แม้ว่าเวลาจะผ่านไปแล้วกว่าศตวรรษ นาฬิกา Rolex แต่ละคอลเลกชันก็ยังถูกยกให้เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของ 'ความหรูหรา' และ 'ความทนทาน' ตลอดกาลอย่างไร้ที่ติ ด้วยเป็นนาฬิกาที่มาพร้อม Concept คงอยู่ชั่วนิจนิรันดร์ ผ่านการรังสรรค์ด้วยนวัตกรรมและกลไกสุดล้ำ พ่วงด้วยงานศิลปะชั้นสูงให้สามารถมีอายุการใช้งานที่ยืนยาวหลายชั่วอายุคน ไม่ตกรุ่นง่ายๆ จะสวมใส่ในช่วงเวลาไหนก็ยังโดดเด่น โดยหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ Rolex ยังคงติดท็อปลิสต์นาฬิกาหรูและทนทาน ก็คือการเลือกใช้ Material หรือวัสดุเกรดพรีเมียมที่ไม่ได้เป็นเพียงการเลือกใช้อัญมณีมูลค่าสูงหายากเท่านั้น แต่ยังแฝงไปด้วยการใช้เทคนิคเจียระไนและการประกอบขั้นสูงด้วยทักษะความเชี่ยวชาญเฉพาะที่มีแค่ Rolex ด้วย! และในบทความนี้เราจะพาทุกคนไปสำรวจ 5 Material เฉพาะของ Rolex ที่ถูกเลือกใช้ในตัวเรือนแต่ละรุ่น แต่ละคอลเลกชันยอดนิยมกัน มาดูกันว่า Material ที่ว่าจะมีความพิเศษอย่างไร ผ่านเทคนิคอะไรมาบ้างกว่าจะได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของนาฬิกาข้อมือที่ทุกคนหลงใหล ไปดูกัน

1) Oystersteel เหล็กกล้าที่เงางามและแข็งแกร่ง

เริ่มกันด้วย Oystersteel เหล็กกล้าสมรรถนะสูงเกรด 904L ที่ Rolex เริ่มต้นผลิตขึ้นเองในปี 1985 พบได้แทบทุกรุ่นของ Rolex ทั้งในรุ่น Rolex Submariner รุ่น GMT-Master รุ่น Oyster Perpetual และรุ่น Rolex Datejust ฯลฯ จุดเด่นของ Oystersteel ที่ Rolex เลือกใช้นี้ผ่านการจัดเกรดทางอุตสาหกรรมโลหะมากกว่า 3,500 ชนิด เพื่อเลือกอัลลอยสเตนเลสที่มีความเงาและความแวววาวมากที่สุด ต้องมาพร้อมคุณสมบัติที่มีความทนทานต่อแรงกระแทกและการสึกกร่อนในระดับสูง ผสานด้วยโครเมียมและโมลิบดีนัมที่นอกจาก Rolex จะวิเคราะห์โครงสร้างแบบเจาะลึกแล้ว ยังนำมาผ่านกระบวนการขัดเงาขั้นสูงด้วยเทคนิคของ Rolex ด้วย

2) ทองคำ 18 กะรัต อัญมณีล้ำค่าที่ใครๆ ก็อยากครอบครอง

ถ้าให้พูดถึงอัญมณีมูลค่าสูงตลอดกาลที่ใครๆ ในโลกต่างก็อยากครอบครองมีเก็บไว้ ทองคำ 18 กะรัต ต้องติดอันดับแบบไม่มีตกหล่น Rolex ได้เลือกอัญมณีชนิดนี้มารังสรรค์ประกอบเป็นตัวเรือนเวลาเช่นเดียวกัน แต่เสริมความพิเศษและเพิ่มประสิทธิภาพของทองคำ 18 กะรัตให้สูงสุด เพื่อให้ได้เนื้อทองคำเนียนละเอียดระดับอะตอม ด้วยการเจียระไนขึ้นภายในโรงงานพล็อง-เลส์-วัตส์ ในกรุงเจนีวา โรงหล่อเฉพาะของ Rolex โดยใช้เทคนิคขั้นสูงที่จะคัดเลือกทองคำตามธรรมชาติ แล้วนำไปผสมรวมกับเงินและทองแดงก่อนจะหล่อขึ้นรูป เพื่อให้เกิดความทนทานอย่างแท้จริง โดยทองคำ 18 กะรัตนี้พบได้แทบทุกรุ่นของ Rolex ทั้งในรุ่น Rolex Submariner รุ่น GMT-Master II และรุ่น Rolex Datejust ฯลฯ เรียกได้ว่า ทองคำ 18 กะรัตถือเป็นซิกเนเจอร์สำคัญของ Rolex เลยก็ว่าได้

3) Rolesor การผสมผสานที่นำมาซึ่งความหรูหราและทนทาน

ต่อกันด้วย Rolesor ที่ได้รับการพัฒนาในช่วงทศวรรษที่ 1930 พบในหลายรุ่นสุดฮิตทั้ง Rolex Datejust, Rolex Sky-Dweller และรุ่น Rolex Day-Date เป็น Material ที่ Rolex ได้ผสานสององค์ประกอบที่ขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแกร่งอย่าง ‘Oystersteel’ หรือที่เรารู้จักกันว่าเหล็กกล้า และอัญมณีมูลค่าสูงอย่าง ‘ทองคำ’ เอาไว้ด้วยกัน สร้างขึ้นเป็น Rolesor มีคุณสมบัติในด้านความทนทานต่อรอยขีดข่วน การกระแทกสูง ในขณะเดียวกันก็เปล่งประกายไปด้วยความหรูหราของตัวทองคำ เมื่อนำไปใช้รังสรรค์ตัวเรือน ไม่ว่าจะเป็นขอบตัวเรือน สายนาฬิกา หรือเม็ดมะยมในรูปแบบของทองคำ ทองคำขาว หรือจะเป็น Everose 18 กะรัต ก็ให้ผลลัพธ์ด้านภาพลักษณ์ที่หรูหรา มูลค่าสูง และด้านการใช้งานที่ทนทาน ไม่เกิดรอยง่ายๆ นั่นเอง

4) Everose สีทองประกายแสงออโรราที่เปล่งประกาย

ถัดมากับ Material ชื่อเพราะอย่าง Everose ที่เป็นอัลลอยด์สีพิงค์โกลด์ 18 กะรัต ที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของ Rolex เท่านั้น เปิดตัวครั้งแรกในช่วงปี 2005 โดยพบในรุ่นฮิตๆ ทั้ง Rolex Datejust Rolex Sky-Dweller และรุ่น Rolex Day-Date ฯลฯ จุดเด่นของ Everose คือเฉดสีที่เป็นเอกลักษณ์ ไม่มีวันซีดจาง เป็นสีทองประกายแสงออโรรา จากส่วนประกอบของทองคำ 75% และทองแดง 20% ผสมรวมกับแพลเลเดียมและอินเดียมที่ Rolex จะหลอมและขึ้นรูปโดยเทคนิคขั้นสูง ใช้คุณสมบัติพิเศษทางฟิสิกส์และเคมีในโรงงานของตนเองเท่านั้น เพื่อให้ได้ Everose สีที่สวยที่สุด เงางามที่สุด พร้อมเปล่งประกายบนข้อมือของผู้สวมใส่ทุกคน

5) ไทเทเนียม RLX บางเบาแต่ยังแข็งแกร่ง

ปิดท้ายกันด้วย ไทเทเนียม RLX ไทเทเนียมเกรด 5 ชนิดพิเศษที่ Rolex คัดเลือกมาเป็นอย่างดี โดยมีคุณสมบัติเด่นคือ มีความเบาบางกว่า Oystersteel แต่มีความหนาแน่นกว่าอะลูมิเนียมทั่วไป เมื่อนำมาประกอบเข้ากับตัวเรือน จึงทำให้ตัวเรือนมีน้ำหนักเบา สวมใส่สบายข้อมือ แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีความทนทานสูง และต้านทานการสึกกร่อนได้อย่างดีเยี่ยม ไม่แพ้ Material อื่นๆ นอกจากนี้ยังมีความเงางาม เล่นแสงเงาได้อย่างโดดเด่น พร้อมตอบโจทย์มาตรฐานด้านสุนทรียะและความงามตามแบบฉบับของ Rolex ได้อย่างไม่มีตกหล่น โดยรุ่นของ Rolex ที่มีการใช้ไทเทเนียม RLX นั้นจะมีอยู่ 2 รุ่นหลักๆ ได้แก่ Rolex Explorer II สำหรับเหล่านักสำรวจ และ Rolex Sea-Dweller สำหรับเหล่านักดำน้ำที่อาจต้องการนาฬิกาผู้ช่วยบอกเวลาที่มีความคล่องตัวสูง สวมใส่เบาข้อมือ และทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่แปรปรวนได้ดีนั่นเอง

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ 5 Material เฉพาะของ Rolex ส่วนหนึ่งที่เราพาทุกคนไปสำรวจถึงความพิเศษ การผลิตด้วยเทคนิคขั้นสูง รวมไปถึงแนวคิดในการนำมารังสรรค์ประกอบเป็นตัวเรือนอันงดงาม หรูหรา และมีประสิทธิภาพสูง ที่เราเห็นกันในทุกวันนี้ จะเห็นว่าแต่ละ Material ล้วนผ่านการเลือกสรรมาแบบละเอียดลึกไปจนถึงโครงสร้างทางฟิสิกส์และเคมี เน้นทั้งคุณสมบัติทนทาน แข็งแกร่ง ในขณะเดียวกันก็ต้องมีความเงางาม หรูหราตามแบบฉบับของ Rolex จึงไม่น่าแปลกใจที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน Rolex ก็ยังเป็นแบรนด์นาฬิกาหรูที่ใครๆ ก็ใฝ่ฝันอยากได้มาครอบครองเลย

ส่วนใครที่สนใจอยากจับจองเป็นเจ้าของเรือนเวลาหรู Rolex ที่ Pendulum ตัวแทนจำหน่ายโรเล็กซ์อย่างเป็นทางการในประเทศไทย มี Rolex หลากหลายรุ่น หลากหลายคอลเลกชันจำหน่าย พนักงานของเราพร้อมให้คำปรึกษาและบริการทุกขั้นตอน ไม่ว่าคุณจะชื่นชอบนาฬิกาสไตล์ไหน Material ชนิดใด รับรองว่าคุณจะได้รับความประทับใจและเพลิดเพลินไปกับเรือนเวลาอันหรูหรา ที่เข้ากับคุณมากที่สุด