จากรายงานการพบผู้ติดเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N1 ซึ่งคาดว่าติดเชื้อจากการสัมผัสสารคัดหลั่งของโคนมในฟาร์มที่รัฐมิชิแกน นับเป็นรายที่ 2 ของสหรัฐอเมริกา ทำให้หลายคนเกิดความกังวล ซึ่งทางกรมควบคุมโรคของประเทศไทย ได้ประกาศเตรียมความพร้อมเพื่อเฝ้าระวังเบื้องต้น ซึ่งอาการไข้หวัดนกจะเป็นอย่างไร ติดต่อกันทางไหน และสามารถรักษาได้หรือไม่

โรคไข้หวัดนก คืออะไร

โรคไข้หวัดนก เกิดจากการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่บางสายพันธุ์ที่พบในนกและสัตว์ปีก โดยอาการและความรุนแรงของโรคขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ของไวรัสและชนิดของสัตว์ปีกที่ติดเชื้อ สายพันธุ์ที่มีความสำคัญ คือ H5N1 ซึ่งทำให้สัตว์ปีกที่ติดเชื้อมีอาการรุนแรงและตายอย่างรวดเร็ว

ปัจจุบันพบการระบาดของโรคไข้หวัดนกในหลายประเทศทั่วโลก ทั้งในสหรัฐอเมริกา ยุโรป เอเชีย และแอฟริกา ส่วนในประเทศไทยเคยพบการระบาดของโรคไข้หวัดนกตั้งแต่ปี 2547-2549 โดยมีผู้ติดเชื้อไข้หวัดนกจำนวนทั้งสิ้น 25 ราย เสียชีวิต 17 ราย และข้อมูลจากโปรแกรมตรวจสอบข่าวการระบาดตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-31 ม.ค. 2567 ไม่มีรายงานผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์การสอบสวนการระบาดของโรคไข้หวัดนกในประเทศไทย

ไข้หวัดนก มีการติดต่ออย่างไร

ไข้หวัดนกสามารถติดต่อได้ในสัตว์ปีกทุกชนิด ทั้งที่เป็นสัตว์ป่าและสัตว์เลี้ยง นอกจากนี้ ยังสามารถติดต่อจากสัตว์ปีกมาสู่คนได้ ทั้งจากการสัมผัสสารคัดหลั่งจากสัตว์ปีกที่ป่วยโดยตรง เช่น อุจจาระ น้ำมูก น้ำลายของสัตว์ปีก หรือเกิดจากการสัมผัสสิ่งแวดล้อม พื้นผิวที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัสจากสัตว์ปีกที่ป่วย แต่การติดต่อจากคนสู่คนมีโอกาสเกิดได้น้อยมาก

อาการโรคไข้หวัดนก

อาการของไข้หวัดนก มักปรากฏภายใน 7-10 วัน หลังจากสัมผัสเชื้อ อาการทั่วไป ได้แก่

...

  • ไข้สูง
  • ไอ
  • เจ็บคอ
  • ปวดกล้ามเนื้อ
  • ปวดศีรษะ
  • อ่อนเพลีย
  • เบื่ออาหาร
  • อาเจียน
  • ท้องเสีย (บางราย)

ลักษณะอาการของไข้หวัดนกมีความคล้ายกับไข้หวัดใหญ่ แต่สำหรับผู้ที่มีอาการรุนแรงอาจทำให้ระบบทางเดินหายใจล้มเหลวได้ (ภาพจาก iStock)
ลักษณะอาการของไข้หวัดนกมีความคล้ายกับไข้หวัดใหญ่ แต่สำหรับผู้ที่มีอาการรุนแรงอาจทำให้ระบบทางเดินหายใจล้มเหลวได้ (ภาพจาก iStock)

ขณะที่บางรายอาจพบอาการรุนแรง เช่น

  • หายใจลำบาก
  • หายใจเร็ว
  • หายใจถี่
  • เจ็บหน้าอก
  • ปอดอักเสบ
  • ภาวะระบบทางเดินหายใจล้มเหลว

หากสงสัยว่าตนเองติดเชื้อไข้หวัดนก ควรรีบไปพบแพทย์ทันที การรักษาไข้หวัดนกจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ โดยทั่วไปแพทย์จะสั่งยาต้านไวรัสให้รับประทาน

ไข้หวัดนก รักษาได้ไหม

โรคไข้หวัดนกสามารถหายได้ หากได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว หลังจากที่ได้รับการวินิจฉัยชัดเจนแล้วว่าติดเชื้อไวรัสไข้หวัดนก แพทย์จะให้ผู้ป่วยรักษาตัวที่โรงพยาบาล โดยแยกผู้ป่วยออกจากผู้ป่วยคนอื่นๆ และต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาการของโรคไข้หวัดนก H5N1 ค่อนข้างรุนแรง อีกทั้งยังสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน

ทั้งนี้ ในช่วงรักษาตัว แพทย์จะแนะนำให้พักผ่อนและดื่มน้ำมากๆ และรับประทานยาพาราเซตามอลเพื่อลดอาการไข้และอาการปวด ควบคู่ไปกับการรักษาด้วยยาต้านเชื้อไวรัสเพื่อลดความรุนแรงของอาการ ป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น และเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิต โดยยาเหล่านี้จะมีประสิทธิภาพในการรักษาสูง หากผู้ป่วยได้รับยาภายใน 48 ชั่วโมงหลังจากอาการเริ่มแสดง แต่ในกรณีของไข้หวัดนก ยังไม่มีการยืนยันแน่ชัดว่าจะเป็นเช่นเดียวกันหรือไม่ ดังนั้นควรได้รับการรักษาโดยเร็วที่สุด แม้จะเลยจาก 48 ชั่วโมงแรกหลังแสดงอาการก็ตาม

การป้องกันโรคไข้หวัดนกที่ดีที่สุดคือควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ปีก หากจำเป็นต้องสัมผัสก็ควรล้างมือให้สะอาด และไม่ควรนำสัตว์ปีกที่ป่วยตายมาปรุงอาหารโดยเด็ดขาด (ภาพจาก iStock)
การป้องกันโรคไข้หวัดนกที่ดีที่สุดคือควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ปีก หากจำเป็นต้องสัมผัสก็ควรล้างมือให้สะอาด และไม่ควรนำสัตว์ปีกที่ป่วยตายมาปรุงอาหารโดยเด็ดขาด (ภาพจาก iStock)

...

การป้องกันไข้หวัดนก

  • หากจำเป็นต้องสัมผัสสัตว์ ควรสวมเครื่องป้องกันร่างกายอย่างมิดชิด เช่น หน้ากากอนามัย ถุงมือ แว่นตา หมวก รองเท้าบูต
  • ล้างมือให้สะอาดบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่ และทุกครั้งหลังจากสัมผัสสัตว์
  • หากพบสัตว์ปีกที่ป่วยหรือตายผิดปกติ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทราบทันที พร้อมทั้งสังเกตอาการของตนเองอย่างใกล้ชิด
  • รับประทานอาหารที่ปรุงสุก สะอาด
  • ห้ามนำสัตว์ปีกที่ป่วยหรือตายผิดปกติมาปรุงอาหารโดยเด็ดขาด
  • ขณะหรือหลังกลับจากการเดินทาง มีอาการที่ผิดปกติ เช่น ไข้ ไอ น้ำมูก หอบเหนื่อย ให้รีบไปพบแพทย์ พร้อมกับแจ้งประวัติการเดินทางและการสัมผัสสัตว์อย่างละเอียด

ถึงแม้ว่าตอนนี้จะยังไม่พบผู้ติดเชื้อไข้หวัดนกในไทย แต่กรมควบคุมโรคก็มีการเตรียมความพร้อม และเฝ้าระวังการระบาดของโรคไข้หวัดนกในประเทศไทย พร้อมทั้งมีการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการ ดังนี้

  1. กรมควบคุมโรค มีความร่วมมือแลกเปลี่ยนข้อมูล รวมทั้งติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ร่วมกับกรมปศุสัตว์ และศูนย์ป้องกันควบคุมโรคสหรัฐอเมริกา เพื่อเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนกในคนและสัตว์ ซึ่งดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง
  2. ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศและกักกันโรค กรมควบคุมโรค เพื่อพิจารณามาตรการเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนกสำหรับผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ
  3. ประสานกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เรื่องความร่วมมือการดำเนินงานเฝ้าระวัง ป้องกันควบคุมโรคภายใต้แนวคิดสุขภาพหนึ่งเดียว (One health) เพื่อหารือและเตรียมความพร้อมรับมือกับการแพร่ระบาดของโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน โรคอุบัติใหม่หรืออุบัติซ้ำต่อไป

ข้อมูลอ้างอิง : สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย, กองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข, โรงพยาบาลพญาไท

...