อาการ มะเร็งลำไส้ ระยะแรก สามารถสังเกตได้อย่างไร มีวิธีป้องกันหรือไม่
จากการเสียชีวิตของ "ผู้ว่าฯ หมูป่า" ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ที่จากไปด้วยโรคมะเร็งลำไส้ ทำให้สังคมเกิดความตื่นตัวเกี่ยวกับโรคนี้ โดยเฉพาะอาการ มะเร็งลำไส้ ระยะแรก ว่าจะแสดงอาการอย่างไร ต้องสังเกตอะไรบ้าง รวมทั้งมีวิธีป้องกันก่อนที่จะเป็นมะเร็งลำไส้หรือไม่
อาการ มะเร็งลำไส้ ระยะแรก
สำหรับอาการ มะเร็งลำไส้ ระยะแรก จะยังไม่แสดงอาการมากนัก ลักษณะอาการช่วงนี้จะคล้ายกับโรคอื่นๆ เช่น
- น้ำหนักลด
- ท้องเสีย
- ท้องผูก
- ขับถ่ายผิดปกติ
- มีเลือดออกทางทวาร
- อุจจาระมีเลือดปน มีสีคล้ำ หรือกลิ่นเหม็นผิดปกติ
- อาจมีการปวดท้องร่วมด้วย เช่น ปวดบริเวณชายโครงด้านขวา หรือปวดบิดอย่างรุนแรง
ข้อมูลจากกรมการแพทย์เผยว่า พบผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรงเป็นอันดับ 3 ในเพศชาย และอันดับ 4 ในเพศหญิง ในแต่ละปีจะมีผู้ป่วยมะเร็งลำไส้รายใหม่ประมาณ 12,000 คน สาเหตุมาจากการใช้ชีวิตของคนไทยที่เปลี่ยนไป ซึ่งก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งลำไส้รวมถึงมะเร็งส่วนอื่นๆ มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น
- กินเนื้อสัตว์ติดมันและเนื้อแดงมากเกินไป
- กินเนื้อสัตว์ที่ผ่านกระบวนการปรุงแต่ง เช่น ไส้กรอก เบคอน แฮม ในปริมาณมาก
- ไม่กินผัก ผลไม้ หรือกินน้อยเกินไป
- ไม่ออกกำลังกาย
- เป็นโรคอ้วน หรือมีภาวะน้ำหนักตัวเกิน
- สูบบุหรี่จัด และต่อเนื่องยาวนาน
- ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประจำ
- พันธุกรรมจากคนในครอบครัวที่เป็นมะเร็งลำไส้ หรือเป็นมะเร็งในส่วนอื่นๆ
...
มะเร็งลำไส้ ป้องกันได้ไหม
การป้องกันมะเร็งลำไส้ที่ดีที่สุดคือการใส่ใจดูแลสุขภาพตนเองด้วยการหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ทั้งหมดนี้ เพื่อลดความเสี่ยงการเป็นมะเร็งลำไส้และมะเร็งในส่วนอื่นๆ
แม้ว่าอาการ มะเร็งลำไส้ ระยะแรก จะไม่ค่อยแสดงอาการมากนัก แต่ถ้าหากพบว่าตนเองมีลักษณะอาการดังกล่าวหรือมีความเสี่ยงจากพันธุกรรมก็สามารถตรวจคัดกรองเพื่อค้นหามะเร็งในระยะเริ่มแรกได้ ซึ่งช่วยให้การรักษาได้ผลดีและมีโอกาสหายจากโรคสูง
การตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ เป็นการตรวจหาติ่งเนื้อหรือเนื้องอกในลำไส้ หากพบติ่งเนื้อหรือเนื้องอกในลำไส้ ก็จะต้องตัดออกเพื่อไม่ให้พัฒนาเป็นมะเร็งในอนาคต การตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ทำได้หลายวิธี เช่น การสวนแป้งแบเรียม การส่องกล้องเข้าไปตรวจในลำไส้ส่วนปลาย หรือการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่
ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีประวัติครอบครัวเคยเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ หรือมีอาการลำไส้อักเสบเรื้อรัง ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ เพื่อการป้องกัน และรักษาได้อย่างทันท่วงทีหากพบมะเร็งลำไส้ในระยะแรก เพราะมะเร็งชนิดนี้มีโอกาสรักษาให้หายขาดได้ค่อนข้างสูง หากโรคยังไม่ถึงขั้นลุกลามรุนแรง
สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงจากพันธุกรรมแนะนำว่าควรตรวจหาเลือดแฝงในอุจจาระปีละครั้ง หากพบสิ่งผิดปกติควรได้รับการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ หากพบติ่งเนื้อหรือความผิดปกติในลำไส้ใหญ่ แพทย์จะทำการตัดชิ้นเนื้อบริเวณดังกล่าวเพื่อวินิจฉัยต่อไป
มะเร็งลำไส้ มีกี่ระยะ รักษาอย่างไร
ระยะที่ 0
เซลล์มะเร็งที่เป็นเพียงติ่งเนื้อ ตรวจพบได้จากการส่องกล้อง และสามารถตัดออกขณะส่องได้ทันที ตั้งแต่ก่อนการเป็นมะเร็งหรือเกือบเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ ทำให้มีโอกาสหายขาดถึง 100%
ระยะที่ 1
เซลล์มะเร็งระยะเติบโตขึ้น และยังอยู่ในผนังลำไส้ เริ่มฝังในชั้นผนังของลำไส้ใหญ่และทวารหนัก โดยยังไม่กระจายไปสู่เนื้อเยื่อข้างเคียงหรือต่อมน้ำเหลือง ต้องรักษาด้วยการผ่าตัด หรือ Curative resection เป็นการผ่าตัดลำไส้ใหญ่ นำส่วนที่ดีมาต่อกัน ทั้งยังเป็นเทคนิคที่ใช้ผ่าตัดในมะเร็งทวารหนักร่วมด้วยได้
ระยะที่ 2
เกิดการลุกลามออกนอกผนังลำไส้ใหญ่ในบริเวณใกล้เคียง แต่ยังไม่กระจายถึงต่อมน้ำเหลือง สามารถใช้การผ่าตัดแบบหวังหาย (Curative resection) เป็นการรักษาหลักเช่นเดียวกับระยะที่ 1
ระยะที่ 3
เซลล์มะเร็งแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลือง แต่ยังไม่ลุกลามไปยังอวัยวะอื่น รักษาโดยการผ่าตัดแบบหวังหาย (Curative resection) ร่วมกับเคมีบำบัดหลังผ่าตัด
ระยะที่ 4
มะเร็งแพร่กระจายลุกลามไปยังอวัยวะอื่นๆ เช่น ตับ, ปอด หากก้อนมะเร็งที่ลุกลามไปที่ตับหรือปอดสามารถตัดออกได้ แพทย์จะทำการผ่าตัดมะเร็งที่ลำไส้ใหญ่หรือทวารหนักออก พร้อมผ่าตัดมะเร็งที่ลุกลามออกด้วย แล้วให้ยาเคมีบำบัดต่อไป
ข้อมูลอ้างอิง: โรงพยาบาลพญาไท, โรงพยาบาลเปาโล