พนักงานออฟฟิศที่จำเป็นต้องทำงานอยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน เป็นหนึ่งในอาชีพที่เสี่ยงต่ออาการปวดเมื่อยในจุดต่างๆ อย่างมากมาย รวมถึงอาการปวดตามข้อต่างๆ ข้อมือเป็นอีกหนึ่งจุดที่สามารถเกิดขึ้นได้บ่อย หรือที่เรียกว่า โรคปลอกเยื่อหุ้มเอ็นข้อมืออักเสบ อาจเป็นอีกหนึ่งตำแหน่งที่สามารถเกิดขึ้นได้

โรคปลอกเยื่อหุ้มเอ็นข้อมืออักเสบ คือ โรคที่เส้นเอ็นข้อมือบริเวณโคนนิ้วหัวแม่มือเกิดการเสียดสีกับปลอกหุ้มเส้นเอ็นจนเกิดอาการอักเสบ และจะมีอาการปวดบริเวณข้อมือ นิ้วมือ โดยเฉพาะบริเวณโคนนิ้วหัวแม่มือ และสามารถเกิดอาการปวดอย่างเรื้อรังได้ มักพบบ่อยกับคนที่ใช้แรงข้อมือในการทำงาน และเล่นโทรศัพท์มือถือในท่าเดิมเป็นเวลานาน

นอกจากนี้ทางการแพทย์ยังพบว่าการมีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรครูมาตอยด์ ผู้หญิงตั้งครรภ์ นักกีฬาที่ต้องใช้มือ สามารถทำให้เกิดโรคปลอกเยื่อหุ้มเอ็นข้อมืออักเสบได้เช่นกัน และมักพบโรคนี้ในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย

อาการเบื้องต้นโรคปลอกเยื่อหุ้มเอ็นข้อมืออักเสบ

  • ปวดบริเวณข้อมือ และนิ้วมือ ทำให้ขยับลำบาก
  • ปวดเมื่อยเมื่อหยิบจับสิ่งของ
  • มีอาการปวดร้าวที่บริเวณปลายนิ้ว สามารถลามไปถึงข้อศอก
  • มีอาการบวม แดง บริเวณโคนนิ้วหัวแม่มือ
  • มีอาการชาที่นิ้ว
  • เกิดก้อนบวมบริเวณข้อมือฝั่งนิ้วหัวแม่มือ
  • ปวดเมื่อกดลงไปบริเวณใต้รอยต่อข้อมือ

วิธีการรักษาอาการเยื่อหุ้มเอ็นข้อมืออักเสบเบื้องต้น

  • พักการใช้งานบริเวณมือ ข้อมือ และนิ้ว
  • รับประทานยาแก้อักเสบ ตามแพทย์ และเภสัชกรกำหนด
  • แช่มือในน้ำอุ่น เพื่อการไหลเวียนเลือดที่ดี ประมาณ 15-30 นาที วันละ 1-2 ครั้ง 
  • การทำกายภาพบำบัด โดยการใช้เครื่องมือชนิดต่างๆ 
  • การออกกำลังกายตามคำแนะนำของแพทย์ และนักกายภาพบำบัด

...

นอกจากนี้ทาง โรงพยาบาลวิมุต ยังกล่าวถึงวิธีการรักษาสามารถรักษาได้ 2 รูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการฉีดยาสเตียรอยด์ หากมีอาการมาก และการผ่าตัด ตามวินิจฉัยจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

แม้ความเจ็บปวดเหล่านี้สามารถหายเองได้ แต่ถ้าหากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์ว่าเป็นโรคปลอกเยื่อหุ้มเอ็นข้อมืออักเสบหรือไม่ อาจทำให้เกิดอาการเรื้อรัง และโรคร้ายแรงตามมามากขึ้นอีกด้วย.

ข้อมูล : โรงพยาบาลวิมุต