การใช้ไหมขัดฟัน ไม่ใช่แค่ทำให้ฟันคุณสะอาด สุขภาพฟันดี แต่ทำให้ฟันอยู่กับเราไปนานๆ รวมถึงยังทำให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้น และแน่นอนว่าสุขภาพดีก็จะทำให้อายุยืนกว่าเดิมได้ด้วย
เนื้อหานี้ไม่ได้มาขายไหมขัดฟัน แต่มีข้อมูลที่ time.com เพิ่งเผยแพร่ เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ที่ผ่านมา ได้รายงานย้ำถึงผลวิจัยเกี่ยวกับการใช้ไหมขัดฟันว่า การใช้ไหมขัดฟันนั้นส่งผลดีต่อสุขภาพ โดยอ้างอิงถึงงานวิจัยของคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเคสเวสเทิร์นรีเสิร์ฟ (Case Western Reserve University School of Dental Medicine) โดยศาสตราจารย์ แอนนิตา อามินาชารี (Anita Aminoshariae) บอกว่า “ปากของเราเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย ซึ่งสุขภาพช่องปากจึงสำคัญในการเชื่อมโยงกับสุขภาพของหัวใจ และการยืดอายุขัยของคนเรา”
แอนนิตา อธิบายเพิ่มเติมว่า “สุขภาพช่องปากยังสัมพันธ์กันกับโรคเบาหวาน ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดของคนเป็นโรคเบาหวานจะดีขึ้น ถ้าดูแลช่องปากดี ในขณะเดียวกันโรคเหงือกอักเสบอาจแย่ลงถ้าดูแลเบาหวานไม่ดี และยังสัมพันธ์กับระบบเมแทบอลิซึมผิดปกติที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดอีกด้วย”
ก่อนหน้านี้ยังมีงานวิจัยที่พูดถึงว่า คนที่มีฟันแท้เหลือน้อยกว่า 10 ซี่ จำนวน 66% มีโอกาสเสียชีวิตจากโรคหัวใจ และหลอดเลือด เมื่อเทียบกับคนที่มีฟันเหลือที่สามารถยิ้มได้อย่างเต็มที่ที่มีโอกาสเสียชีวิตน้อยกว่า แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการเลือกรับประทานอาหาร การใช้ชีวิตในการทำกิจกรรมต่างๆ การออกกำลังกาย และรายได้ ที่ส่งผลต่อสุขภาพด้วย
นอกจากนี้ถ้าเราทำความสะอาดฟันไม่ดีพอ ปล่อยให้มีเศษอาหารอยู่ระหว่างซอกฟัน ก็จะทำให้เกิดโรคเหงือกอักเสบ เมื่อเลือดออกตามไรฟัน เชื้อแบคทีเรีย ไวรัส หรือเชื้ออื่นๆ ก็อาจเข้าสู่ร่างกายไปตามกระแสเลือดได้ เกิดการอักเสบตามอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย
...
ข้อมูลจากเว็บไซต์ของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ระบุไว้ว่า ไหมขัดฟันมีประโยชน์ต่อสุขภาพปากและฟัน โดยสรุปคือ ช่วยกำจัดเศษอาหาร ตามซอกฟันซึ่งเป็นสาเหตุของฟันผุ และกลิ่นปาก ช่วยทำความสะอาดฟัน ในบริเวณที่แปรงสีฟันเข้าถึงยาก ช่วยลดการสะสมของหินปูน ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาของเหงือกอักเสบ เพราะไหมขัดฟันช่วยขจัดคราบจุลินทรีย์ไม่ให้เกาะตัวจนแข็ง
ดังนั้น การดูแลสุขภาพช่องปากแบบง่ายๆ คือการแปรงฟันเช้า และก่อนนอน และใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำ ซึ่งการแปรงฟันต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 นาที และที่ต้องปฏิบัติคือการนัดหมอฟันเพื่อตรวจฟันเป็นประจำด้วย ซึ่งบางกรณีอาจนัดปีละ 2 ครั้ง
ข้อมูล : Time, โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
ภาพ : istock