แอสตร้าเซนเนก้า เผยนวัตกรรมทางการแพย์ ซึ่งเป็นความสำเร็จใหม่ในการใช้ AI คัดกรองมะเร็งปอดจากภาพเอกซเรย์ เสริมความมั่นคงด้านสุขภาพที่ยั่งยืน
มะเร็งปอดเป็นโรคร้ายที่น่ากังวลไม่น้อย เพราะนี่คือสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของโลก และเป็นอันดับสองในประเทศไทย โดยเฉลี่ยแล้วมีคนไทยเสียชีวิตจากมะเร็งปอดถึงวันละ 40 คน
การตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้นคือหัวใจสำคัญที่จะเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายขาด แต่ท่ามกลางสถิติที่น่ากังวล ก็ยังมีแสงสว่างแห่งความหวังจากเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่กำลังเข้ามาปฏิวัติวงการสุขภาพ
ล่าสุดในแวดวงการแพทย์มีนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่เข้ามาช่วยเสริมประสิทธิภาพการตรวจคัดกรองมะเร็งปอดได้อย่างน่าทึ่ง
จากเดิมที่การตรวจคัดกรองมะเร็งปอดมักจะต้องพึ่งพาการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์แบบปริมาณรังสีต่ำ (Low Dose CT : LDCT) ซึ่งมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงและอาจยังเข้าถึงได้ไม่ง่ายนักในบางพื้นที่ แต่ตอนนี้มีเทคโนโลยี AI ที่ชื่อว่า qXR-LNMS ซึ่งพัฒนาโดยบริษัท Qure.ai เข้ามาช่วยวิเคราะห์ภาพถ่ายเอกซเรย์ทรวงอกแบบธรรมดาๆ ที่เราคุ้นเคยกันดี ให้สามารถตรวจพบสัญญาณเริ่มต้นที่อาจบ่งชี้ถึงมะเร็งปอดได้
AI ตรวจมะเร็งปอด ทำงานอย่างไร และมีประโยชน์แค่ไหน
เทคโนโลยี AI นี้เปรียบเสมือนผู้ช่วยอัจฉริยะของแพทย์ โดยมันถูกฝึกฝนให้เรียนรู้และจดจำลักษณะที่น่าสงสัยในภาพเอกซเรย์ทรวงอก ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของมะเร็งปอดในระยะเริ่มต้นได้
เรื่องนี้ไม่ใช่แค่แนวคิด แต่มีการศึกษาจริงจังใน โครงการ CREATE ซึ่งบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ผู้ผลิตยารายใหญ่) ได้ร่วมมือกับ Qure.ai ทำการศึกษาประสิทธิภาพของ AI ตัวนี้ใน 5 ประเทศ (อียิปต์ อินเดีย อินโดนีเซีย เม็กซิโก และตุรกี) กับผู้เข้าร่วมกว่า 700 คน ผลลัพธ์ที่ได้ก็น่าประทับใจอย่างยิ่ง
...
โดย AI นี้มีค่าความแม่นยำในการตรวจพบผู้ที่มีแนวโน้มเป็นโรค (PPV) สูงกว่ามาตรฐานถึง 20% และความแม่นยำในการยืนยันว่าไม่พบความเสี่ยง (NPV) ก็สูงกว่ามาตรฐานถึง 70%
ที่น่าสนใจคือ AI นี้ใช้ได้ผลดีกับทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ไม่เคยสูบบุหรี่ หรือคนที่มีอายุน้อยกว่า 55 ปี ซึ่งปกติแล้วอาจจะไม่ได้อยู่ในเกณฑ์ที่แนะนำให้ตรวจคัดกรองด้วยซ้ำ
การใช้ AI ร่วมกับการเอกซเรย์ทรวงอกแบบดั้งเดิม เป็นทางเลือกที่สะดวก รวดเร็ว และมีต้นทุนต่ำกว่าเมื่อเทียบกับ LDCT ทำให้สามารถนำไปใช้เป็นเครื่องมือคัดกรองเบื้องต้นในวงกว้างได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลหรือมีทรัพยากรจำกัด
การศึกษาผลกระทบด้านงบประมาณโดยใช้ข้อมูลจากเวียดนามเป็นต้นแบบ พบว่าการนำ AI มาช่วยคัดกรอง สามารถตรวจพบมะเร็งปอดได้ตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม ซึ่งไม่เพียงเพิ่มโอกาสรอดชีวิต แต่ยังอาจช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาโดยรวมได้อีกด้วย
พญ. วาสนา ประสิทธิ์สืบสาย จากแอสตร้าเซนเนก้า ประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ร่วมมือกับ Qure.ai มาตั้งแต่ปี 2565 และตั้งเป้าจะใช้ AI นี้ตรวจคัดกรองประชากรให้ได้กว่า 1 ล้านคนภายในปี 2569 ซึ่งปัจจุบันดำเนินการไปแล้วกว่าครึ่งล้านคน นับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับการเข้าถึงการดูแลสุขภาพ
ด้าน นพ. ภาสกร วันชัยจิระบุญ อายุรแพทย์มะเร็งวิทยา จากโรงพยาบาลพระปกเกล้า มองว่า แม้ LDCT จะเป็นมาตรฐาน แต่ AI ที่เสริมการตรวจเอกซเรย์ทรวงอกถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจมากสำหรับบริบทของประเทศไทย ที่ยังเผชิญข้อจำกัดด้านต้นทุนและการเข้าถึง อย่างไรก็ตาม การนำ AI มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด จำเป็นต้องมีความเข้าใจจากผู้ใช้งาน และมีการวิจัยปรับใช้ให้เหมาะสมกับพื้นที่นั้นๆ
เห็นได้ว่าเทคโนโลยีกำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการดูแลสุขภาพของเราอย่างไม่หยุดยั้ง การนำ AI มาช่วยในการตรวจคัดกรองมะเร็งปอด ถือเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่น่าจับตามอง ซึ่งจะช่วยให้การวินิจฉัยโรคทำได้รวดเร็ว แม่นยำ และเข้าถึงง่ายขึ้น เพิ่มโอกาสในการรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และท้ายที่สุดคือการช่วยให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นนั่นเอง
อย่าลืมว่า การใส่ใจตรวจสุขภาพ และคัดกรองโรคอย่างสม่ำเสมอคือสิ่งสำคัญที่สุด เทคโนโลยีล้ำสมัยเหล่านี้จะเป็นประโยชน์สูงสุดเมื่อเรานำมาใช้ดูแลตัวเองตั้งแต่เนิ่นๆ