ในยุคสมัยที่นิยามของ “ความสวย” ไม่ได้หยุดอยู่เพียงผลลัพธ์บนใบหน้า แต่คือความรับผิดชอบที่แบรนด์มีต่อโลก ลอรีอัล กรุ๊ป (L'Oréal Groupe) เดินหน้าตอกย้ำวิสัยทัศน์ “Create the Beauty that Moves the World” ผ่านพันธกิจด้านความยั่งยืนที่เข้มข้นอย่าง L’Oréal for the Future ซึ่งเปรียบเสมือนเข็มทิศนำทางองค์กรไปสู่เป้าหมายในปี 2030
โครงการนี้ไม่ใช่เพียงแคมเปญเพื่อภาพลักษณ์ แต่คือการปฏิรูปโครงสร้างธุรกิจ (Transformation) ภายใต้แนวคิด Planetary Boundaries หรือการดำเนินงานโดยเคารพขีดจำกัดของระบบนิเวศโลก เพื่อให้มั่นใจว่าการเติบโตของธุรกิจจะไม่เบียดบังทรัพยากรธรรมชาติ ลอรีอัลมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนใน 3 มิติหลัก ได้แก่ การรับมือวิกฤตสภาพภูมิอากาศ การปกป้องธรรมชาติ และการขับเคลื่อนการหมุนเวียนทรัพยากร
ความสำเร็จระดับ AAA : บทพิสูจน์ 9 ปีซ้อนแห่งความมุ่งมั่น
เมื่อเดินทางมาถึงปี 2025 ซึ่งเป็นจุดกึ่งกลางของโรดแมป ลอรีอัลได้พิสูจน์ความสำเร็จผ่านตัวเลขที่จับต้องได้ โดยเป็นบริษัทเดียวในโลกที่คว้าคะแนนระดับ “A” จาก CDP ต่อเนื่องกันถึง 9 ปีซ้อน ครอบคลุมทั้งด้านการจัดการสภาพภูมิอากาศ ความมั่นคงทางน้ำ และการอนุรักษ์ป่าไม้
ปฏิวัติฐานการผลิตสู่พลังงานสะอาด 100%
...
หัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นที่ต้นน้ำ ในปี 2024 ลอรีอัลสามารถบรรลุเป้าหมายการใช้พลังงานหมุนเวียนได้ถึง 97% ในสถานประกอบการทั่วโลก โดยเฉพาะในภูมิภาค SAPMENA (เอเชียแปซิฟิกใต้-ตะวันออกกลาง และแอฟริกาเหนือ) ที่สถานประกอบการทั้ง 23 แห่ง ประสบความสำเร็จในการใช้พลังงานหมุนเวียน 100% เต็มรูปแบบ ผ่านการปรับใช้โซลูชันตามบริบทพื้นที่ เช่น การใช้พลังงานน้ำในอินโดนีเซีย หรือพลังงานแสงอาทิตย์และลมในอินเดีย
Green Science: นิยามใหม่ของสูตรผสมที่รักษ์โลก
ลอรีอัลยังยกระดับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยวิทยาศาสตร์เพื่อสิ่งแวดล้อม หรือ Green Science มุ่งเน้นการใช้ส่วนผสมจากแหล่งชีวภาพหรือแร่ธาตุที่ทดแทนได้แทนการใช้ทรัพยากรที่ใช้แล้วหมดไป โดยตั้งเป้าว่าภายในปี 2030 ส่วนผสมกว่า 75% จะต้องมาจากธรรมชาติหรือกระบวนการรีไซเคิล ภายใต้มาตรฐานจริยธรรมที่เข้มงวดตลอดห่วงโซ่อุปทาน
Packaging Transformation: จากความหรูหราสู่ความยั่งยืน
ในด้านบรรจุภัณฑ์ ลอรีอัลขับเคลื่อนผ่านหลักการ 3Rs (Reduce, Replace, Recycle) เพื่อผลักดันระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ให้เกิดขึ้นจริง โดยเปลี่ยนแนวคิดเรื่อง “ความหรูหรา” ให้มาคู่กับ “การรีฟิล” (Refill Revolution) ดังที่เห็นได้จากขวดน้ำหอม Prada Paradoxe หรือเซรั่ม Lancôme Génifique ที่ช่วยลดน้ำหนักบรรจุภัณฑ์และปริมาณขยะได้อย่างมหาศาล พร้อมทั้งการเปิดเผยข้อมูลผลกระทบสิ่งแวดล้อมอย่างโปร่งใส เพื่อให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้โลก
การ “ฟื้นฟู” ที่ควบคู่ไปกับการลดผลกระทบ
ท้ายที่สุด ลอรีอัลได้ก้าวข้ามจากการลดผลกระทบเชิงลบ ไปสู่การสร้างผลกระทบเชิงบวกผ่านการฟื้นฟูโลกและสังคม อาทิ L’Oréal Fund for Nature Regeneration ที่มุ่งฟื้นฟูระบบนิเวศ และ L’Oréal Fund for Women ที่ช่วยเหลือสตรีกลุ่มเปราะบาง เพราะลอรีอัลเชื่อว่า ความงามที่แท้จริงจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อสิ่งแวดล้อมสมบูรณ์และสังคมมีความเท่าเทียม พันธกิจ L’Oréal for the Future จึงไม่ใช่เพียงเป้าหมายทางธุรกิจ แต่คือ “คำมั่นสัญญา” ที่จะสร้างสรรค์ความงามที่ขับเคลื่อนโลกใบนี้ให้งดงามอย่างยั่งยืนสืบไป