เป็นแม่หมอคนแรกของเมืองไทยที่ประกาศว่า จะล้างพอร์ตหุ้นให้หมดก่อนวันเกิดเมืองปี 2568 เพราะเห็นเค้าลางของพายุเศรษฐกิจยาว ล่าสุด “ป้าฟอง–ฟองสนาน จามรจันทร์” ย้ำปี 2569 ประเทศไทยยังไม่พ้น จากเคราะห์ทางเศรษฐกิจ ต้องตีฝ่าสงครามเศรษฐกิจโลกไปพร้อมกับเร่งปฏิวัติใหญ่แบบก้าวกระโดด โดยเป้าหมายคือกลางกรกฎาคม 2572 ถ้าทำได้ดีเมืองจะหลุดจากประเทศกับดักรายได้ปานกลาง ไปสู่ประเทศรายได้สูง เตือนปี 2569 ระวังอุบัติเหตุใหญ่น้ำท่วมหนัก ด้านการเมืองเป็นปีแห่งกลุ่มอำนาจเก่าที่อาภัพมาแบกทุกข์ ข่าวดีในข่าวร้ายคือไม่ว่าเมืองเสียอะไรไปจะสู้ได้กลับคืนมา ชวนคนไทยบริจาคโลหิตฟาดเคราะห์ให้เมือง
เคราะห์ทางเศรษฐกิจยังต้องฝ่าฟัน
จับตาสถาบันการเงินคือเชื้อไฟ
กลางกุมภาพันธ์ 2569 เริ่มปีเคราะห์ทางเศรษฐกิจที่มาพร้อม โอกาสทองของการพลิกสถานะเศรษฐกิจของชาติ เมืองรัตนโกสินทร์ยังอยู่ในระยะเวลา 7 ปี ของการตีฝ่าสงครามเศรษฐกิจโลก ไปพร้อมกับการปฏิวัติเศรษฐกิจของเมือง ที่เริ่มมาตั้งแต่กลางปี 2565 โดยตั้งแต่ต้นปีนี้ถึง 10 มิถุนายน 2569 เมืองยังเจอเคราะห์ทางเศรษฐกิจต่อเนื่องจากปีก่อน ทั้งการใช้เงินหลวงแจก หรือตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ แล้วอัตราเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของเมืองไม่เป็นไปตามเป้า งัดยังไงก็ไม่ขึ้น ตลาดหุ้นเดินหน้าหนึ่งถอยหลังสอง ไปที่ไหนมีแต่คนบ่นฝืดเคือง แม้จะไม่ถึงกับข้าวยากหมากแพง ถึงจะมีปรากฏการณ์คนละครึ่งพลัสในปีก่อนก็คล้ายใช้ยาแดงทาแผล แต่หนองที่เน่าในยังรอการรักษาและพัฒนาในปีนี้ เคราะห์ทางเศรษฐกิจที่แทรกเข้ามาในปี 2569 คือเจอปัญหาหนักทางเศรษฐกิจเกี่ยวกับสถาบันการเงิน ผสมโรงกับปัจจัยภายนอกบีบให้ภาครัฐต้องลงมือแก้ไข พร้อมหาตัวช่วยเปลี่ยนเกมทางเศรษฐกิจ
...
พลิกวิกฤติเป็นโอกาสทองปฏิวัติใหญ่
หาทางหลุดจากกับดักรายได้ปานกลาง
ช่วงสองปีครึ่งของวิกฤติที่จะเกิดท้าทายเป็นระยะๆมาพร้อมโอกาสทองของการพัฒนาและพลิกเกมคือตั้งแต่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 ถึง 12 เมษายน 2571 เศรษฐกิจจะเจอแรงกดดันเป็นระยะๆ ด้วยกรรมเก่าที่ทำไว้ และกรรมใหม่ที่มาจากต่างประเทศให้แก้ไข แต่มาพร้อมสร้างโอกาสของการเกิดโครงการขนาดใหญ่ หรือต่อยอดสิ่งที่มีมาแต่เดิม เพื่อจะเปลี่ยนเกมทางเศรษฐกิจไปสู่ความรุ่งเรืองในระยะยาว ตั้งแต่ต้นมิถุนายน ถึง 19 ตุลาคม 2569 ภายใต้แรงกดดันให้รัฐลงมือทำเพื่อหาตัวเปลี่ยนเกมทางเศรษฐกิจ จับตาการเริ่มเกิดของโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ยักษ์ของประเทศ หรือต่อยอดโครงการเดิมที่รัฐต้องลงทุนและใช้จ่ายมาก การลงมือทางเศรษฐกิจรอบปีนี้ (ยังมีอีกหลายระลอก) คาดว่าผลน่าจะออกมาบวกมากกว่าลบ เพราะดวงดาวส่งสัญญาณบวกว่าตลาดหุ้นจะคึกคัก เริ่ม 20 ตุลาคม 2569
ตลาดหุ้นคึกคัก...ทองคำถดถอย...ที่ดินบูม
แคบเข้ามาจับตาสถิติใหม่ “ตลาดหุ้น” ระหว่างกลางธันวาคม 2569 ถึงกลางมกราคม 2570 แม้สัญญาณบวกจะออกมาขนาดไหน นักลงทุนทั้งหลายต้องอย่าเพลินเกินไป เพราะเผลอๆตั้งแต่ 22 พฤศจิกายน ถึง 10 มิถุนายน 2571 จะมีปัจจัยลบแทรกเข้ามาเบรกตลาดให้หัวคะมำแบบเซอร์กิตเบรกเกอร์สักครั้งสองครั้ง ส่วน “ทองคำ” ตั้งแต่กลางกุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป จะเข้าสู่สภาวะถดถอยมากกว่าเดินหน้า เป็นกรอบระยะเวลาภายในสองปีครึ่ง ขณะที่ “ราคาที่ดิน” มีแนวโน้มบูมเป็นระยะๆ บางพื้นที่ราคาเพิ่มสูงมากไปกับโครงการพัฒนาต่างๆของรัฐที่จะลงมือทำ
ช่วยกันบริจาคโลหิตฟาดเคราะห์ให้เมือง
ถึงเวลาเช็กบิลคนสร้างกรรมเก่าไว้กับเมือง
ปรากฏการณ์ใหญ่ที่จะเป็นกำลังใจคนไทยตลอดทั้งปีคือ ไม่ว่าเมืองจะพบปัญหา-อุปสรรค-ศัตรูระดับใด เมื่อสู้แล้วจะเอาชนะได้ หรือเสียอะไรไปสู้แล้วจะได้กลับคืนมา บางกรณีเมืองอาจจะยอมเสียบางอย่างไปก่อนเพื่อแลกบางอย่างกลับมา ตลอดปี 2569 คนไทยควรจะช่วยกันบริจาคโลหิตต่อเนื่องจากปีที่แล้ว เพื่อฟาดเคราะห์ดวงเมือง คล้ายปีที่แล้วช่วงปะทะกับขแมร์ คนไทยช่วยกันบริจาคโลหิตจนล้น บางระยะของปีเข้าข่ายตามตำราธรณีจะดูดกินซึ่งเลือดคน ตั้งแต่ต้นปี ถึง 31 พฤษภาคม 2569 ปรากฏการณ์บุญเก่าของเมืองยังรอปรากฏต่อเนื่องจากที่เคยเกิดเมื่อปีที่แล้ว เพื่อจัดการคนที่สร้างกรรมเก่าไว้กับเมือง ตั้งแต่ต้นปี ถึง 22 พฤศจิกายน 2569 แสวงหาเพื่อนต่อจากที่เคยทำมา เพื่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของชาติ แม้จะต่างความเชื่อ หรือต่างอุดมการณ์
กระแสชาตินิยมบีบกองทัพต้องปฏิวัติ
กระเเสชาตินิยมยังรอเกิดตลอดทั้งปี เอื้อต่อการปฏิวัติกองกำลังของชาติต่อเนื่อง ที่เริ่มมาตั้งแต่กลางกรกฎาคม 2565 เพื่อให้ทันสมัย หากไม่ปฏิวัติจะถูกบีบให้ปฏิวัติ ผลของการปฏิวัติคาดว่า เมื่อปรากฏการณ์นี้จบลงกลางปี 2572 หากยืนอยู่ข้างกำแพงพระนคร เราจะถามตัวเองว่ากองกำลังของชาติไปถึงจุดนั้นได้อย่างไร ถ้าทำได้ดีจะประสบความสำเร็จล้ำเลิศพาเมืองรอดปลอดภัย หากทำได้ไม่ดีกองทัพจะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ส่วนตำรวจก็หนีการเปลี่ยนแปลงใหญ่ไม่พ้น หากไม่เปลี่ยนจะถูกเปลี่ยน หรือถูกทิ้งไว้ข้างหลังเป็นปัญหาของชาติเหมือนที่เป็นอยู่ ขนาดต้องสาบานทั้งโรงพักว่าไม่ใช่องค์กรอาชญากรรม
...
ปีแห่งกลุ่มอำนาจเก่าที่อาภัพมาแบกทุกข์
ระหว่าง 14 มกราคม ถึง 22 กุมภาพันธ์ 2569 จับตาปรากฏการณ์ไสช้างท้าชนกันในทางการเมือง หรือปรากฏการณ์หมูไปท้าราชสีห์รบ คาดว่าคงสนุกมาก และตั้งแต่ 14 กุมภาพันธ์ ถึง 31 พฤษภาคม 2569 เกิดปรากฏการณ์ตรึงกำลังกันในทางการเมืองระหว่างสองฝ่าย ทำให้บรรดากองเชียร์แต่ละฝ่ายผลัดกันอึดอัดเหมือนคนท้องอืด หลังจากนั้นความอึดอัดใจจะจบลง ตั้งแต่ 14 กุมภาพันธ์ ถึงสิ้นปี 2569 จะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง โดยกลุ่มที่กลับมาบริหารบ้านเมืองจะเป็นกลุ่มเก่าหน้าเดิม รัฐบาลที่บริหารบ้านเมืองจะอาภัพ-แบกทุกข์-เป็นไปไม่สะดวก และเสถียรภาพต่ำ ต้องต่อสู้ดิ้นรนหนัก เพราะปัญหาเศรษฐกิจ และพรรคร่วมรัฐบาลรออุบัติเป็นระยะๆไปพร้อมกับการต้องฟันฝ่าเพื่อบริหารเศรษฐกิจของประเทศ อย่างต่ำรอดปลอดภัยแรงกดดันจากปัญหาภายในและสงครามเศรษฐกิจโลก อย่างกลางต่อยอดของเก่าได้ และอย่างสูงเริ่มนำประเทศไปสู่เป้าหมายทางเศรษฐกิจที่สำคัญ คือการพัฒนาขนาดใหญ่เพื่อนำประเทศหลุดจากกับดักรายได้ปานกลางในปี 2572
...
อุบัติเหตุใหญ่สี่รอบ–ฝนมาเร็ว–น้ำท่วมหนัก–แผ่นดินไหว
เกณฑ์อุบัติเหตุขนาดใหญ่ระดับร้ายแรงสูญเสียทั้งชีวิตทรัพย์สินเงินทองในเมือง เกิดขึ้น 4 รอบ ระหว่าง 2 เมษายน ถึง 12 พฤษภาคม 2569, 21 มิถุนายน ถึง 4 สิงหาคม 2569, 4 สิงหาคม ถึง 19 กันยายน 2569 และ 29 กันยายน ถึง 19 ตุลาคม 2569 เป็นปีแห่งเมืองอุดมสมบูรณ์ไปด้วยน้ำและท่วมใหญ่ ระดับน้องๆปี 2485 แผ่นดินไหวรอบปีนี้จะเริ่มเขย่าตั้งแต่สิ้นพฤษภาคม ถึง 19 ตุลาคม 2569 เป็นปีของน้ำท่วมใหญ่ โดยฝนจะมาเร็วตั้งแต่ต้นมิถุนายน 2569 จับตาพายุหมุนเขตร้อน อิทธิพลพายุหมุนเขตร้อนที่จะมีต่อเมือง เป็นไปได้ทั้งหางพายุระดับหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง หรือดีเปรสชันที่จะเข้าเมืองเป็นระยะๆ แต่สื่อพายุแรงจะเริ่มประมาณ 22 พฤศจิกายน ถึงสิ้นปี 2569 ด้วยแนวโน้มเมืองต้องเตรียมรับมือน้ำมากและท่วมในวงกว้าง จะส่งผลให้ประชาชนเดือดร้อนจำนวนมาก อารมณ์ความรู้สึกอึดอัดเป็นระยะ บางพื้นที่เกิดอาการอัตคัดขาดแคลนปัจจัยสี่ สัตว์เลี้ยงเดือดร้อนล้มตาย แต่ยังไม่ถึงเกณฑ์ข้าวยากหมากแพง
ต่างชาติเข้ามาวุ่นวายป่วนเมืองแปลกๆ
...
ตั้งแต่ 21 เมษายน ถึงสิ้นปี 2569 จะมีเหตุการณ์ต่างชาติแปลกประหลาดมาก่อเหตุใหญ่ในเมืองแบบแปลกๆชวนปวดหัว ตั้งแต่ 21 เมษายน 2569 ถึง 21 เมษายน 2570 เมืองมีเกณฑ์ประหารชีวิตที่จะเป็นข่าวใหญ่ ตั้งแต่ 19 ตุลาคม ถึงสิ้นปี 2569 จะมีเหตุการณ์ที่ทำให้เมืองโด่งดังไปทั่วโลก และ 30 พฤศจิกายน ถึง 16 มกราคม 2570 มีปรากฏการณ์เมืองถูกบีบให้อึดอัดจนหน้าเขียวหน้าเหลืองเป็นกรรไกรหนีบต้องกัดฟันสู้ คาดว่าจะมาทางน้ำหรือจากน้ำ เตรียมสู้กันข้ามปี.
ทีมข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่