เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2567 เวลา 11.00 น. มีการค้นพบกากแร่แคดเมียมที่ จ.สมุทรสาคร เป็นจำนวนกว่า 1.5 ตัน ซึ่งเป็นสารปนเปื้อนที่มีความอันตราย จนเป็นที่สงสัยกันว่าแร่แคดเมียมนี้คืออะไร และส่งผลกระทบอะไรต่อสุขภาพเราได้บ้าง

แคดเมียม คืออะไร

แคดเมียม เป็นแร่โลหะหนักชนิดหนึ่ง ที่สามารถปนเปื้อนมากับสภาพสิ่งแวดล้อม และอาหาร ซึ่งถูกจัดอยู่ให้เป็นสารประเภทอันตรายทางเคมี

แร่แคดเมียม เป็นที่นิยมในการถูกนำมาทำเป็นแบตเตอรี่ต่างๆ และถ่านไฟฟ้า โดยเฉพาะ ถ่าน Ni-Cd และส่วนที่เหลือมักนิยมนำไปใช้สำหรับทำสีผง สารเคลือบ โลหะชุบ และส่วนประกอบหนึ่งในการผลิตพลาสติก

แร่แคดเมียมส่วนใหญ่ มักจะถูกพบในแหล่งอุตสาหกรรมต่างๆ และการทำเหมือง ซึ่งสามารถปนเปื้อนอยู่กับแร่ธาตุอื่นๆ เช่น ทองแดง แร่สังกะสี และแร่ตะกั่ว หรือทองแดง ซึ่งสารตัวนี้จะปนเปื้อนมากับน้ำเสีย จากโรงงาน และกลุ่มควันที่สามารถกระจายไปสู่สิ่งแวดล้อมได้ นอกจากนี้การสูบบุหรี่ก็มีสารเหล่านี้ปนเปื้อนอยู่ด้วยเช่นกัน

แคดเมียม อันตราย และส่งผลกระทบอย่างไร

...

ศูนย์เครือข่ายข้อมูลอาหาร ให้ข้อมูลไว้ว่า วัตถุ หรืออาหาร ที่มีสารแคดเมียมเจือปน สามารถเข้าสู่ร่างกายได้ด้วยการสูดดมและรับประทาน โดยสารจะถูกนำไปเก็บสะสมไว้ในตับ และส่วนของหมวกไต ซึ่งสะสมอยู่ในร่างกายมนุษย์ถึง 30 ปี ทั้งนี้ยังพบว่า สารแคดเมียม ยังสามารถสะสมอยู่ในปอดได้ และไต ที่ทำให้ประสิทธิภาพในการทำหน้าที่กรองของไตนั้นลดลง 

การสะสมสารแคดเมียมที่มากเกินไป จะทำให้เกิดโรคที่มีชื่อเรียกว่า อิไต-อิไต ทำให้ระบบเอนไซม์ทำงานผิดปกติ จนถึงไม่ทำงาน จนเกิดอาการเจ็บป่วยอย่างทรมาน โดยบริเวณ แขน ขา สะโพก และบริเวณฟัน จะพบมีวงแหวนสีเหลืองติดกับเหงือก เรียกว่า วงแหวนแคดเมียม และจะมีอาการปวดร้าวสะสมนานถึง 20-30 ปี และเมื่อร่างกายเดินไม่ไหว ก็จะเกิดการกดกระดูกสันหลัง 

ความอันตรายจากแคดเมียม ยังสามารถจะทำให้คน หรือสัตว์ ที่ได้รับสารแคดเมียมนี้มีโอกาสเป็นหมันได้ ระบบไหลเลือด ระบบประสาท กระดูกพรุน โรคต่อมลูกหมาก ความดันโลหิตสูง และเป็นสารที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งชนิดต่างๆ ได้ด้วย

อาการจากการรับ ‘สารแคดเมียม’

มหาวิทยาลัยมหิดล คณะเทคนิคการแพทย์ เผยถึงอาการที่ได้รับสารแคดเมียมจากการกินนั้นจะส่งผลให้เกิดการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย มีปวดศีรษะ กล้ามเนื้อ ปวดท้อง และปอด และถ้าหากหายใจเอาควันเข้าไปในปอด ก็จะมีอาการเจ็บคอ หายใจสั่น มีเสมหะเป็นเลือด น้ำหนักลด โลหิตจาง การหายใจจะลำบากมากขึ้นสุดท้ายก็จะไตวาย

ปัจจุบันสารแคดเมียม มีการตั้งกฎหมายการใช้ โดยคณะกรรมาธิการยุโรป ซึ่งเป็นการจำกัดปริมาณการใช้สารอันตราย เพื่อลดผลกระทบที่มีต่อสุขภาพประชาชนและสิ่งแวดล้อม ซึ่งแคดเมียมจัดอยู่ในสารอันตรายที่ตรงตามกฎหมายกำหนด 

โดยการใช้แคดเมียมนั้น มีการจำกัดสารปริมาณสูงสุดได้ 100 part per milion (ppm) และอนุญาตใช้สารแคดเมียมในปริมาณสูงสุดมากกว่าปกติได้ในการผลิตสารเคลือบผิวผลิตภัณฑ์

ข้อมูล : ศูนย์เครือข่ายข้อมูลอาหาร, มหาวิทยาลัยมหิดล คณะเทคนิคการแพทย์

ภาพ : istock