การใช้ ‘ยา’ แบบผิดวิธี ยังมีให้เห็นอยู่มากมาย ซึ่งเกิดจากความเคยชิน ความรู้ และความเชื่อผิดๆ บางตัวยา มีความรุนแรง ที่อาจทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกาย หากรับประทานได้ไม่ถูกต้องตามฉลากยา หรือที่แพทย์ และเภสัชกรได้กำหนดเอาไว้
ยา เป็นสิ่งที่สำคัญของมนุษย์เพื่อใช้ในการรักษาโรค ปัจจัยสี่ที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ โดยตัวยาแต่ละชนิด มีวิธีการใช้ หรือกินที่แตกต่างกันออกไปตามอาการ และลักษณะของโรค ซึ่งสามารถทำให้ร่างกายรู้สึกดีขึ้น ตามสรรพคุณของตัวยานั้นๆ
หลักการใช้ยา สามารถแบ่งออกได้หลายประเภท มีทั้งการกิน ดื่ม ทา ดม และฉีด ควรใช้ยาอย่างถูกวิธี ตามฉลาก หรือทำตามแพทย์ และเภสัชกรแนะนำอย่างเคร่งครัด
ปัจจุบันยังมีการเข้าใจผิด เกี่ยวกับการใช้ยา ส่วนใหญ่เกิดจากการซื้อยาบริโภคเอง โดยไม่ได้ศึกษาข้อมูลของตัวยา รวมถึงความเชื่อผิดๆ ที่ส่งต่อกันมา พฤติกรรมเหล่านี้อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายได้ เช่น การดื้อยา เกิดผลข้างเคียง อาการแพ้ยา ทั้งหมดอาจส่งผลโดยตรงต่ออวัยวะภายใน เช่น ตับ ไต และกระเพาะอาหาร หากเกิดการใช้ยาที่ผิด อาการทั้งหมดอาจจะค่อยๆ เกิดขึ้นทีละเล็กน้อย จนถึงขั้นเสียชีวิตได้
ความเชื่อใน ‘การใช้ยาแบบ’ ผิดวิธี ที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ
- การกินยาแก้ไข้ เพื่อดักอาการป่วย
การกินยาดัก ป้องกันอาการป่วย เป็นความเชื่อที่ผิดอย่างมาก เพราะหากรู้สึกเหมือนจะป่วย อ่อนเพลีย หรือมีไข้อ่อนๆ บางครั้งอาจจะเป็นแค่อาการชั่วคราว การพักผ่อนให้เพียงพอ และทานน้ำเยอะๆ แทนจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เพราะหากไม่ได้เป็นโรคนั้นแล้วจริงๆ ตัวยาแทบไม่มีผลอะไรทั้งสิ้น อีกทั้งยังส่งผลเสียต่อ ตับ ไต และกระเพาะอาหารให้ทำงานหนักขึ้น ประสิทธิภาพของตัวยา และภูมิต้านทานของร่างกายจะลดลงแทน ดังนั้นควรรอให้มีอาการก่อนค่อยกินยาเป็นทางออกที่ดีกว่า
...
- ยาแก้ไข้ แก้อักเสบ คือ ทุกสิ่ง
บางคนมีความเชื่อว่า หากมีไข้ เป็นหวัด ปวดเนื้อตัว เวียนหัว หรือ เจ็บคอ สามารถรับประทาน ยาแก้ไข้ แก้อักเสบ เพื่อระงับอาการได้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องจริง เพราะว่า ยามีหลากหลายชนิด บางตัวเป็นยาปฏิชีวนะ รักษาแบคทีเรีย ฆ่าเชื้อ บางตัวยาเป็นยาแก้อักเสบ แก้บวมแดง ผื่นคัน ที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ทำให้ตัวยาไม่สามารถออกฤทธิ์ได้อย่างครอบคลุม จำเป็นต้องปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชกรก่อนทุกครั้ง เพื่อวินิจฉัยสาเหตุของโรค เพราะหากรับประทานโดยไม่รู้ นอกจากยาจะไม่ออกฤทธิ์แล้ว ยังส่งผลเสียต่อตับ ไต และกระเพาะอาหารได้ด้วย
- กินยาแบบรวบมื้อ
การรวบมื้อในการกินยา เนื่องจากลืม เป็นเรื่องที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง และสามารถทำให้เราได้รับยาที่เกินกำหนด อาจส่งผลข้างเคียงต่อร่างกายได้ นอกจากนี้ ตัวยาบางชนิดหากรับประทานเกินที่กำหนดแล้ว จะทำให้ยามีประสิทธิภาพลดลง หากลืมรับประทานยา ให้ไปเริ่มรับประทานในมื้อต่อไปแทน
- กินยาแบบครึ่งเม็ด
การกินยาแบบหักครึ่ง เป็นหนึ่งวิธีที่สามารถ “ทำได้” แต่เฉพาะบางตัวยาเท่านั้น ซึ่งมีตัวยาบางชนิดที่ออกแบบมาเพื่อให้กินทั้งเม็ด เพื่อที่จะออกฤทธิ์ได้เร็ว หากเราหักยาก่อนกินอาจจะทำให้ยามีประสิทธิภาพที่ลดลง และทำให้การรักษาไม่มีผลได้ หากต้องการลดปริมาณของตัวยากควรปรึกษาแพทย์ และเภสัชกร เพื่อคำแนะนำ
- หยุดยา หรือเพิ่มปริมาณยาเอง โดย ไม่ปรึกษาแพทย์ และเภสัชกร
ผู้ป่วยบางคนเชื่อว่า หากหายป่วยแล้วให้หยุดยาโดยทันที หรือ ถ้าอยากหายไวๆ ให้กินยา โดยเพิ่มปริมาณ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผิดอย่างมหันต์ การหยุดยาโดยทันที หรือเพิ่มปริมาณของตัวยาเอง อาจทำให้เกิด ‘อาการดื้อยา’ ซึ่งอาการนี้ทำให้ผู้ใช้ยาต้องเปลี่ยนตัวยาไปเรื่อยๆ หากร่างกายดื้อยาหลายตัว ทำให้การรักษาก็จะยากยิ่งขึ้น
การดื้อยาสามารถเกิดขึ้นได้ นอกจากข้อด้านบนแล้ว ยังเกิดจากการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างพร่ำเพรื่อ และการใช้ยาปฏิชีวนะที่ออกฤทธิ์วงกว้างเกินความจำเป็น การหยุดยา และเพิ่มปริมาณยา ยังทำให้การปรับสภาพร่างกายไม่คงที่ ส่งผลต่ออวัยวะภายใน และผลข้างเคียงได้เช่นกัน
- กินยากับเครื่องดื่มอื่นๆ ที่ไม่ใช่น้ำ
ยา กับน้ำเปล่า เป็นสิ่งที่คู่กัน และสามารถขับประสิทธิภาพของยาได้มากที่สุด หากกินคู่เครื่องดื่มอื่น อาจทำให้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ผลข้างเคียง และการออกฤทธิ์ของยาได้ ซึ่งน้ำบางชนิดกับยาก็ไม่สามารถกินยาควบคู่กันได้
ทั้งหมดข้างต้นนี้เป็นการกินยาที่ผิดวิธี หากไม่แน่ใจ ควรปรึกษาแพทย์ และเภสัชกรก่อนที่จะรับประทานยานั้นๆ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับประสิทธิภาพของยาอย่างถูกวิธี รวมถึงยังป้องกันผลข้างเคียงที่อาจจะทำให้อาการป่วยแย่ลง เกิดโรคซ้ำซ้อน การแพ้ยา จนถึงขั้นเสียชีวิตได้
ข้อมูล : โรงพยาบาลสมิติเวช