“ลุงจั่น” นามจริง “ปรีชา ธรรมสนิท” ผู้เฒ่าวัย 75 เกิดและเติบโตริมทะเลแหลมตาล ปัจจุบันตกผลึกเป็นบ้านอ่าวมะขามป้อม ต.กร่ำ อ.แกลง จ.ระยอง เล่าให้ฟังว่า...แต่ก่อนแถบนี้มีเรือนอยู่ 2–3 หลังทำประมงชายฝั่งยังชีพ ไม่ลำบากเพราะมีปลาทูกับปลากระบอกให้จับไม่รู้หมด

“ปูม้าก็มีเยอะขนาดพุ่งหลาวใส่ไม่มีพลาด ถ้าตัวไหนเสียงดังเซ็กแสดงว่าเนื้อโพลกไม่เอามากิน...ดังเชี้ยะเอาได้กระดองแข็งเนื้อแน่นเหมาะทำอาหาร” ลุงจั่นบอกหาดแถวนี้เคยสงบแลไกลสุดสายตาจากแม่พิมพ์ถึงแหลมตาล บ้านอ่าวมะขามป้อม เชื่อมต่อปากน้ำประแสร์เหมือนถนนเฉลิมบูรพาชลทิต เลียบทะเลเดี๋ยวนี้

ต่อมาเริ่มออกเรือนเพิ่ม...แล้ววันหนึ่งมีนักการเมืองสกุลดังกับพวก เกิดมาพบที่ดินผืนงามบนเนินเขาติดหาดทรายกับทะเล จึงขอซื้อจากชาวบ้านคนละ 1-2 ไร่ ราคาไร่ละ 3,000 บาท

“จากนั้นก็เริ่มพัฒนาปิดทางลำลองเลียบหาดเชื่อมแม่พิมพ์ ย้ายไปเป็นถนนเข้าหมู่บ้านผ่านด้านหลังที่ดินของตนอย่างที่เห็น...ถึงวันนี้ที่ดินผืนงามตรงนั้นไร่ละร้อยล้านยังซื้อไม่ได้”

...

ทุกครัวล้วนทำประมงพื้นบ้านชายฝั่ง...ต่างเชื่อเรื่องโชคลาภที่จะออกเรือแต่ละครั้งต้องบนบานศาลกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำถิ่น เพื่อขอพรคุ้มครองความปลอดภัยกับประสบความสำเร็จในการวางลอบลงอวน...หากได้ผลเกินคาดจะแก้บนบูชาด้วยเครื่องคาวหวานกับน้ำสี บางที...จัดนางรำหรือมหรสพถวายเป็นการตอบแทน

จึงไม่แปลกที่ชุมชนเล็กๆจะมีศาลเพียงตาอยู่ถึง 3 แห่ง คือ “ศาลเจ้าพ่อหินทอง” บริเวณท่าเรือ “ศาลเจ้าไทรทอง” กลางชุมชนใต้ต้นโพธิ์ขนาดใหญ่ กับ “ศาลหลวงเตี่ย อ่าวมะขามป้อม” ตรงทางสามแพร่งซอยสินสมุทร 1 หน้าบ้านยายซิ่ว มัจฉาเกื้อ ศาลหลังนี้เดิมอยู่โคนต้นมะขามเฒ่า ต่อมาเกิดไฟไหม้ต้นมะขามแต่ไม่กระเทือนถึงศาล เลยมีการบูรณะอย่างที่เห็นทุกวันนี้

เรื่องเล่าถึงชุมชนแห่งนี้...มิมีเพียงเรื่องราวความเลื่อมใสศรัทธาต่อศาลทั้ง 3 แห่ง...หากแต่ยังมีบทเล่าขานเป็นตำนานที่เกาะกุมใจลูกหลาน ซึ่งเกิดบนแผ่นดินผืนทรายที่นี่มาแล้วถึงรุ่นสามย่างรุ่นสี่ ได้แก่ประวัติ “เสือผ่อน” อดีตมหาโจรชื่อกระฉ่อนภาคตะวันออก ในช่วงปลายรัชกาลที่ 5 ถึงรัชกาลที่ 7

เสือร้ายรุ่นปู่หรือตานายนี้...มีอายุแก่กว่าบรรดาเสือยุคนั้นที่ชุมนุมอยู่ในรังโจรร่วมทศวรรษ อาทิ “เสือฝ้าย” “เสือดำ” “เสือใบ” “เสือมเหศวร” “เสือกลับ” “เสือสัง” “เสือปลั่ง” “เสือครื้ม” “เสืออ้วน” “เสือไหว” ยุคเดียวกับที่มีมือปราบจอมขมังเวทย์ชื่อ “พลตำรวจตรี ขุนพันธรักษ์ราชเดช”

ผู้มีวิชาอาคมปราบเสือร้ายซึ่งมีคาถาในคราบทรชน กลาดเกลื่อนไปทั่วทั้งภาคใต้ที่พัทลุง ตรัง นราธิวาส ภาคเหนือ พิจิตร กำแพงเพชร ภาคกลางที่สุพรรณบุรีและชัยนาท น่าเสียดาย...

ที่มือปราบหนวดงามคนนี้ไม่ได้โยกย้ายไปทำหน้าที่ในถิ่นตะวันออก จึงไม่มีโอกาสได้ต่อกรกับ “เสือผ่อน” ในครั้งกระนั้น

@@@@@@

สำหรับประวัติเสือร้ายรายนี้ “ลุงเผือก” หรือ “ไพโรจน์ หาญกล้า” หลานเขยเสือผ่อนกับ “นะกร ไกรพงษ์” ผู้ใหญ่บ้านอ่าวมะขามป้อม หลานร่วมตระกูลรุ่นที่ 3 แจ้งให้ทราบว่าไม่สู้จะมีการบันทึกไว้เท่าใดให้ลูกหลานได้พอรับรู้ คงมีแต่บทกลอนจากการแสดงลำตัดที่เขียนขึ้นโดยปราชญ์ท้องถิ่นหลายราย เช่น “หะยีเขียด” อีกคนชื่อ “ทอง เจริญสุข” ปราชญ์ท้องถิ่นบ้านท่าพริก เมืองตราด คู่กับ “พระสาธนธนากร”

...

โดยนายทองเขียนบอกเสือผ่อนเป็นชาวอ่าวคุ้งกระเบน จันทบุรี ขณะ “บุญจริง เสนาะสรรพ์” ทายาทเสือผ่อนอันเกิดจากเมียหนึ่งในห้า ยืนยันว่าเสือผ่อนถือกำเนิดบ้านอ่าวมะขามป้อม แหลมแม่พิมพ์ เมื่อปี 2432 หรือ 2437 ไม่แน่ใจ... ที่แน่ใจคือเป็นหนึ่งในสกุล “มัจฉาเกื้อ”

ลุงเผือกหยิบเอาความใน “ลำตัดเสือผ่อน” มาเรียบเรียงว่า เสือผ่อนเป็นคนร่างสูงกายกำยำน่าเกรงขาม ชอบนุ่งกางเกงจีน ไม่ชอบสักยันต์ถนัดแต่แขวนพระเวลาไปไหนมาไหน เทียวไปเทียวมาเป็นหลักใหญ่อยู่ 2 แห่งคือ “เขาหมูดุด” ในเขตบ้านหมูดุด ต.คลองขุด  อ.ท่าใหม่  จ.จันทบุรี กับเกาะมันในตรงข้ามบ้านอ่าวมะขามป้อมเป็น “รัง” สำหรับหลบซ่อนตัว

“เขาว่า...เสือผ่อนเป็นโจรสลัดใช้เรือยาว 4 วาติดใบ กับลูกน้องอีก 4 คนออกปล้นเรือสำเภาสินค้าจีนแถวทะเลตะวันออกตั้งแต่ตราด จันทน์ ระยอง ชลบุรี ถึงตรงไหนเป็นมีเมียและลูกตรงนั้น การปล้นแต่ละครั้ง...จะดูฤกษ์ยามบูชาเทวดาเพื่อสิริมงคล นิสัยดุร้ายเคยฆ่าเจ้าทรัพย์ตายหากขัดขืน

...

แต่จริงๆสุขุมอารีอารอบโดยจะเอ่ยปากขอแทนการปล้น แล้วนำสมบัติไปแบ่งปันคนจน...เชื่อกันว่าทรัพย์จากการปล้นส่วนหนึ่งถูกนำไปสร้างโบสถ์วัดท่าแคลง จันทบุรี”

ทั้งนี้ เพราะเสือผ่อนเป็นศิษย์หลวงพ่อเปรม เจ้าอาวาสวัดดังกล่าว ซึ่งแกร่งกล้าในคาถา อาคมคงกระพันหายตัวได้ จนลือกันว่า...ครั้งหนึ่งตำรวจเคยยกกำลังไปล้อมจับเสือผ่อนที่เกาะมันใน แต่คว้าน้ำเหลวเพราะเสือผ่อนมีอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ใช้วิชาล่องหนอย่างชำนิชำนาญ

...

“อันนี้มารู้ทีหลังว่าไม่ใช่...ตำรวจไปล้อมจับจริงแต่เสือผ่อนแอบดำน้ำตอนดึกไปหลบซ่อนตัวอยู่ที่ถ้ำเล็กแห่งหนึ่งจึงไม่พบ ขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งเล่าว่า...เสือผ่อนใช้ขอนไม้เกาะข้ามเกาะมันใน มีโลมาว่ายขนาบข้างเหมือนมีอาจารย์มาคอยคุ้มครองจนสามารถรอดพ้นเงื้อมมือตำรวจ”

@@@@@@

สัจธรรมที่หมู่โจรมักจะหนีไม่พ้น...นั่นก็คือ “ความตาย” ที่หมู่โจรด้วยกันจะหยิบยื่นให้ เมื่อเสือลูกน้องหางแถวคิดเป็นไส้ศึกให้ตำรวจหวังแลกกับโทษที่ตนจะได้รับ โดยวางแผนให้เมียแอบนำระดูเปื้อนเลือดเสียไปใส่ปนในอาหารให้เสือผ่อนลูกพี่กิน ปรากฏว่ากลลวงนี้ได้ผล...

วิชาอาคมและอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ที่เสือผ่อนเคยมีกลับหายไปในชั่วพริบตา

ตะกรุดที่เสือผ่อนห้อยคอไว้เกิดลั่นแตก จนเจ้าของต้องหลั่งน้ำตาเพราะรู้ทันทีว่า “มัจจุราช” ได้มาถึงตนแล้ว...นั่นคือ “ร้อยตรีฟุ้ง ระงับภัย” กับ “ขุนภูมิประศาสน์” ได้ร่วมกันลั่นไกปลิดชีวิต “เสือผ่อนแห่งภาคตะวันออก” จบสิ้นนาทีนั้น ที่ใต้ต้นตาลแถวอ่าวคุ้งกระเบน จันทบุรี

เรื่องราวเล่าขานข้างต้นนี้เป็นอีกหนึ่งตำนานแห่ง “ความเชื่อ” ในวิชาอาคมที่นำไปสู่ “อิทธิฤทธิ์” และ “ปาฏิหาริย์” ที่ไม่ควรลบหลู่ แม้ผู้นั้นจะมาจากเสือร้ายกร้าวแกร่งตามสกุลโจรก็ตามที

“ศรัทธา”...นำมาซึ่งปาฏิหาริย์? เชื่อไม่เชื่อโปรดอย่าได้...“ลบหลู่”.

รัก-ยม