การรังแกกันในสังคม (Bully) มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แม้จะมีการรณรงค์ และพูดถึงอยู่บ่อยครั้ง ทำให้คนในสังคมต่างต้องหาวิธีรับมือกับบุคคลที่มีพฤติกรรมเหล่านี้ เพื่อปกป้องตัวเองให้ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ชอกช้ำ ส่งผลกระทบต่อจิตใจได้ 

การรังแกกัน หรือ Bully เป็นการกลั่นแกล้งที่แสดงออกด้วยคำพูด หรือ พฤติกรรมที่ก้าวร้าวต่อผู้อื่น ซึ่งมักเกิดขึ้นในสังคมที่มีช่องว่างระหว่างผู้ที่มีพละกำลัง หรืออำนาจมากกว่าแสดงออกแก่ผู้ที่อ่อนแอกว่า และมีโอกาสเกิดขึ้นซ้ำๆ โดยพบการบูลลี่ในโรงเรียน ในที่ทำงาน และปัจจุบันยังมีช่องทางออนไลน์ที่เป็นช่องทางหนึ่งในการถูกรังแกได้ง่ายยิ่งขึ้น สิ่งเหล่านี้สามารถส่งผลกระทบต่อจิตใจผู้ถูกกลั่นแกล้ง และสร้างบาดแผลลึกในใจของมนุษย์ เป็นสาเหตุหนึ่งของการนำไปสู่ปัญหาสภาพทางจิตใจ ที่ร้ายแรงได้ในอนาคต

สถิติที่ผ่านของกรมสุขภาพจิต พบว่า ในประเทศไทยมีการรังแกกันมากเป็น ‘อันดับสอง’ ในฝั่งเอเชียรองจากประเทศญี่ปุ่น ส่วนใหญ่เป็นเด็กชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งยังคาดการณ์ว่า "การถูกบูลลี่ในไทย" จะมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้น เนื่องมาจากมีช่องทางการกลั่นแกล้งเพิ่มขึ้นจากโลกออนไลน์ที่เข้ามามีบทบาทในชีวิตสังคมมนุษย์ปัจจุบัน

การบูลลี่มีทั้งหมด 4 ประเภท ดังนี้

  • การกลั่นแกล้งทางโลกออนไลน์ (Cyber Bullying) คือ การใช้เทคโนโลยีในทางที่ผิด โดนใช้โลกออนไลน์กลั่นแกล้งคนอื่นผ่านโซเชียลมีเดีย โดยการใช้ ภาพ เสียง ข้อความในการทำให้ผู้อื่นอับอาย ไม่ว่าจะเป็นการโพสต์รูป วิดีโอแบล็กเมล์ ของเหยื่อลงโซเชียล หรือแม้กระทั่งการปลอมตัวเป็นบุคคลอื่นเพื่อทำให้เสียชื่อเสียง
  • การกลั่นแกล้งทางวาจา (Verbal Bullying) คือ การสื่อสาร เขียน เพื่อสื่อความหมายกลั่นแกล้ง เช่น ล้อเล่น, เรียกชื่อ, แสดงความคิดเห็นทางเพศที่ไม่เหมาะสม, เหน็บแนม และขู่ว่าจะทำอันตราย
  • การกลั่นแกล้งทางสังคม (Social Bullying) คือ วิธีการทำให้เสียหน้า หรือแกล้งให้สูญเสียความสัมพันธ์กับผู้อื่น อย่างตั้งใจ เช่น ขับเพื่อนออกจากกลุ่ม, กระจายข่าวลือให้เสียหาย, กีดกันไม่ให้เป็นเพื่อนกัน, ทำให้เกิดความอับอายในที่สาธารณะ
  • การกลั่นแกล้งทางกายภาพ (Physical Bullying) คือ การกลั่นแกล้งที่เกี่ยวข้องกับร่างกายและสวัสดิภาพของผู้ถูกกลั่นแกล้ง เช่น การทุบตี ทำร้าย ทำให้สะดุด แย่งสิ่งของ แสดงออกทำท่าทางหยาบคายใส่

...

วิธีป้องกันการถูกรังแก (การถูกบูลลี่)

  • เพิกเฉยต่อการตอบสนองการกระทำนั้น

การเพิกเฉยเป็นหนึ่งทางออกที่ดี เป็นอีกหนึ่งหนทางที่อาจจะสามารถทำให้ผู้รังแกนั้นเบื่อหน่ายไปเองกับการกระทำที่ไม่เห็นผล หากฝ่ายเราเป็นฝ่ายตอบโต้ หัวเสีย ไปกับคนเหล่านี้อาจทำให้การถูกกลั่นแกล้งนั้นทวีคูณความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ได้ 

  • ตั้งสติหาวิธีการรับมือ

การมีสติเมื่อถูกแกล้งเป็นสิ่งสำคัญมากๆ เมื่อเราสามารถพิจารณาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างมีสติ มักจะมีทางออกเสมอไม่ว่าด้วยทางกฎหมาย การเจรจา และ การเก็บหลักฐาน เพื่อที่ป้องกันตนเอง และหาทางเอาตัวเองออกมาจากการกระทำอันน่ารังเกียจนี้อย่างสบายใจในลำดับถัดไป

  • ขอความช่วยเหลือจากผู้ที่พึ่งพาได้

การขอความช่วยเหลือเป็นหนึ่งวิธีที่สามารถทำให้เราหลุดพ้นได้ โดยทั้งนี้อาจจะต้องมีการรวบรวมหลักฐาน ให้แน่นหนาจากข้อด้านบน เพื่อที่จะนำไปขอความช่วยเหลือจากผู้ปกครอง ครู อาจารย์ หรือตำรวจ เพื่อสร้างบทเรียนที่หลาบจำให้แก่คนเหล่านี้

  • สร้างมุมมองใหม่ให้ตัวเอง เปลี่ยนแรงแค้นให้เป็นแรงผลักดัน

แม้การถูกบูลลี่ หรือการถูกรังแก อาจทำให้เราสูญเสียความมั่นใจ สร้างความเจ็บช้ำ และความเป็นตัวของตัวเองที่ลดลงไป แต่อย่างไรก็ตามการพิสูจน์ตนเอง และเชื่อมั่นในตนเองจะเป็นอีกหนทางหนึ่งที่สามารถฟื้นฟูจิตใจของเราได้ดี ไม่เสียสุขภาพจิตเพิ่ม อีกทั้งยังเป็นแรงกระตุ้นที่สามารถจุดไฟให้ตัวเราแข็งแกร่ง และสามารถก้าวข้ามความเจ็บปวดนี้ไปได้ด้วยการประสบความสำเร็จกว่าคนที่กระทำสิ่งเหล่านี้กับเราในภายภาคหน้า

ถึงแม้ว่าการที่จะหยุดโดนรังแก หรือหยุดบูลลี่มักจะเป็นเรื่องที่ยาก และไม่ตายตัว แต่คนเรามักจะมีทางออกเสมอทำให้ทาง ‘มหาวิทยาลัยมหิดล’ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญนี้ และจัดคอร์ส ‘หลักสูตรชีวิตพิชิตการรังแก’ ซึ่งเป็นคอร์สเรียนที่น่าสนใจ ที่จะเสริมสร้างภูมิป้องกันให้แก่ชีวิต และการรับมือกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในทุกสถานการณ์ตั้งแต่ขั้นเบาไปถึงหนัก 

หลักสูตรชีวิตพิชิตการรังแก หรือ Bounce Back Bullying (BBB) จากมหาวิทยาลัยมหิดล ได้ให้ข้อมูลของคำอธิบายรายวิชานี้ไว้ว่า หลักสูตรนี้ เป็นหลักสูตรที่ช่วยให้ผู้เรียนได้พัฒนาความรู้และทักษะที่จำเป็นต่อการรังแก (bullying) เนื้อหาของหลักสูตร มี 3 บทเรียน 9 ตอน โดยหลังจากจบหลักสูตรนี้แล้ว ผู้เรียนจะได้รับสิ่งสำคัญของการรังแกเพิ่มมากขึ้น

  • “รู้จัก” การรังแก ด้านความหมาย ขอบเขต รูปแบบ และบทบาทผู้ที่เกี่ยวข้อง 
  • “เรียนรู้” ถึงสาเหตุ ผลกระทบ และสัญญาณเตือนภัยของการรังแก ตระหนักถึงผลเสียและพิจารณาความเสี่ยงได้ 
  • “รับมือ” กับการรังแกด้วยทักษะทางสังคมตามบทบาทที่สามารถทำได้ ค้นพบพฤติกรรมเชิงบวกที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิตอย่างเห็นใจ และเคารพความแตกต่างซึ่งกันและกัน มีวิธีในการขอความช่วยเหลือ และจัดการกับการรังแกได้อย่างเหมาะสม

หลักสูตรชีวิตพิชิตการรังแกนี้สามารถเรียนได้ตั้งแต่ นักเรียนระดับมัธยมศึกษา และบุคคลทั่วไปที่สนใจในหัวข้อของการรังแกกันในสังคมปัจจุบัน โดยสามารถจบหลักสูตรได้ภายใน 4 ชั่วโมง โดยจะแบ่งเป็นสัปดาห์ละ 1 ชั่วโมงครึ่ง และเรียนจบยังได้รับเกียรติบัตรของวิชานี้อีกด้วย

ข้อมูล : mux.mahidol, กรมสุขภาพจิต

...

ภาพ : istock