เคยสงสัยไหมว่าทำไมชาวญี่ปุ่น โดยเฉพาะในเกาะโอกินาว่า ถึงครองแชมป์คนอายุยืนที่สุดในโลก คำตอบอาจไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด แต่มันอยู่ในถ้วยชาอุ่นๆ ที่พวกเขาจิบกันทุกวัน
หากลองกางแผนที่โลกดูพื้นที่ที่ผู้คนมีอายุยืนยาวที่สุด หนึ่งในนั้นคือ เกาะโอกินาว่า ประเทศญี่ปุ่น ดินแดนที่เต็มไปด้วยผู้เฒ่าผู้แก่ที่ยังแข็งแรงกระฉับกระเฉง และสิ่งหนึ่งที่อยู่ในเมนูประจำวันของพวกเขาแทบทุกมื้อ ไม่ใช่ยาวิเศษราคาแพง แต่คือเครื่องดื่มสีเขียวกลิ่นหอมกรุ่นอย่าง "ชาเขียว"
คำถามที่หลายคนสงสัยคือ การดื่มชาเขียวช่วยให้ "อายุยืน" ได้จริง หรือเป็นเพียงอุปทานหมู่ ไทยรัฐออนไลน์จะพาไปไขความลับระดับเซลล์ พร้อมวิธีดื่มให้ได้ประโยชน์สูงสุดครับ
ทำไมชาเขียวถึงต่างจากชาอื่น? เพราะกระบวนการผลิตชาเขียว "ไม่ผ่านการหมัก" ทำให้ยังคงสารอาหารธรรมชาติไว้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะสารกลุ่ม Catechins
พระเอกของเรื่องนี้คือสารที่ชื่อว่า EGCG หรือ Epigallocatechin Gallate ลองจินตนาการว่าร่างกายเราเหมือนเครื่องจักรที่ทำงานตลอดเวลา ย่อมเกิด "สนิม" หรือที่เราเรียกว่า อนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นตัวการของความแก่ ริ้วรอย และโรคร้าย โดย EGCG ในชาเขียวนี่แหละที่ทำหน้าที่เหมือน "น้ำยากันสนิม" ชั้นดี ช่วยปกป้องเซลล์จากการถูกทำลาย ทำให้เซลล์เสื่อมช้าลง
เหตุผลที่วิทยาศาสตร์บอกว่า "ดื่มชาเขียว" แล้วดี
1. หัวใจแข็งแรงขึ้น
งานวิจัยหลายชิ้นชี้ไปทางเดียวกันว่า คนที่ดื่มชาเขียวเป็นประจำ มีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดน้อยกว่าคนทั่วไป เพราะสารในชาช่วยลดคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) และช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น
2. สมองไบรท์ ไม่เป็นอัลไซเมอร์ง่ายๆ
ในชาเขียวมีกรดอะมิโนชื่อ L-Theanine ซึ่งทำงานร่วมกับคาเฟอีน ช่วยให้สมองตื่นตัวแต่ "สงบ" ไม่ใจสั่นเหมือนกาแฟ และยังมีส่วนช่วยปกป้องเซลล์สมอง ลดความเสี่ยงของโรคพาร์กินสันและอัลไซเมอร์ในระยะยาว
...
3. ตัวช่วยเผาผลาญ
แม้จะไม่ใช่น้ำยาวิเศษที่ดื่มปุ๊บผอมปั๊บ แต่ชาเขียวช่วยกระตุ้นอัตราการเผาผลาญพลังงานได้เล็กน้อย โดยเฉพาะเมื่อดื่มก่อนออกกำลังกาย จะช่วยให้ร่างกายดึงไขมันมาใช้ได้ดีขึ้น
4. ลดความเสี่ยงมะเร็ง
สารต้านอนุมูลอิสระในชาเขียว มีส่วนช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์ผิดปกติ แม้จะไม่ใช่ยารักษามะเร็ง แต่การดื่มเพื่อ "ป้องกัน" ก็เป็นทางเลือกสุขภาพที่คุ้มค่า
ดื่มชาเขียวแบบไหน "พัง" และดื่มแบบไหน "ปัง"
หลายคนดื่มชาเขียวทุกวันแต่ทำไมอ้วนขึ้น หรือทำไมไม่ได้ผล มาเช็กกันว่าคุณกำลังติดกับดักเหล่านี้อยู่หรือเปล่า
- กับดักความหวาน: ชาเขียวขวดตามร้านสะดวกซื้อ หรือชาเขียวปั่นใส่นมข้นหวานพูนแก้ว นั่นคือ "น้ำเชื่อมกลิ่นชาเขียว" น้ำตาลปริมาณมหาศาลจะเข้าไปกระตุ้นการอักเสบในร่างกาย แทนที่จะอายุยืน อาจจะได้เบาหวานมาแทน
- เติมนม: มีงานวิจัยบางชิ้นระบุว่า โปรตีนในนมวัว อาจเข้าไปจับกับสารต้านอนุมูลอิสระ ทำให้ร่างกายดูดซึมประโยชน์จากชาได้น้อยลง ถ้าอยากได้ประโยชน์เต็ม 100% ชาใส คือคำตอบที่ดีที่สุด
- ท้องผูก/นอนไม่หลับ: ชาเขียวมีแทนนิน หากดื่มตอนท้องว่างอาจทำให้ระคายเคืองกระเพาะหรือท้องผูกได้ และไม่ควรดื่มก่อนนอนเพราะมีคาเฟอีน
สูตรลับดื่มชาเขียวให้เป็น "ยาอายุวัฒนะ"
- ชงร้อนดีกว่าเย็น เพราะความร้อนช่วยดึงสารต้านอนุมูลอิสระออกมาได้ดีกว่า แต่ต้องไม่ใช่น้ำเดือดจัดจนใบชาไหม้ ใช้น้ำอุ่นประมาณ 80 องศาเซลเซียสกำลังดี
- มัทฉะ (Matcha) คือที่สุด การดื่มมัทฉะคือการกินใบชาบดละเอียดทั้งใบ เราจะได้รับสารอาหารมากกว่าการดื่มชาแบบชงใบ (Loose leaf) ที่กรองกากทิ้ง
- บีบมะนาวลงไปนิด นี่คือเคล็ดลับจากวิตามินซีในมะนาว จะช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารต้านอนุมูลอิสระในชาเขียวได้ดีขึ้นถึง 5 เท่า
- ความสดใหม่ ชาเขียวบรรจุขวดที่ตั้งโชว์มานาน สารต้านอนุมูลอิสระอาจสลายไปเกือบหมดแล้ว การชงสดดื่มเองคือทางเลือกที่ดีที่สุด
สรุปแล้วชาเขียว ช่วยให้อายุยืนได้จริงไหม คำตอบคือ "จริง" ในแง่ของการช่วยลดความเสี่ยงโรคเรื้อรังและชะลอความเสื่อมของเซลล์ แต่เงื่อนไขสำคัญคือ "ต้องเป็นชาเขียวที่ปราศจากน้ำตาล"
การดื่มชาไม่ใช่แค่การรับสารอาหาร แต่คือ Lifestyle ช่วงเวลาที่คุณจิบชา คือช่วงเวลาที่คุณได้พักผ่อน ผ่อนคลายความเครียด ทั้งหมดนี้คือกุญแจสำคัญที่แท้จริงของการมีอายุที่ยืนยาว
เริ่มตั้งแต่วันนี้ ลองเปลี่ยนจากกาแฟแก้วที่สองของวัน มาเป็นชาเขียวร้อนๆ สักแก้ว ร่างกายของคุณในอีก 10 ปีข้างหน้าจะขอบคุณคุณแน่นอน