ผู้สูงวัยเสี่ยงเป็นโรคงูสวัด แพทย์จาก รพ.วิมุต เตือนควรมีการฉีดวัคซีนก่อนเกิดอาการรุนแรงและมีภาวะแทรกซ้อน

พออายุมากขึ้น ร่างกายและภูมิคุ้มกันของเราก็เสื่อมลงตามวัย ทำให้ผู้สูงอายุสามารถเป็นโรคต่าง ๆ ได้ง่ายกว่าเดิม

หนึ่งในโรคที่น่ากลัวของคนสูงวัยอีกโรคหนึ่งก็คือ "โรคงูสวัด" ซึ่งเกิดจากเชื้อที่ซ่อนตัวอยู่ในร่างกาย หลังจากที่เราเคยเป็นอีสุกอีใสมาก่อน พอภูมิคุ้มกันเราอ่อนแอลง ก็อาจไปกระตุ้นทำให้ติดเชื้อและเป็นโรคงูสวัดได้

โดยจะมีอาการปวดแสบปวดร้อน มีผื่นและตุ่มน้ำตามแนวเส้นประสาท ที่น่ากังวลก็คือความเชื่อที่ว่า ถ้ามีผื่นงูสวัดพันรอบตัวอาจทำให้เสียชีวิตได้

นพ.บารมี พงษ์ลิขิตมงคล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ครอบครัว ศูนย์อายุรกรรม รพ.วิมุต
นพ.บารมี พงษ์ลิขิตมงคล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ครอบครัว ศูนย์อายุรกรรม รพ.วิมุต

...

ล่าสุด นพ.บารมี พงษ์ลิขิตมงคล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ครอบครัว ศูนย์อายุรกรรม รพ.วิมุต ได้ออกมาเปิดเผยถึงข้อสงสัยเกี่ยวกับโรคงูสวัด และเล่าถึงความสำคัญของการฉีดวัคซีน เพื่อให้คนสูงวัยที่ภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรงได้ห่างไกลจากโรคนี้

นพ.บารมี พงษ์ลิขิตมงคล กล่าวว่า "โรคงูสวัด" เป็นภัยร้ายที่มาในช่วงมีภูมิคุ้มกันต่ำ โรคงูสวัดเกิดจากการติดเชื้อไวรัสวาริเซลลา ซอสเตอร์ (Varicella zoster virus – VZV) เป็นเชื้อตัวเดียวกันกับโรคอีสุกอีใส เมื่อติดอีสุกอีใสร่างกายอาจไม่ได้กำจัดเชื้อหมด ทำให้เชื้อบางส่วนอาจไปซ่อนอยู่ตามปมประสาท เมื่อภูมิคุ้มกันของร่างกายลดลง ก็อาจกระตุ้นให้เป็นโรคงูสวัดได้”

“นอกจากนี้งูสวัดสามารถแพร่กระจายจากการสัมผัสหรือหายใจนำละอองจากตุ่มน้ำของผู้ป่วยเข้าไป ซึ่งถ้าติดเชื้อแล้วไม่เคยเป็นอีสุกอีใส ก็จะเป็นอีสุกอีใสก่อน ก่อนที่จะมีอาการแทรกซ้อนตามมา”

ปัจจัยเสี่ยง “โรคงูสวัด”

โรคงูสวัดจะเกิดขึ้นจากคนที่มีเชื้อของโรคอีสุกอีใสอยู่ในตัว และร่างกายอ่อนแอ ซึ่งปกติพบบ่อยในคนอายุ 50 - 60 ปีขึ้นไป หรือในกลุ่มที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ผู้ป่วยมะเร็ง, HIV, โรคเรื้อรัง, โรคเบาหวาน, โรคไตเรื้อรัง หรือคนไข้ที่มีโรคประจำตัวที่ต้องกินยากดภูมิ และโรคแพ้ภูมิตัวเอง จะเป็นกลุ่มที่เสี่ยงเป็นงูสวัดได้ง่ายกว่าคนทั่วไป

"โรคงูสวัด" พันรอบตัวไม่ตาย แต่อาการรุนแรงกว่าปกติ

คนที่ป่วยเป็นโรคงูสวัดในช่วงแรกจะมีอาการปวดแสบ ปวดร้อน คันบริเวณผิวหนัง มีไข้ มีผื่น เป็นตุ่มนูนแดงเรียงกันเป็นกลุ่มหรือเป็นแนวยาวตามเส้นประสาท จากนั้นจะกลายเป็นตุ่มน้ำใสคล้ายกับตุ่มของอีสุกอีใส

โดยตำแหน่งที่เจอบ่อยมักจะเจอตรงลำตัวและใบหน้า ใช้เวลาประมาณ 7-10 วัน ตุ่มก็จะแตกและแห้งไปเอง และจะหายดีประมาณ 2-4 สัปดาห์

นพ.บารมี พงษ์ลิขิตมงคล อธิบายต่อ "หลังจากหายดีแล้วผู้ป่วยบางคนอาจเกิดภาวะแทรกซ้อน ซึ่งเจอบ่อยในผู้สูงอายุ เช่น ปวดตามแนวเส้นประสาทตรงช่วงที่มีผื่นหรือตุ่มน้ำ ติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนัง หรือมีภาวะงูสวัดขึ้นตาที่ทำให้เกิดอาการผิดปกติกับดวงตาและการมองเห็น หลายคนเคยได้ยินว่าถ้างูสวัดพันรอบตัวจะทำให้เสียชีวิต ซึ่งไม่เป็นความจริง เพราะคนที่เสียชีวิตส่วนใหญ่เกิดจากภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้น และงูสวัดมักจะขึ้นแค่ด้านใดด้านหนึ่งของลำตัว แต่ก็มีโอกาสเกิดขึ้นพร้อมกันสองฝั่งได้ในคนที่มีภูมิต่ำมาก ทำให้มีอาการรุนแรงมากกว่าคนที่อายุเยอะทั่วไป”

"โรคงูสวัด" พบแพทย์รักษาได้ อย่าซื้อยามาใช้เอง เสี่ยงติดเชื้อ

การวินิจฉัยโรคงูสวัดสามารถทำได้จากการซักประวัติและตรวจร่างกายเบื้องต้น ซึ่งให้ความแม่นยำมากกว่า 50% ในกรณีที่ต้องการยืนยันผล แพทย์อาจส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพิ่มเติม เช่น การเจาะตุ่มน้ำหรือขูดเซลล์ เพื่อตรวจวินิจฉัยความผิดปกติของเซลล์ที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส

นพ.บารมี พงษ์ลิขิตมงคล เล่าถึงการรักษาว่า "การรักษาจะพิจารณาตามระยะเวลาการเกิดโรค โดยถ้ายังอยู่ในช่วง 72 ชั่วโมงแรกหลังเริ่มมีอาการ สามารถให้ยาต้านไวรัสเพื่อช่วยลดความรุนแรง ระยะเวลารักษา และการแพร่กระจายของเชื้อ หากพ้นช่วงนี้ไปแล้ว แพทย์จะพิจารณาจ่ายยาตามอาการ เช่น ยาแก้ปวดหรือยาแก้คัน อย่างไรก็ตาม ผู้สูงอายุและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำควรหลีกเลี่ยงการซื้อยามากินเองหรือใช้ยาสมุนไพรทาแผล เนื่องจากอาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อซ้ำซ้อน นอกจากนี้อยากให้ฉีดวัคซีนป้องกันไว้ เพราะช่วยป้องกันโรคนี้ได้ดี"

...

วัคซีนป้องกันโรคงูสวัดได้ถึง 90% การป้องกันโรคงูสวัดทำได้ง่าย ๆ ด้วยการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง เริ่มจากกินอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ หมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ และหลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือใกล้ชิดคนที่เป็นงูสวัด ที่สำคัญคือการฉีดวัคซีนป้องกันโรคงูสวัด (Shingrix) 2 เข็ม ซึ่งศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐฯ (CDC) แนะนำให้ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป คนที่มีภูมิต่ำ และคนที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง มารับวัคซีนเพื่อป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อน “โดยวัคซีน Shingrix จำนวน 2 เข็ม สามารถป้องกันการเกิดโรคและภาวะปวดปลายประสาทหลังเป็นงูสวัดได้มากกว่า 90% ครอบคลุมอาการปวดร้อน ปวดแสบปมประสาท ลดความรุนแรงของโรคและโอกาสเกิดซ้ำได้

โดยฉีดเข็มที่สองห่างจากเข็มแรก 2 - 6 เดือน และอาจมีอาการข้างเคียงทำให้ปวดบวมแดงตรงแขนที่ฉีด มีไข้ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตามตัว แต่จะเป็นไม่เกิน 2 วัน

"แม้ว่างูสวัดจะเป็นโรคที่หายเองได้หากร่างกายของเรามีความแข็งแรงดีอยู่แล้ว แต่คนที่อายุเยอะหรือภูมิคุ้มกันไม่ค่อยดีอาจต้องคอยดูแลร่างกายให้มากหน่อย ที่สำคัญคืออย่าลืมฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันและลดความรุนแรงของโรค นอกจากนี้ก็ควรสังเกตความผิดปกติของร่างกายอยู่เสมอ ถ้าปวดแสบปวดร้อนตามตัว หรือมีอาการเข้าข่ายเป็นโรคงูสวัดก็รีบมาพบแพทย์เพื่อรักษาทันที ก่อนอาการจะลุกลามจนเกิดภาวะแทรกซ้อน” นพ.บารมี พงษ์ลิขิตมงคล กล่าวทิ้งท้าย