สถานทูตฝรั่งเศสจัดงาน Night in Paris ต้อนรับงาน โอลิมปิก ปารีส 2024 (Olympic Paris 2024) มหกรรมการแข่งขันกีฬาระดับโลกที่จะจัดขึ้นช่วงกลางปี 2567 นี้ และเป็นการครบรอบ 100 ปี ที่ประเทศฝรั่งเศสได้กลับมาเป็นเจ้าภาพจัดงานนี้อีกครั้ง
สำหรับการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ปารีส 2024 (Olympic Paris 2024) นับเป็นครั้งที่ 3 แล้วที่ประเทศฝรั่งเศสได้เป็นเจ้าภาพ ซึ่งครั้งแรกที่ปารีสเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันคือปี 1900 ส่วนครั้งต่อมาคือปี 1924 หรือเมื่อ 100 ปีที่แล้ว ดังนั้นบรรยากาศการเตรียมความพร้อมที่ปารีสในเวลานี้จึงเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความสุข ความสนุก ความตื่นเต้น คึกคัก รื่นเริง ไปทั่วทั้งปารีส และทุกเมืองในประเทศฝรั่งเศส
ปุญญพัฒน์ ฉายินทุ ผู้จัดการฝ่ายสร้างสรรค์กลุ่มบริษัท แพลนบี อีเลฟเว่น จำกัด ผู้ร่วมบริหารสิทธิ์การถ่ายทอดสด การแข่งขันโอลิมปิก ปารีส 2024 และสิทธิ์บริหารงานทางการตลาดในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ร่วมกับ เดนท์สุ อิงค์ (Denstu Inc.) ประเทศญี่ปุ่น ได้ให้ข้อมูลน่าสนใจเกี่ยวกับมหกรรมการแข่งขันกีฬาระดับโลกไว้ดังนี้
...
โอลิมปิก ปารีส 2024 (Olympic Paris 2024) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 กรกฎาคม-11 สิงหาคม ค.ศ. 2024 โดยการจัดงานในปีนี้ จะเน้นเรื่องการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและจำกัด โดยมีนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขันจำนวน 10,500 คน (จาก 11,092 คนในโอลิมปิกโตเกียว 2020) และมี 32 ชนิดกีฬา 329 ประเภทการแข่งขัน
“เสรีภาพ เสมอภาค ภราดรภาพ” เป็นปรัชญาหลักแห่งชาติของฝรั่งเศสได้มีการสอดแทรกผ่านสัญลักษณ์ต่างๆ เช่นตราสัญลักษณ์ เหรียญรางวัล และจำนวนตัวเลขนักกีฬาหญิงที่เข้าร่วมแข่งขันซึ่งจะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์โอลิมปิกที่จำนวนนักกีฬาหญิงและชายมีสัดส่วนเท่ากันคือ 50:50 ทั้งนี้ทางเจ้าภาพยังพยายามลดการสร้างอาคารใหม่แบบถาวร และให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานหมุนเวียน รวมทั้งการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อันเป็นสาเหตุของการเกิดปรากฏการณ์เรือนกระจก (Greenhouse Effect)
มาสคอตประจำการแข่งขันโอลิมปิกและพาราลิมปิกครั้งนี้ในปารีส 2024 เลือกใช้ "Phryges" ที่ใช้ต้นแบบจากหมวกของชาว "ฟรีเจีย" เป็นสัญลักษณ์ของเสรีภาพ ที่ชาวฟรีเจีย อาณาจักรกรีกโบราณในประเทศตุรกีในปัจจุบันใช้สวมใส่เป็นสัญลักษณ์แห่งอิสรภาพ ที่ได้ยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับชาวฝรั่งเศสในการปฏิวัติฝรั่งเศส ในทุกช่วงเวลาสำคัญของประวัติศาสตร์
...
สำหรับเหรียญรางวัลของการแข่งขันโอลิมปิก ปารีส 2024 (Olympic Paris 2024) เป็นผลงานการออกแบบของดีไซเนอร์ชาวฝรั่งเศสชื่อดังอย่าง ฟิลิปป์ สตาร์ค (Philippe Starck) ที่สร้างความแตกต่าง เพราะเหรียญรางวัล 1 เหรียญสามารถแยกได้อิสระออกจากกันเป็น 4 เหรียญ โดยสตาร์คให้เหตุผลว่าเบื้องหลังความสำเร็จของนักกีฬามีมือที่มองไม่เห็นมากมายที่ช่วยผลักดันพวกเขาจนประสบความสำเร็จได้ ดังนั้นเหรียญรางวัลจึงออกแบบมาเพื่อ “แบ่งปัน” โดยนักกีฬาสามารถส่งต่อความภูมิใจแห่งชัยชนะให้คนที่เขารักได้
...
การแข่งขันโอลิมปิก ปารีส 2024 (Olympic Paris 2024) ถูกนำเสนอภายใต้แนวคิดที่ต้องการให้โอลิมปิกเกมส์เป็นมหกรรมกีฬาที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ตั้งแต่พิธีเปิดการแข่งขันที่จัดขึ้นบนแม่น้ำแซน ซึ่งจะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์โอลิมปิกเกมส์ที่จัดพิธีเปิดการแข่งขันนอกสนามกีฬา โดยนักกีฬาที่เข้าร่วมทั้งหมด 10,500 คนจากทั่วโลกจะพาเหรดบนเรือกลางแม่น้ำไปทั่วกรุงปารีส ผ่านสนามกีฬาต่างๆ ที่จะใช้ในโอลิมปิกเกมส์ครั้งนี้ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการเปิดการแข่งขัน
รวมถึงแฟนกีฬาจะได้รับโอกาสเข้าชมพิธีเปิดบางส่วนโดยไม่เสียค่าตั๋วเข้าชม ซึ่งคาดว่าจะมีแฟนกีฬากว่า 600,000 คนเข้าร่วมการพิธีเปิดครั้งนี้
...
เพื่อให้เป็นพิธีเปิดโอลิมปิกฤดูร้อนที่ตื่นตาตื่นใจ งดงาม และดึงดูดผู้คนให้เข้าชมได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์โอลิมปิก โดยเรือจะล่องผ่านไปตามสถานที่สำคัญของกรุงปารีส ไม่ว่าจะเป็น มหาวิหารนอเทรอดาม, พิพิธภัณฑ์ออร์แซ, พิพิธภัณฑ์ลูฟร์, ปงต์เนิฟ (สะพานที่เก่าแก่ที่สุดในกรุงปารีส), ปงต์ อเล็กซองดร์-ทรัว (สะพานเชื่อมต่อฝั่งหอไอเฟลกับฝั่งช็องเซลีเซ), กร็องปาแล และ หอไอเฟล
สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ต่างๆ ของกรุงปารีส เช่น หอไอเฟล (La Tour Eiffel) พระราชวังแวร์ซาย (Château de Versailles) ปลาส เดอ ลา กงกอร์ด (Place de la Concorde) ถนนช็องเซลีเซ (Avenue des Champs-Élysées) และแม่น้ำแซน (La Seine) จะเป็นฉากหลังของสนามแข่งขันของโอลิมปิกและพาราลิมปิกที่จะถ่ายทอดไปทั่วโลกโดยคาดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของประเทศได้อย่างดี
โอลิมปิก ปารีส 2024 (Olympic Paris 2024) แม้ว่าจะมีการออกแบบใหม่ภายใต้แนวคิดใหม่ กีฬาใหม่ และนักกีฬาหน้าใหม่ แต่สิ่งที่เป็นเหมือนกับโอลิมปิกเกมส์ทุกครั้งที่ผ่านมา คือเป็นเวทีที่ใหญ่ที่สุดในโลกเวทีหนึ่งที่เป็นโอกาสในการแสดงศักยภาพของนักกีฬาทุกคน รวมถึงการแสดงสัญลักษณ์ทางการเมืองของชาติมหาอำนาจผ่านกีฬา และเป็นโอกาสสำคัญของเจ้าภาพในการนำเสนอสิ่งที่เรียกว่า Soft Power Projection
มิส แอฟ ลูแบ็ง ที่ปรึกษาฝ่ายวัฒนธรรมและความร่วมมือ สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย เผยว่าทางประเทศฝรั่งเศสและประชาชนได้เริ่มเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ ของงานโอลิมปิก ปารีส 2024 (Olympic Paris 2024) เป็นเวลามากกว่า 6 ปีแล้ว แสดงให้เห็นถึงความตื่นตัวและกระตือรือร้นเป็นอย่างมากที่จะต้อนรับทุกคนที่มาเยือนฝรั่งเศสและปารีสในช่วงเดือนกรกฎาคม 2567 ที่จะถึงนี้
“นอกจากการเตรียมตัวต้อนรับผู้คนจากทั่วโลกที่จะมาเยือนปารีสของผู้คนแล้วนั้น ในส่วนของภาคธุรกิจสัญชาติฝรั่งเศส รวมถึงอินฟลูเอนเซอร์ คนดัง ในฝรั่งเศส ณ ขณะนี้ ก็แสดงออกถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ส่งผ่านตัวตนสไตล์ฝรั่งเศสในแต่ละมิติ ออกมาเป็นผลงานและความร่วมมือที่จะได้เห็นมูฟเมนต์มาเรื่อยๆ อาทิ การร่วมสนับสนุนในฐานะความเป็น โกลบอล สปอนเซอร์ เช่น LVMH ซึ่งมีแบรนด์ดังในหลากหลายประเภทธุรกิจอยู่ในเครือ อาทิ Louis Vuitton, Christian Dior, Celine, Givenchy, Fendi, Bulgari, Tiffany & Co., TAG Heuer และ Hublot เป็นต้น ก็ได้มีแคมเปญสื่อสารกับผู้คนทั่วโลกผ่านมิติของแฟชั่น ที่เกี่ยวโยงกับการเนื้อหาของการแข่งขันโอลิมปิก และเกิดกิจกรรมส่งเสริมกระแสความนิยมผ่านการร่วมงานกับนักกีฬาดัง, Berluti ร่วมออกแบบจัดการในส่วนของชุดนักกีฬา, Sephora, Moët & Chandon, หรือ รวมถึงยังได้ ฟิลิปส์ สตาร์ค นักออกแบบระดับโลกชาวฝรั่งเศสได้ออกแบบเหรียญรางวัลในคอนเซปต์ 'Made for Sharing', แมทธิว ลีอองเนอค์ (Mathieu Lehanneur) คนดังที่ออกแบบคบเพลิงดีไซน์สุดล้ำในครั้งนี้ เป็นต้น ซึ่งในฐานะชาวฝรั่งเศสในประเทศไทย เราหวังว่าประชาชนชาวไทยจะสนุกไปกับการร่วมชมการแข่งขันมหกรรมกีฬาระดับโลกครั้งนี้ไปพร้อมกัน”
ด้านแพลนบี อีเลฟเว่น (Plan B Eleven) ผู้ร่วมบริหารสิทธิ์ การถ่ายทอดสด การแข่งขันโอลิมปิก ปารีส 2024 (Olympic Paris 2024) และสิทธิ์บริหารงานทางการตลาดในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ร่วมกับ เดนท์สุ อิงค์ (Denstu Inc.) ประเทศญี่ปุ่น ผู้ถือลิขสิทธิ์ในการถ่ายทอดสดฯ อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เชิญชวนคนไทยทั้งประเทศร่วมเป็นส่วนหนึ่งของมหกรรมกีฬา “โอลิมปิก ปารีส 2024” พร้อมส่งแรงใจเชียร์ทัพนักกีฬาไทยคว้าเหรียญรางวัล ในการแข่งขันที่จะถูกจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 ก.ค. - 11 ส.ค. และต่อด้วยพาราลิมปิกส์เกมในวันที่ 27 ส.ค. - 8 ก.ย. 2567 ภายใต้แนวคิด “ที่สุดของที่สุด” ซึ่งแบ่งการสื่อสารเป็นทั้งหมด 5 เฟส ได้แก่
- เฟสที่ 1: “ที่สุดของมหกรรมกีฬา" ช่วง 17 เม.ย. - 16 มิ.ย. 100 Days Countdown
- เฟสที่ 2: “ที่สุดของนักกีฬา” 16 มิ.ย. - 26 ก.ค.
- เฟสที่ 3: “ที่สุดของการแข่งขัน" 26 ก.ค. - 11 ส.ค.
- เฟสที่ 4: “ที่สุดของการประสบความสําเร็จ” 11 - 27 ส.ค.
- เฟสที่ 5: “ที่สุดของยอดมนุษย์” ระหว่างวันที่ 27 ส.ค. - 8 ก.ย. 2567 ช่วงเวลาที่น่าลุ้นระทึกที่สุดของยอดมนุษย์พาราลิมปิกส์ ที่จะไปทวงบัลลังก์บนเวทีโลก