ลาพักร้อนทีไร ทำไมใจไม่เคยหยุดงาน ไขปม "Vacation Guilt" ความรู้สึกผิดเมื่อต้องพัก

เมื่อสัญญานวันลาพักร้อนดังขึ้นในใจ พร้อมปิดเสียงแจ้งเตือนทุกอย่าง และทิ้งตัวลงบนโซฟา หรือสถานที่ท่องเที่ยวที่รอคอยมานาน แต่ไม่ทันข้ามวัน กลับมีความรู้สึกแปลกๆ ก็คืบคลานเข้ามา ไม่ว่าจะเป็น งานนั้นจะไปถึงไหนแล้วนะ หรือทีมจะแก้ปัญหากันได้ไหม เผลออีกทีก็อดไม่ได้ที่จะหยิบมือถือขึ้นมาเช็กอีเมล ไม่ใช่เพราะมีใครสั่ง แต่เป็นความรู้สึกจากข้างในที่บอกว่าควรจะทำ

อาการนี้เรียกว่า "Vacation Guilt" หรือความรู้สึกผิดเมื่อต้องหยุดพักจากการทำงาน มันคือความรู้สึกในใจที่คนเก่ง คนขยันหลายคนต้องเผชิญ แม้จะรู้ทั้งรู้ว่านี่คือเวลาพักผ่อนที่สมควรได้รับ แต่การไม่ได้ทำงานกลับสร้างความเครียดไปอีกแบบ

ความเครียดนี้ไม่ได้มาจากความขี้เกียจ แต่มาจากตัวตน ความกดดัน และความคิดที่ฝังหัวว่า "การพักผ่อนคือรางวัลที่ต้องทำงานหนักเพื่อแลกมา"

ปัจจุบันงานนั้นไม่ได้อยู่ที่ออฟฟิศเพียงอย่างเดียว

ลำดับแรก คือ ในปัจจุบันงาน นั้นไม่ได้อยู่ที่ออฟฟิศเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ในมือถือของคุณด้วย เนื่องจากใน สมัยก่อน การลาพักร้อนคือการตัดขาดจากงานอย่างสิ้นเชิง เมื่อคุณก้าวขาออกจากออฟฟิศ ก็แทบจะไม่มีใครตามตัวคุณได้ แต่วันนี้งานนั้นสามารถเดินทางไปกับเราทุกที่ ส่งเสียงเตือนบนหน้าจอ และตามเราไปถึงโต๊ะอาหารเย็น ดังนั้น เมื่อคุณเลือกที่จะไม่ตอบ ไม่เช็ก มันจึงกลายเป็นเหมือนการตัดสินใจที่ต้องหาเหตุผลมาปกป้องตัวเอง และเมื่อบวกกับความเงียบของเพื่อนร่วมงานที่อาจจะต้องทำงานหนักขึ้นเพราะคุณไม่อยู่ ความรู้สึกผิดก็ยิ่งทวีคูณ

พร้อมกับวัฒนธรรมที่ยกย่อง สำหรับการพร้อมสแตนด์บายตลอดเวลา การตัดขาดจากงานชั่วคราวจึงให้ความรู้สึกเหมือนเป็นคนเห็นแก่ตัว แนวคิดเหล่านี้ จึงทำให้เริ่มคิดถึงความต้องการของตัวเองน้อยลง และกังวลสายตาของคนอื่นมากขึ้น

...

ความรู้สึกผิดไม่ได้เกิดขึ้นเพราะคุณทำสิ่งที่ผิด แต่เป็นเพราะคุณกำลังทำในสิ่งที่แตกต่าง จากบรรทัดฐานของสังคมการทำงานยุคใหม่

รวมถึงการที่ตัวตน และ คุณค่าผูกติดอยู่กับผลงาน

เหตุผลสำคัญที่ทำให้ Vacation Guilt รุนแรง คือการที่หลายคนผูกคุณค่าของตัวเองไว้กับผลงานและความพร้อมในการทำงาน เพราะเราคือคนที่สามารถ "พึ่งพาได้เสมอ", "ตอบกลับรวดเร็ว"และ "มีประสิทธิภาพ"

เมื่อคุณหยุดทำสิ่งเหล่านี้ชั่วคราว คำถามในใจก็เริ่มดังขึ้น คนอื่นจะมองว่าเราใส่ใจน้อยลงไหม คุณค่าในที่ทำงานของเราจะลดลงหรือเปล่า ความกังวลเหล่านี้มักนำไปสู่การประนีประนอมเล็กๆ น้อยๆ เช่น ขอเช็กอีเมลนิดหน่อย หรือ ตอบแชทสั้นๆ เพียงเพื่อจะพิสูจน์ว่าคุณยังอยู่ตรงนี้ ยังมีประโยชน์ และยังสำคัญ

ปลูกฝังแนวคิดพักเพื่อฟื้นฟู ไม่ใช่แค่หายไป

หลายคนมองว่าวันลาพักร้อนเปรียบเสมือน "หนี้" ที่ต้องชดใช้ คุณยอมอดหลับอดนอนทำงานให้เสร็จก่อนลา และกลับมาทำงานหนักเป็นสองเท่าเพื่อชดเชยเวลาที่หายไป แนวคิดนี้ทำให้การพักผ่อนกลายเป็นการยืมเวลาที่ต้องจ่าย "ดอกเบี้ย" เป็นความรู้สึกผิด

แต่ความจริงแล้ว การพักผ่อนไม่ใช่สิ่งฟุ่มเฟือย แต่เป็นส่วนหนึ่งของงาน เป็นการบำรุงรักษาเครื่องมือที่สำคัญที่สุด นั่น คือ ตัวคุณเอง คุณไม่สามารถสร้างผลงานที่ดีที่สุดได้ หากคุณไม่เคยอนุญาตให้ตัวเองได้ก้าวออกมาพัก

การแสดงให้เห็นว่าการพักผ่อนเป็นเรื่องปกติ คือการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดีต่อสุขภาพ มันคือการบอกทีมว่าการฟื้นฟูไม่ใช่สัญญานของความอ่อนแอ แต่คือความเป็นมืออาชีพ และเป็นการพิสูจน์ให้ตัวเองเห็นว่าคุณค่าของคุณไม่ได้ขึ้นอยู่กับการลงมือทำอย่างต่อเนื่อง

ดังนั้น ครั้งต่อไปที่คุณจะลาพักร้อน ให้หยุดความคิดที่จะ "ขอโทษ" สำหรับการหยุดพัก แต่คุณต้อง "ปกป้อง" สิทธิเหล่านี้ให้เหมาะสม

ข้อมูล : Forbes