วันมาฆบูชา 2567 ชวนพุทธศาสนิกชนให้ทำบุญตักบาตรด้วยภัตตาหารที่มากคุณภาพ เพื่อถวายบุญใหญ่ ดีต่อใจ ผู้รับได้สุขภาพ
วันมาฆบูชา 2567 ที่จะถึงในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2567 นี้ เป็นวันพระใหญ่ โดยชาวพุทธนิยมเดินทางไปปฏิบัติกิจกรรมที่วัด ซึ่งเป็นความเชื่อในเรื่องของการเสริมสิริมงคลให้ชีวิต เช่น ทำบุญ ตักบาตร ปล่อยสัตว์ ทำทานต่างๆ เพื่อให้ได้อานิสงส์ผลบุญ ส่งผลดีให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง
ข้อมูลจากกรมอนามัย เผยว่า พระสงฆ์ และสามเณรเป็นประชากรกลุ่มหนึ่งที่มีแนวโน้มมีปัญหาสุขภาพมากขึ้นโดยพบว่า ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคของพระสงฆ์ คือ ภาวะไขมันในเลือดสูง ภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วน การสูบบุหรี่ น้ำตาลในเลือดสูง และความดันโลหิตสูง ปัจจัยหลักมีสาเหตุมาจากการฉันอาหารที่ไม่ถูกหลักโภชนาการ เป็นอาหารที่มีรสหวานจัด เค็มจัด และมีไขมันมากเกินไป
รวมถึงการมีกิจกรรมประจำวันที่เคลื่อนไหวร่างกายน้อย หากพระสงฆ์พิจารณาฉันภัตตาหารในสัดส่วนปริมาณที่เพียงพอ และเหมาะสมตามหลักโภชนาการ ร่วมกับการบริหารกายที่ถูกต้อง และฆราวาสมีความรอบรู้ในการจัดภัตตาหารถวายหรือตักบาตรด้วยเมนูชูสุขภาพ จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นและสำคัญในการสื่อสารให้เกิดการรับรู้ เข้าใจ และนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันในการดูแลและส่งเสริมสุขภาพ
วิธีเลือกของตักบาตรที่ดีแก่พระสงฆ์ ผู้ให้ได้บุญ ผู้รับได้สุขภาพ
ข้าว และแป้ง : ควรเลือกข้าวที่ไม่ขัดสี หรือมีการขัดสีน้อย เช่น ข้าวกล้อง ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ข้าวซ้อมมือ และข้าวมันปูที่เป็นแหล่งของสารอาหารจำพวก วิตามิน และแร่ธาตุต่างๆ แถมน้ำตาลที่น้อยลง
ผลไม้ : เลือกผลไม้ตามฤดูกาลที่มีรสไม่หวานมาก เลี่ยงผลไม้แปรรูปเช่น ผลไม้กระป๋อง ผลไม้แช่อิ่ม และผลไม้กวน
...
เนื้อสัตว์ : เน้นเนื้อสัตว์ที่มีความติดมันน้อย หรือเนื้อปลา นอกจากนี้เนื้อสัตว์จำพวก ตับ ไข่ เต้าหู้ หรือถั่วยังเป็นทางเลือกที่ดีของวิตามินบี 12 และธาตุเหล็ก
ผัก : เลือกผักให้มีความหลากหลายชนิด หลากหลายสี ซึ่งอาจจะเป็นผักแบบออร์แกนิก ไร้สาร และยาฆ่าแมลง หรือเป็นผักพื้นบ้าน
น้ำปานะ : น้ำปานะ หรือน้ำดื่มนั้นควรเลือกเป็นจำพวกชา และกาแฟที่ไม่มีน้ำตาล หรือเลือกน้ำอื่นๆ ที่มีสูตรหวานน้อย หรือไม่มีน้ำตาล อีกหนึ่งทางเลือก คือ น้ำปานะจำพวกผลไม้คั้นสด นมรสจืด นมพร่องมันเนย โยเกิร์ตรสธรรมชาติ นมถั่วเหลือง และน้ำเปล่า
การถวายภัตตาหารที่ดีเป็นทางเลือกหนึ่งที่ทำให้ผู้ให้ได้บุญกุศลที่ดีเพิ่มขึ้น แถมทำให้ผู้ที่ได้รับเกิดสุขภาพดี ไม่แฝงโรคร้ายมาด้วยนั่นเอง ทั้งนี้ กรมอนามัยยังต้องการเน้นให้เกิดการสร้างความรอบรู้และความตระหนักในด้านอาหารและโภชนาการสำหรับพระสงฆ์สามเณร และพุทธศาสนิกชน นำไปสู่การมีภาวะโภชนาการที่ดี สุขภาพดี และลดความเสี่ยงในการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในอนาคต
ข้อมูล : กรมอนามัย
ภาพ : istock