพของตน เช่น ผู้ว่าการธนาคารกลาง นักเศรษฐศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์ หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุข
  • การตัดสินใจบนพื้นฐานข้อมูล : พวกเขามีแนวโน้มที่จะใช้ข้อมูล การวิเคราะห์เชิงสถิติ และหลักฐานเชิงประจักษ์มาประกอบการตัดสินใจ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
  • ความเป็นกลางทางการเมือง : เทคโนแครตจะพยายามวางตัวเป็นกลางทางการเมือง โดยมุ่งเน้นที่การแก้ปัญหาเชิงเทคนิคและประสิทธิภาพการทำงาน มากกว่าการยึดติดกับพรรคการเมืองหรืออุดมการณ์ใดๆ
  • บทบาทในระบบราชการ : เทคโนแครตมักดำรงตำแหน่งสำคัญในหน่วยงานราชการ สถาบันการเงินของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือเป็นคณะที่ปรึกษาในคณะรัฐบาล 

"เทคโนแครต" มีบทบาทสำคัญต่อสังคมและเศรษฐกิจไทยอย่างไร

ในประวัติศาสตร์การพัฒนาประเทศ เทคโนแครตไทย ได้มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ประเทศต้องการการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจหรือต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์ต่างๆ

ตั้งแต่สมัยเริ่มพัฒนาเศรษฐกิจ สถาบันต่างๆ เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) หรือกระทรวงการคลัง ล้วนมีกลุ่มเทคโนแครตที่มีความรู้ความสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการวางแผนและดำเนินนโยบายสำคัญๆ ในการนำพาประเทศให้ก้าวผ่านวิกฤตความท้าทายต่างๆ

อย่างไรก็ตาม บทบาทของเทคโนแครตในยุคปัจจุบันก็เผชิญกับความท้าทายที่ซับซ้อนขึ้น ทั้งจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและสังคม รวมถึงความคาดหวังของประชาชนที่หลากหลาย แม้ว่าบทบาทของเทคโนแครตอาจเปลี่ยนแปลงไปตามบริบทของแต่ละยุคสมัย แต่คุณค่าของการนำความรู้ความเชี่ยวชาญมาใช้ในการพัฒนาประเทศยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้